เลือกตั้งและการเมือง

“ศุภจี” เผย รัฐบาลเข้าใจเกษตรกรได้รับผลกระทบเรื่องปุ๋ย ลุยปรับสูตรปุ๋ย ลดการนำเข้าวัตถุดิบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

8 views

“ศุภจี” รมว.พาณิชย์ เผย รัฐบาลเข้าใจดีเกษตรกรได้รับผลกระทบเรื่องปุ๋ย ลุยจัดหาวัตถุดิบเพิ่ม หามาตรการเยียวยา ปรับสูตรปุ๋ย ลดการนำเข้าวัตถุดิบ


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายลวรณ แสงสนิท แลัดกระทรวงการคลัง และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกัน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เรื่องแนวทางด้านพลังงานเพื่อดูแลประชาชนสืบเนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

โดย นายเอกนิติ ระบุว่า เนื่องจากในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อประเมินสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลกอันเป็นผลมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกับเตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากในขณะนี้อยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ จึงทำให้มีข้อจำกัดของกฎหมาย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้กำชับส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นให้ประหยัดพลังงานตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเดินทางไปอบรมดูงานในต่างประเทศให้ยกเลิก แต่การไปประชุมยังสามารถทำได้ เนื่องจากเป็นภารกิจหน้าที่ เช่นเดียวกับมาตรการ work from home และการประหยัดการใช้ไฟฟ้าและแอร์ ก็ขอให้ช่วยกัน เนื่องจากวิกฤตดังกล่าวเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงต้องปรับตัว และหามาตรการมาบรรเทาประชาชน

ส่วนมีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะไม่ลดลงหรือไม่ เนื่องจากราคาพลังงานในไทยยังต่างจากประเทศอื่นในอาเซียน นายเอกนิติ กล่าวว่า ในหลักการเราจะใช้กองทุนน้ำมัน รวมถึงใช้เรื่องภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยด้วย แต่หากราคาน้ำมันลดลงมา ก็ต้องลดราคาให้กับประชาชน ดังนั้นยืนยันว่าเราจะพิจารณาราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายอรรถพล กล่าวว่า จากสถานการณ์การสู้รบที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนสูง และมีการปรับราคาค้าปลีกในประเทศเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลก็ยังคงเข้าไปช่วยในเรื่องของกองทุนน้ำมันอยู่ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน จะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมามาเลเซียมีราคาน้ำมันต่ำกว่าไทยมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันราคาสูงกว่าแล้ว เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันสูง ฉะนั้นทางรัฐบาลจะพยายามประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะช่วยไปสอดส่องดูแล

ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะทำให้ประชาชนไปออที่สถานีบริการน้ำมันอีกหรือไม่ นายอรรถพล ชี้ว่าราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดเพดานราคาแล้ว แต่เราจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย ส่วนการกู้เงินหนุนกองทุนน้ำมันเพิ่มนั้น ย้ำว่าต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดำเนินการ

ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่าในภาวะวิกฤตกระทรวงพาณิชย์ได้มีการสั่งการให้กรมการค้าภายในทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และใช้กลไกของคณะกรรมการบริหารส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อเข้าไปดูแลสินค้าจำเป็นและสินค้าควบคุม จำนวน 59 รายงาน ขณะเดียวกันก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการให้ดูแลสต็อกสินค้าที่มีอยู่ ให้แจ้งขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา เพราะอาจมีการปรับขึ้นราคาในบางรายการ เช่น กระดาษชำระ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน และผ้าอนามัย เป็นต้น ส่วนอีก 7 รายการ ที่อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานนั้น อาทิ เมล็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส ได้ให้ครม.พิจารณาเป็นรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติมแล้ว

สำหรับภาคการเกษตร นางศุภจี ระบุว่า รัฐบาลเข้าใจดีว่าเกษตรกรได้รับผลกระทบในเรื่องปุ๋ย จึงได้จัดหาวัตถุดิบเข้ามาเพิ่มเติม และหามาตรการมาเยียวยา เช่น การปรับสูตรปุ๋ยและหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติม เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้เดินหน้าโครงการ“ไทยช่วยไทย” โดยจะส่งสินค้าราคาพิเศษลงไปให้กับผู้ค้าปลีกค้าใน 77 จังหวัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ขณะเดียวกันก็จะใช้บัตรสวัสดิการมาช่วยเรื่องค่าครองชีพควบคู่ไปกับดำเนินการตรวจจับการกักตุนสินค้าตามกฎหมาย

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชน จำนวน 7 เรื่อง

1. คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ว่าจะลดอย่างไรและจะลดในระยะเวลาเท่าใด เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสม แต่ในเรื่องนี้จะต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก่อน ฉะนั้นหาก กกต.อนุญาต ยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ทันที


2.ครม.เห็นชอบใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดูแลกลุ่มเปราะบาง เป็นระยะเวลา 1 เดือน ภายใต้งบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท โดยจะเติมเงินเพิ่มให้ 100 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ได้รับ 300 บาทต่อเดือน รวมเป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะประเมิน สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะดำเนินการในระยะเวลาเท่าใด ซึ่งจะต้องขอ กกต. ก่อนเช่นกัน

3.ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง รถบรรทุกและรถโดยสาร รวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

4.ครม.เห็นชอบการช่วยเหลือเกษตรกร เรื่องของปุ๋ย โดยจะใช้มาตรการ“ธงเขียว” เพื่อลดต้นทุนเกษตรกรและลดภาระการนำเข้า

5.ครม.เห็นชอบให้กลุ่มประมงใช้น้ำมัน บี 20 เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลงประมาณ 5-6 บาท

6.ครม.เห็นชอบให้คู่สัญญากับภาครัฐ ขยายระยะเวลาการตรวจรับงานที่เหมาะสม โดยจะชดเชยค่า K ให้เป็นรายกรณี

7.ครม.เห็นชอบเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการในส่วนของ SME โดยธนาคารออมสินจะเตรียม Soft loan ไว้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อมอบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ขณะที่ นายชยธรรม์ กล่าวต่อว่า ผลกระทบจากราคาพลังงาน อาทิ ค่าโดยสารและค่าขนส่ง รัฐบาลจะมีการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ให้บริการ 2 กลุ่ม คือรถบรรทุกสินค้า และรถโดยสารสาธารณะ ผ่านการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการตามการใช้งานจริง โดยจะใช้จีพีเอสติดตามการใช้งานรถยนต์ ส่วนรถโดยสารขนาดเล็กกับมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างนั้น จะต้องไปลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกก่อน เพื่อติดตามการใช้งาน ซึ่งรายละเอียดทางกรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ชี้แจง

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงคมนาคม ยังเปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นายกรัฐมนตรีอยากให้ประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้น จึงได้เพิ่มจำนวนเที่ยวการเดินทาง เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ขณะเดียวกันเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีน้ำมันเติมในทุกจังหวัดยังได้ให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดจุดที่จะเติมน้ำมันสำหรับรถขนส่งสาธารณะ พร้อมกับให้กระทรวงพลังงานเติมน้ำมันเข้าไปที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มมากขึ้น

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่ประชาชนกังวลว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาท โดยยอมรับว่าการตัดสินใจปรับราคาเมื่อวานนี้มีความหนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์มีความรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งตอนแรกไม่คาดว่าจะรุนแรง หรือ ยาวนานขนาดนี้ รัฐบาลก็พยายามตรึงราคาให้ได้ แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่าด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันที่เติมเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตรซึ่งมากกว่าปกติประมาณ 20% หายไป ซึ่งอาจจะถูกนำไปเก็บสำรองไว้ใช้ในอนาคต จึงมองว่ามาตรการราคาเป็นทางหนึ่ง

ส่วนกรณีที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ปรับราคาสูงกว่าราคาน้ำมันในประเทศ ปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้อยากให้เกิดผลกระทบจึงตรึงราคามาตลอด แต่หากถามว่าจะถึง 50 บาทหรือไม่ตนตอบไม่ได้ ดังนั้นราคาจากนี้ไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์หากสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษี ก็จะลดราคา หลังจากนี้มีทั้งบวกและลบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ศุภจีสุธรรมพันธุ์

คุณอาจสนใจ

Related News