เลือกตั้งและการเมือง
"ชัยชนะ" บอกจะซื้อน้ำมันตับปลาให้ "เอกนิติ-ศุภจี" เหน็บจะได้มีสมองบริหารประเทศ ปูดได้ข่าวมีรอยร้าวกับข้าราชการ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
21 views
5 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า ต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับหารือแต่ละพรรค ซึ่งยืนยันว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ต้องดูไทม์ไลน์ว่าพรรคประชาชนกำหนดช่วงไหน เพราะเมื่อเปิดสภามา สิ่งที่เราจะต้องอภิปรายอันดับแรกคือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระสามก่อน หลังจากนั้นจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ตลอด ดังนั้น จึงต้องรอดูท่าทีว่าพรรคประชาชนจะยื่นเมื่อไหร่ และแต่ละพรรคมีความคิดเห็นอย่างไร
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมประเด็นไหนเป็นพิเศษ และรัฐบาลมีแผลอะไรบ้าง นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนคิดว่าแผลของรัฐบาลวันนี้ ตนไม่ต้องบอกประชาชนทั่วไปก็ตอบได้ เช่น ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว ปากท้องเศรษฐกิจที่รับผิดชอบโดยกระทรวงพาณิชย์ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้น้ำมันลดลง แต่ราคาสินค้าไม่ลด ท่านออกมาพูด แต่ทำไม่ได้สักเรื่อง ก็เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว วันนี้คุณศุภจี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบอย่างไร เงินของพี่น้องประชาชนชาวนา ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าเงินหมด ชดเชยไม่ได้ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเงินเหล่านี้ถูกเอาไปใช้ตรงไหน รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ต้องชี้แจงให้ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมตัวหลังจากนี้คือฤดูผลไม้ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ ทั้งมังคุด ทุเรียน ปัญหาทุกวันนี้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทั้งหมด แต่จะอภิปรายประเด็นไหนบ้าง แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องหารือกัน
เมื่อถามว่าจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ การล้มรัฐบาลมี 2 ประเด็น คือกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไม่ผ่าน และกรณีรัฐบาลได้รับเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องดูว่าหลังจากฝ่ายค้านให้ข้อมูลและอภิปรายในสภาฯ แล้ว ข้อมูลที่ประชาชนได้รับ ต้องดูว่าพรรครวมรัฐบาลฝ่ายไหนที่เห็นตรงกับเรา และคิดว่าเป็นปัญหาจริงๆ ส่วนพรรคฝ่ายค้านมั่นใจได้ว่าวันนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันแน่นอน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
“ผมคิดว่าข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ หากมีการไม่ไว้วางใจจริง เดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคม ผมว่าสนุกแน่ และไม่ใช่เป็นละครในสภาแน่ นี่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง และเป็นการเปิดโปงข้อมูลในบางเรื่องที่ไม่ได้รับการเปิดโปงมาในสังคม” นายชัยชนะ กล่าว
ส่วนถึงขั้นพลิกขั้วอำนาจแดง-เขียว-ส้มหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ต้องไปถามที่มาของข่าว ตนคงตอบไม่ได้ การพลิกขั้ว ตนก็ยังไม่ทราบ ทราบจากสื่อมวลชน เพราะความจริง พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้คุยกับใคร ส่วนพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ก็ยังไม่ได้คุยกับใคร และพรรคประชาชนก็ยืนยันว่าไม่ได้คุยกับใคร ต้องไปสอบที่มาข่าวว่ามันมาจากไหนในครั้งแรก สิ่งที่ตอบได้คือ เราจะพิจารณางบประมาณวันไหนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ส่วนยื่นหรือไม่ ยืนยันว่ายื่นแน่ แต่วันไหน อยากให้รอติดตาม ตนขอฝากถึงท่านเอกนิติและท่านศุภจี ทำงานให้ประชาชนเป็นที่รัก แก้ไขปัญหาปากท้อง อย่าให้ประชาชนลำบากและจนอย่างนี้ไปอย่างยาวนาน
“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้า ทั้งสองท่าน ทราบข่าวว่าท่านมีปัญหาทั้ง 2 กระทรวง กับข้าราชการประจำ มีปัญหาด้านนโยบาย สุดท้ายแล้ว กินน้ำมันตับปลาเยอะๆ สมองจะได้ดี จะได้มีสมองในการบริหารประเทศชาติต่อไป” นายชัยชนะ กล่าว
เมื่อถามว่า 2 คนนี้ จะเป็นคนที่ นายชัยชนะ พุ่งเป้าอภิปรายหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะอภิปรายหรือไม่ แต่ตนขอบอกว่า ณ วันนี้ 2 คนนี้ เขาน่าจะมีความคิดที่ช้าลง เพราะคิดอะไรแก้ปัญหาไม่ได้เลย
“จริงๆแล้ว ผมอยากฝากน้ำมันตับปลาไปให้เขา แต่ทราบว่าท่านอยู่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ท่านเองก็น่าจะหาซื้อได้ตามร้านขายยา ดังนั้น พี่เอก พี่แต๋ม ที่เคารพ ทำงานเถอะครับ เพื่อประชาชนด้วย นอกจากน้ำมันตับปลา จะซื้อวิตามินซีให้ด้วย” นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ กล่าวถึงกรณีการรับสมัครพยาบาลอาสา ที่เพิ่งปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า วิธีการสอบมีเพียงการสัมภาษณ์อย่างเดียว เห็นชัดเจนว่าเป็นการสร้างเครือข่ายให้กับหัวคะแนนหรือไม่ ซึ่งตนมองว่านโยบายนี้ รัฐบาลควรนำเงินค่าจ้างอาสาพยาบาลมาเพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือจ้างพนักงานราชการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่ได้บรรจุที่ยังไม่ได้บรรจุกว่า 7,000 ตำแหน่ง ดีกว่าการจ้างพยาบาลอาสา ดังนั้นในส่วนนี้ ตนอยากให้นายกรัฐมนตรี ทบทวนหรือมีแนวทางที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสอบด้วยความมั่นคง วัดความรู้ด้วยการสอบข้อเขียน หรือความรู้ทางด้านรักษาพยาบาล ไม่ใช่การอบรมแล้วสอบสัมภาษณ์แล้วดูแลผู้ป่วย ซึ่งซ้ำซ้อนกับอสม.
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า อสม. คือด่านหน้าการทำงานด้านรักษาพยาบาล ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยECD แต่เมื่อถึงเวลาอ สม.ได้ค่าตอบแทนเพียง 600 -2,000 บาท แต่อาสาพยาบาลที่มาทีหลัง กลับได้เงินเดือนถึง 15,000 บาทต่อเดือน ตนจึงมองว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม เพราะยังมีพนักงานของกระทรวงสาธารณสุขอีกมากที่ยังไม่ได้บรรจุ ทำไมรัฐบาลถึงไม่ทำเรื่องนี้ก่อน หรือคิดว่าการทำเรื่องนี้จะเป็นการสร้างฐานคะแนน
เมื่อถามว่า มองว่าในส่วนของ พยาบาลอาสาเป็นการสร้างหัว นายชัยชนะ กล่าวว่า ไม่ได้อยากเรียกว่าหัวคะแนน แต่เรียกว่าเป็นการสร้างเครือข่ายมากกว่า
ส่วนกรณีที่ น.สรัชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยถึงการยกงบประมาณ ส่วนใหญ่ลงไปยังพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนคงไม่ลงลึกขนาดนั้น แต่เห็นว่าการจัดงบประมาณปีนี้ มีการตัดงบจังหวัดกว่า 20,000 ล้านบาท ก็หวังว่างบที่ถูกตัดไปในส่วนนี้จะนำไปช่วยท้องถิ่น สุดท้ายงบจังหวัดที่ถูกตัดออกไปกลับมาที่ส่วนกลาง คิดว่าการบริหารประเทศ ต้องเกิดการกระจายอำนาจ ดังนั้นงบประมาณที่ถูกตัด ส่วนใหญ่จะไปเห็นอยู่ที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส จึงคิดว่าการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชน กับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน มันต้องควบคู่เดินหน้าไปพร้อมกัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ชัยชนะเดชเดโช ,เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ ,ศุภจีสุธรรมพันธุ์