เลือกตั้งและการเมือง

“สส.กมลศักดิ์” น้ำตาคลอ ขอทำการเมืองต่อไปไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น

2 ชั่วโมงที่แล้ว

70 views

“สส.กมลศักดิ์” น้ำตาคลอ ยันขอทำการเมืองต่อไปไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ประชาชนกว่า 2,000 คนร่วมละหมาดฮายัตครบ 1 เดือน เรียกร้องรัฐบาลจับถึงตัวผู้บงการเหตุลอบยิง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 เม.ย.69 ที่สนามตาดีกาจำปากอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มีพิธีละหมาดฮายัต กรณี สส.แวยูแฮ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ถูกคนร้ายลอบยิง โดยมีชมรมอิหม่าม ชมรมตาดีกา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายองค์กรเยาวชน มุสลิมะห์ ชมรมโต๊ะครู ชมรมโรงเรียนเอกชน อ.บาเจาะ พรรคประชาชาติ และศูนย์ทนายความมุสลิม มาร่วมละหมาดกว่า 2,000 คน

ในระหว่างที่อิหม่ามนำละหมาดฮายัต ขอพรดูอาร์ ตามหลักศาสนาอิสลาม ให้กับนายกมลศักดิ์ อิหม่ามได้กล่าวถึง เหตุลอบยิงนายกมลศักดิ์ และปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมาสะท้อนถึงความไม่ยุติธรรม ที่แม้กระทั่ง สส.ก็ยังไม่ปลอดภัย จึงขอให้จับกุมคนร้ายและผู้บงการให้ได้เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความยุติธรรม และขอให้ภาคภูมิใจในสถาบันปอเนาะ ที่ทำให้อยู่บนหนทางหลักศาสนาเป็นหนทางแห่งการสร้างสันติสุข สร้างความซาบซึ้งใจให้ผู้มาร่วมละหมาด ทั้งอิหม่ามก่อนกล่าวทั้งน้ำตา เช่นเดียวกับนายกมลศักดิ์ และประชาชนต่างเข้ามาสวมกอดและให้กำลังใจ

นายกมลศักด์ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจในวันนี้ และยืนยันว่าจะทำงานการเมืองต่อไป จะขอสู้เพื่อประชาชนพร้อมเคียงข้างประชาชนจะไม่ถอยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงงานในวันนี้ นายกมลศักดิ์ กล่าวด้วยน้ำตา และไม่สามารถให้สัมภาษณ์ต่อได้ โดยระบุแต่เพียงว่า คำกล่าวของอิหม่ามในวันนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกของตนและประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ ดร.มูฮัมหมัด ซูโว ซึ่งเป็นตัวแทนผู้นำศาสนาและประชาชนจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ และระบุว่า เรื่องราวทั้งหมดนั้นกำลังจะแก้ไขปัญหาระบบความไม่เป็นธรรมให้ดีขึ้น ซึ่ง สส.กมลศักดิ์ คอยเรียกร้องสิทธิให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ว่าจะพื้นที่ตัวเองหรือในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะ สส.กมลศักดิ์ แต่เกิดขึ้นกับพี่น้องในพื้นที่ เป็นการบั่นทอนข้อกฏหมายหรือระบบการปกครองของประเทศไทย เพราะเหตุที่เกิดขึ้นกับ สส.กมลศักดิ์ นั้นมีอดีตเจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาเป็น มือปืน กระทำต่อ สส.

พร้อมกันนี้ ดร.มูฮัมหมัด ได้อ่านแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยให้เร่งรัดคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ จากเหตุการณ์ลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอบาเจาะ นับเป็นการกระทำรุนแรงที่ไม่อาจยอมรับได้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ ความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต ผู้ถูกกระทำเป็นบุคคลที่ทำงาน ปกป้องสิทธิมนุษยชนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทของการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี

“เหตุการณ์นี้จึงไม่เพียงเป็นการทำร้ายบุคคล แต่ยัง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สังคมไม่อาจมองข้าม ข้อมูลจากการสืบสวนที่เชื่อมโยงถึงอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ และการใช้ ทรัพยากรของหน่วยงานราชการ ยิ่งสร้างข้อกังขาต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ การรวมตัวละหมาดฮายัตในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงพลังศรัทธาในการวิงวอนต่อองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เพื่อให้ความจริงปรากฏ และให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นโดยปราศจากอคติ พร้อมทั้งยืนยันจุดยืนไม่สนับสนุน ความรุนแรงในทุกรูปแบบ” ดร.มูฮัมหมัด กล่าว

ด้านนาย Syahiran Bin Muhammad หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ พรรคความยุติธรรมประชาชน (PKR) สาขาโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางมาร่วมงานเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุน โดยมองว่าปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสันติภาพและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ในฐานะตัวแทนพรรคฝ่ายรัฐบาลมาเลเซีย เราปรารถนาที่จะเห็นทั้งสองประเทศได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนแห่งสันติสุข ความรุนแรงที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

โดยเครือข่ายองค์กรเจ้าภาพผู้จัดงานละหมาดฮายัตข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดเผยต่อสาธารณะ 2. ขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่จำกัดเพียงผู้ปฏิบัติการ 3. ยุติการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และ 4. แสดงความจริงใจของรัฐผ่านการกระทำที่เป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน เราขอขอบคุณต่อพระเมตตาของอัลลอฮ์ที่ทรงคุ้มครองให้ ส.ส.กมลศักดิ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องรอดพ้นจากอันตราย พร้อมขอพรให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว และขอชื่นชมทุกกำลังใจจากผู้ที่ยืนหยัดเพื่อสันติภาพ ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรมและความยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติ คือรากเหง้าของความไม่สงบ โดยแถลงการณ์ทิ้งท้ายว่า ขอยืนยันว่าความยุติธรรมเท่านั้น คือหนทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หน.พรรคประชาชาติ ได้กล่าวในระหว่างเดินทางมาให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่บ้านพัก ว่า สิ่งหนึ่งในวันนี้เราพบในข้อกฎหมายถูกจับกุมไปอยู่ในเรือนจำแล้ว 4 คน เหลืออีก 1 คนยังจับกุมไม่ได้ เรารู้แล้วแต่พยานหลักฐาน ซึ่งท่าน สส.กมลศักดิ์ ท่านได้บอกนายกไปแล้ว ท่านนายกคงจะเร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเราไม่ได้กดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ ต้องใช้พยานหลักฐานในคดีมันจะมีอยู่ 3 ส่วนใหญ่ๆ 1.ข้อกฎหมายกระบวนการจะต้องไปละเมิดสิทธิ์ใคร ทราบว่าคนที่ถูกจับกุมไปแล้ว คนขับรถ คนยิงรับสารภาพ เป็นสิ่งหนึ่งที่จับถูกตัวแล้ว 2.กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เขาใช้ทางเทคโนโลยีทั้งการติดตามสื่อสารการลอบสังหาร ทางทีมทนายกมลศักดิ์ อยากเรียกร้องหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันตกแต่งไม่ได้ ทุกส่วนมีหน้าที่ค้นหาความจริง ทางตำรวจเขาเป็นเทคนิควิธีการสืบสวนสอบสวน ตรงนี้เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาคงนำไปขยาย เรื่องบอกกมลศักดิ์ว่าอย่าให้ตำรวจไปนั่งคิดเอาเอง กมลศักดิ์ต้องไปบอกตำรวจกล่าวโทษใครเป็นผู้บงการฆ่า แต่ต้องมีข้อเท็จจริง

ส่วนข้อซักถามถึงกรณีคนร้ายอีก 1 คน ที่ยังจับตัวไม่ได้จะถูกตัดตอนหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตำรวจและท่านนายกฯติดตามอยู่ ไอ้ที่จับได้สำคัญกว่าที่ยังจับไม่ได้

และซักถามถึงกรณีคนร้ายใช้รถ กอ.รมน.ไปใช้ก่อเหตุ จนคดีนี้ได้เกิดปัญหาบานปลายมีความขัดแย้งในพื้นที่นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนมีความสำคัญ การสื่อสารต้องตรงไปตรงมา ไม่ควรนำหลักฐานด้อยค่ามาทำร้ายกัน ในเรื่องนี้ต้องทำความจริงให้ปรากฏ เมื่อความจริงปรากฏความชั่วร้ายจะหายไป คือทุกคนต้องการความยุติธรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง  สส.กมลศักดิ์ ,นราธิวาส

คุณอาจสนใจ

Related News