เลือกตั้งและการเมือง
กกต.นับคะแนนใหม่ปทุมธานี เขต 7 แจงปมผ้าดำคลุมกล้อง ป้าบุกโวยสั่งยกเลิก แพ้ก็คือแพ้
4 ชั่วโมงที่แล้ว
134 views
นับคะแนนใหม่ปทุมธานี เขต 7 เลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร อดีตผู้สมัครร่วมสังเกตการณ์ กกต.แจงผ้าดำคลุมกล้อง หวั่นละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ป้าบุกโวยไม่ต้องนับใหม่ ลั่นแพ้ก็คือแพ้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารโดมข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ปทุมธานี บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร
ทั้งนี้สืบเนื่องจากนักศึกษาและประชาชนประท้วงที่หน่วยเลือกตั้งภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ความไม่โปร่งใสของ กปน.และให้นักศึกษาออกจากหน่วย ทำให้ฮือประท้วงขึ้นเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่จนมีการนับคะแนนใหม่ โดยแต่งตั้งกรรมการ และมีนักศึกษาร่วมนับคะแนนด้วยนั้น ซึ่งผลนับคะแนนไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น กกต.อาศัยอำนาจตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 สั่งให้มีการนับคะแนนบัตรนอกเขตราชอาณาจักรและนอกเขตเลือกตั้งใหม่
สำหรับบรรยากาศในการนับคะแนนใหม่ในเขต 7 ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ได้จัดการนับคะแนน มีเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการ จำนวน 36 คน และคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานีควบคุมดูแลในความนับคะแนนให้มีสุจริต ยุติธรรม โดยมีพรรคประชาชน จ.ปทุมธานี นำโดย นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายเอกศักดิ์ หอมชื่น ว่าที่ สส.เขต 3 ปทุมธานี นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อดีตผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 8 นางสาวธันยนันท์ ไพบูลย์สุข อดีตผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 7 และ นายวรชิต จันทร์แบบ อดีตผู้สมัคร สส. ปทุมธานีเขต 2 และประชาชนจำนวนมากได้เดินทางร่วมสังเกตการณ์
โดยในระหว่างมีการนับคะแนนมีผู้หญิงสูงอายุขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอด แล้วตะโกนให้ยกเลิกการนับคะแนนใหม่ ไม่ต้องนับคะแนนแล้ว แพ้คือแพ้ ไม่ต้องนับคะแนนกันอีก บอกว่าตนเองเป็นคนลำพูน แต่มาอยู่จังหวัดปทุมธานีนานแล้ว
ด้านนางสาวสง่า ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงเหตุการณ์การนับคะแนนใหม่ที่เขต 7 อำเภอหนองเสือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสรุปว่า การนับคะแนนใหม่เป็นการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง เพื่อแก้ไขข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสของบัตรเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีที่มาจากกรณีข้อพิพาทที่หน่วยนับคะแนนมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จากเหตุการณ์การใช้ผ้าดำคลุมกล้องวงจรปิดจนเกิดการประท้วงของนักศึกษาและประชาชน
ในกรณีผ้าดำคลุมกล้อง ผอ.กกต.ปทุมธานี ชี้แจงว่าเป็นความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่มีความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการบันทึกภาพขณะประชาชนลงคะแนน ซึ่งอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่เมื่อประชาชนเกิดความไม่สบายใจ จึงมีคำสั่งให้เอาผ้าออกและมีการชี้แจงทำความเข้าใจ
สำหรับกระบวนการนับคะแนนใหม่หรือที่เรียกว่า “ปทุมธานีโมเดล” มีการเปิดให้มีส่วนร่วมโดยดึงนักศึกษาและตัวแทนภาคประชาชน เข้ามาเป็นกรรมการนับคะแนน เพื่อช่วยลดความขัดแย้งและสร้างการยอมรับในผลการนับคะแนน โดยผู้อำนวยการยืนยันว่าแม้ผลคะแนนจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยประมาณ 1 ถึง 2 คะแนน เกิดจากการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งของบัตรดีบัตรเสีย ของเจ้าหน้าที่ที่อาจคลาดเคลื่อนได้บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ส่งผลต่ออันดับผู้ชนะเลือกตั้ง ซึ่งยังคงเป็นผู้ชนะ
นอกจากนี้ยังมีการเน้นย้ำข้อจำกัดของอำนาจหน้าที่ โดยระบุว่าปทุมธานีโมเดลไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกจังหวัด เนื่องจากอำนาจการสั่งนับใหม่ในระดับพื้นที่สามารถทำได้เฉพาะในช่วงที่การนับคะแนนยังไม่เสร็จเท่านั้น หากกระบวนการเสร็จสิ้นและส่งหีบเข้าเขตแล้ว จะต้องรอคำสั่งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางตามระเบียบกฎหมายเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานให้กับพื้นที่อื่นได้เสมอไป เนื่องจากข้อกฎหมายกำหนดให้การคัดค้านต้องดำเนินการในระหว่างการนับคะแนนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ยอมให้มีการตรวจสอบหรือเปิดนับคะแนนใหม่ในบางส่วน เนื่องจากกระบวนการยังอยู่ในช่วงรอยต่อที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ปิดหีบบัตรอย่างสมบูรณ์ หรือยังไม่ได้ส่งมอบเอกสารอย่างเป็นทางการ
ในส่วนของกระบวนการนับคะแนนใหม่ ได้มีการนำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร มานับคะแนนใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างความโปร่งใส และลดข้อสงสัยของประชาชน รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากนักศึกษามาช่วยปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการนับคะแนน เพื่อหมุนเวียนกับเจ้าหน้าที่ชุดเดิมที่อ่อนล้าจากการปฏิบัติงานต่อเนื่อง
ด้านการประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลาง ยืนยันว่าได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีการตำหนิ แต่ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเป็นลำดับแรก
สำหรับผลลัพธ์ของการตรวจสอบ การตัดสินใจเปิดนับคะแนนใหม่ในจุดที่มีปัญหา ช่วยลดความตึงเครียดและความขัดแย้งในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยผลคะแนนที่ออกมาภายหลังการนับใหม่ในช่วงวันที่ 8 ถึง 9 กุมภาพันธ์ มีความชัดเจน และได้รับการยอมรับจากผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่
ด้าน นางสาวพรรณนินทร์ ไชยพงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร สส. ในนามพรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดปทุมธานี สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีการนับคะแนนใหม่ที่อำเภอหนองเสือ ระบุว่าการนับคะแนนครั้งก่อนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ยังไม่เป็นไปตามระเบียบของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงทำให้ กกต.ส่วนกลางมีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาดำเนินการทั้งหมด
การนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะการเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร และการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมประมาณ 4 ชุด โดยแต่ละชุดประกอบด้วย 2 กล่อง แยกเป็นบัตรแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ตนเองมองว่าผลคะแนนอาจไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เนื่องจากมีหน่วยที่ต้องนับใหม่เพียง 4 หน่วย อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงถึงความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ตัวแทนพรรค และประชาชนร่วมตรวจสอบกระบวนการได้
ในส่วนของกระแสข่าวเกี่ยวกับคะแนน ตนยอมรับว่ามีข่าวลือหรือข้อมูลบิดเบือนที่ระบุว่าคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ยืนยันว่าพร้อมยอมรับผลการตัดสินใจของประชาชนไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด พร้อมกันนี้ยังย้ำว่าแม้ครั้งนี้อาจไม่ได้มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาครบทุกคน แต่พรรคยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชนผ่านแนวทางที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย
แท็กที่เกี่ยวข้อง เลือกตั้ง69 ,นับคะแนนใหม่ ,ปทุมธานี เขต 7