เลือกตั้งและการเมือง

รัฐบาลพับแผน “แลนด์บริดจ์” รับผลศึกษาความคุ้มค่าต่ำ-เสี่ยงกระทบระบบนิเวศ เล็งดันท่าเรือระนอง-เชื่อมระบบราง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

22 views

“เอกนิติ” แถลงพับแผน “แลนด์บริดจ์” รับผลศึกษาความคุ้มค่าต่ำ ชี้ NPV ติดลบหมื่นล้าน-เสี่ยงกระทบพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง เล็งดัน “ท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link” เป็นทางออกใหม่

วันที่ 24 ก.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมด้วยประธานคณะทำงานทั้ง 3 ชุด ได้แก่ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้แทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงผลสรุปการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์)

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสามารถสรุปผลการศึกษาได้ก่อนครบกำหนด 90 วันตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยผลการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความน่าจะเป็นในการดำเนินโครงการในระดับต่ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและมีความเสี่ยงรอบด้าน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรให้รวบรวมรายงานเสนอต่อรายนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบการยุติโครงการในรูปแบบเดิม พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีความเสียหายจากการลงทุนที่ดินหรือการก่อสร้างเนื่องจากยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. ในฐานะประธานคณะทำงานชุดที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดความเสี่ยงทางการเงินว่า จากการปรับปรุงผลการศึกษาตามสภาวะเศรษฐกิจโลกปี 2568 พบว่าจากการศึกษาผลตอบแทนทางการเงิน (Rate of Return) ลดลงจาก 8% เหลือเพียง 4.8% โดยเมื่อคิดมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ติดลบ จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกกว่า 6 แสนล้านบาท กลับกลายเป็นติดลบถึง 10,287 ล้านบาท

นอกจากนั้นปริมาณสินค้าไม่คุ้มค่า เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าลดลง 15-16% ส่งผลให้ผลตอบแทนลดลงถึง 38% นอกจากนี้ สายการเดินเรือหลัก 9 ใน 10 รายของโลกได้ไปลงทุนในโครงการอื่นที่คล้ายคลึงกันแล้ว เหลือเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย

ส่วนความเสี่ยงด้านปฏิบัติการพบว่าขั้นตอนการขนถ่ายสินค้า (เรือ-รถ-รถไฟ) มีหลายข้อต่อและคำนวณเวลาไว้เพียง 3 วันเศษโดยไม่ได้รวมความเสี่ยงหน้างาน ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

ขณะที่ผู้แทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานชุดที่ 2 ระบุถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม 9 ประเด็นหลัก เช่น เป็นพื้นที่เปราะบางที่ต้องใช้เส้นทางพาดผ่านพื้นที่ป่าไม้และภูเขาสูงจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า

นอกจากนั้นพื้นที่จังหวัดระนองเป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลและพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก หากมีโครงการอาจกระทบต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้

นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกับแหล่งปะการังและจุดดำน้ำสำคัญระดับโลก รวมถึงอาจกระทบต่อแหล่งโบราณคดีใต้น้ำที่ยังไม่ได้สำรวจ

ด้านผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการรับฟังความเห็นพบว่าสังคมยังมีความเห็นต่าง โดยกลุ่มที่คัดค้านกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใส จึงมีข้อเสนอว่าโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตต้องมีข้อมูลที่เป็นเอกภาพ โปร่งใส และสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ลดศัพท์วิชาการ รวมทั้งต้องวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียให้ครบถ้วน ทั้งกลุ่มเปราะบางและชุมชนในพื้นที่

ในช่วงท้ายของการแถลง นายเอกนิติ สรุปแนวทางในอนาคตว่าแม้จะพับแผนแลนด์บริดจ์ แต่รัฐบาลจะหันมาพัฒนาศักยภาพเดิมที่มีอยู่ตามความต้องการของเอกชน ได้แก่ 1.พัฒนาท่าเรือระนอง : ปรับปรุงและใช้ศักยภาพท่าเรือฝั่งอันดามันที่มีอยู่เดิมให้เต็มประสิทธิภาพ และ 2.เชื่อมต่อรถไฟ Missing Link โดยพัฒนาทางรถไฟเชื่อมท่าเรือระนองกับโครงข่ายหลัก เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากจีนทางเหนือและท่าเรือฝั่งอ่าวไทย

“โครงการนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่า การลงทุนขนาดใหญ่ต้องเริ่มจากการพิจารณา ยุทธศาสตร์ของประเทศ และมิติสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนก่อนที่หน่วยงานใดจะเริ่มศึกษาโครงการแยกย่อย”นายเอกนิติ กล่าว

คุณอาจสนใจ

Related News