เลือกตั้งและการเมือง
แม่ทัพภาค 4 แถลงด่วน จับมือยิง “สส.กมลศักดิ์” เพิ่ม เผยกอ.รมน.ภาค 4 ให้เพื่อนยืมรถเป็นเรื่องส่วนตัว
4 ชั่วโมงที่แล้ว
119 views
แม่ทัพภาค 4 แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิง สส.กมลศักดิ์ เผยจับมือยิงเพิ่ม สารภาพได้รับการว่าจ้างมาอีกทอดหนึ่ง พร้อมเปิดผลสอบ กอ.รมน.ภาค 4 ให้เพื่อนยืมรถไปก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พันเอก มานะ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงความคืบหน้าและข้อเท็จจริงเหตุการณ์ กรณีการนำรถยนต์ราชการในสังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส ไปใช้ในการก่อเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน
พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยยืนยัน นับตั้งแต่เกิดเหตุ ตนได้รับเรื่อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราไม่ต้องไปบอกเล่าให้สื่อมวลชนรับทราบทุกเรื่องว่าทำอะไร แต่ในทางปฏิบัติตนได้ประสานกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นเพื่อนตนให้ดำเนินคดดีตรงไปตรงมา
ส่วนกรณีมนตรี มีการตั้งคำถามว่าทำไมไม่ลงโทษ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่รับทราบได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดย กรณี น.อ.มนตรี ที่ให้รถไปก่อเหตุ อยู่ในโครงสร้าง บังคับบัญชาโดยตรงคือ ผอ.กอ.รมน.นราธิวาส ผู้รับผิดชอบคือผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตนได้สั่งการเรียนผู้ว่าฯให้ตรวจสอบโดยตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งได้การดำเนินการสอบสวน น.อ.มนตรี ได้รายงานมาที่ตนรับทราบในขั้นต้น โดยความผิดที่เกิดขึ้นถ้า น.อ.มนตรีไปเกี่ยวข้อง ให้ทางฝ่ายกฏหมายตรวจสอบ ถ้าไปทำกระทำความผิดตามที่พนักงานสอบสวนรายงาน
พล.ท.นรธิป เปิดเผยว่า ล่าสุดได้จับกุมนายธนภัทร วัฒนภิญโญ ที่ จ.กาญจนบุรี ทำหน้าที่เป็นมือปืน เบื้องต้นรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุจริง โดยเป็นการว่าจ้างมาอีกทอดหนึ่ง
พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ สำนักกฏหมายและสิทธิมนุษยชน แถลงว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความเห็นว่า การกระทำของ น.อ.มนตรี เป็นการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน แต่เป็นหัวหน้างานบริหารงานบุคคลส่งกำลังบำรุง ที่มีอำนาจในการให้ใช้รถเข้าออก หน่วยงานราชการ แต่ น.อ.ให้รถกับบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่า น.อ.มีความผิด 3 ส่วน
1.ความผิดทางแพ่ง นาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของทางราชการทั้งหมด ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เนื่องจาก เป็นการกระทำโดยจงใจฝ่าฝืนระเบียบของทางราชการ
2.ความผิดทางวินัย การกระทำของนาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ฐานละเลยต่อหน้าที่ราชการ และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ โดยหน่วยได้ดำเนินการส่งตัวนาวาเอกมนตรีฯ กลับต้นสังกัด และเสนอให้กองทัพเรือดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2457 ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
3.ความผิดทางอาญา แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ประเด็นที่ 1 เป็นไปตามพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนว่านาวาเอกมนตรีฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในการยิงนายกมลศักดิ์ฯ หรือไม่ อย่างไร
- ประเด็นที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส จะต้องจัดผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนาวาเอกมนตรีฯ ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น มาตรา 151 : ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ (กรณีเอื้อประโยชน์ให้เพื่อนใช้ทรัพย์หลวง) มีอัตราโทษ จำคุก 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือปรับ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท ซึ่ง กอ.รมน.นราธิวาส ต้องดำเนินการในการดำเนินคดี และมาตรา 157 : ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ ตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผอ.สำนักกฏหมายและสิทธิมนุษยชชน กล่าวว่า ซึ่งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย น.อ.มนตรี ยอมรับว่าเป็นการกระทำส่วนตัวโดยแท้ ไม่เกี่ยวกับส่วนราชการแต่อย่างใด
แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า กรณีนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับคดี ตนจึงให้ส่งตัวกลับต้นสังกัดกองทัพเรือ ให้ตั้งกรรมการสอบสวน ส่วนจะเกี่ยวข้องระดับไหนต้องรอผลการสอบสวนของตำรวจ
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าในแง่ที่เกี่ยวกับคดี จะเกี่ยวกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับหรือไม่ พบความเชื่อมโยงหรือไม่ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะสอบสวนให้ถึงผู้กระทำผิดไปทุกส่วน ตั้งแต่ผู้ลงมือกระทำ ผู้จ้างวาน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เราไม่หยุดอยู่แค่นี้ น.อ.มนตรี อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขอไม่เรียนตรงนี้ แต่สืบสวนเต็มที่ เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างถึงที่สุด ถึงใครจะดำเนินการ ไม่ละเว้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง แม่ทัพภาค 4 ,สส.กมลศักดิ์ ,จับมือยิง