เลือกตั้งและการเมือง
กกต.แจงปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ยอมรับสแกนถึงต้นขั้วได้ ยันไม่รู้ตัวคนกาคะแนน
7 ชั่วโมงที่แล้ว
158 views
กกต.แจงปม “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ป้องกันบัตรเขย่ง-ปลอมแปลง ยอมรับสแกนถึงต้นขั้วได้ ยันไม่รู้ตัวคนกาคะแนน ย้ำหลายรอบเป็นความลับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทีมโฆษกสำนักงาน กกต.นำโดยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ”
โดยว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต.เปิดเผยว่า กรณีบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อปรากฏ “บาร์โค้ด” เกิดขึ้น สงสัยว่าเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้คนมาลงคะแนนแล้ว มีคนรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด ขออนุญาตทำความเข้าใจการใช้สิทธิลงคะแนนก่อน ให้คิดถึงขั้นตอนใช้สิทธิ ขั้นแรกไปเข้าที่หน่วย ถ้าจะต้องตรวจบัญชีรายชื่อ และลงลายมือชื่อ หลังจากนั้นลงลายมือชื่อต้นขั้วบัตร ก่อน กปน.จะฉีกบัตรจากต้นขั้วส่งมอบให้ ถามว่าการไปใช้สิทธิในคูหา ใครเห็นบ้าง ต้องตั้งประเด็นนี้ก่อน ใครล่วงรู้การลงคะแนนของท่านได้หรือไม่ ถือว่าเป็นสิทธิส่วนตัว เราเองจะรู้คนเดียวว่าจะลงคะแนนให้ใคร อย่างไร เพราะเป็นคูหา
ประเด็นต่อมา มันล่วงรู้ได้ มีกฎหมายกำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วเสนอผู้อื่นว่าลงคะแนนให้ใคร และห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดใช้เครื่องมืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ท่านลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ทั้ง 2 ส่วนนี้มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทางอาญา รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอย่างชัดเจน เชื่อเถอะว่า ถ้าเราได้สิทธิคนเดียว กาบัตรคนเดียว การไปเปิดเผยประเด็นนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นแน่นอน
เมื่อออกจากคูหา นำบัตรไปหย่อนที่หีบบัตร ใครหย่อนบัตรแทนได้หรือไม่ ไม่ได้ ตัวท่านเองท่านั้นเอาบัตรหย่อนในหีบบัตร กระบวนการนี้เป็นไปตามขั้นตอน อยากให้เข้าใจ เมื่อปิดการลงคะแนน 17.00 น. กระบวนการนับคะแนนเริ่มขึ้น ในหีบมีบัตรสารพัดของใครก็ไม่รู้ในหีบ กปน.มีหน้าที่หยิบบัตรมาขาน ถามว่ารู้หรือไม่เป็นของใคร ไม่ทราบ เพราะต้นขั้วบัตรไปคนละที่แล้ว กระบวนการเป็นแบบนี้ไล่ไปเรื่อยจนเสร็จ พอนับเสร็จแล้ว บัตรนี้มีการไปบรรจุ เรียกว่าถุงวัสดุใส มีถุงที่จะแยกว่าถุงบัตรดี บัตรเสีย ถุงบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มีถุงใหญ่ใส่คล้องไว้ มีสายรัดซึ่งจะคล้องไว้บริเวณหน้าถุง ถุงเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถเปิดได้ ย้ำนะ เพราะเมื่อจัดการบรรจุเรียบร้อย ถุงบัตรดี บัตรเสีย ถุงบัตรไม่เลือกผู้ใด เอาทุกอย่างใส่เข้าไปในถุงใหญ่ เสร็จแล้วใช้สายรัดคล้อง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า เอกสารทั้งหลายเหล่านี้จะต้องไปใส่ไว้ในถุงวัสดุใสชั้นนอก และบรรจุให้เรียบร้อย เมื่อบรรจุเสร็จแล้วมีกระบวนการในการรับถุง จากนั้นใช้สายรัดล็อคเลย เพราะฉะนั้นหีบบัตรแต่ละประเภท ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตต้องทำแบบนี้ เมื่อทำเสร็จแล้วเอาถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว บรรจุไปในหีบบัตร แล้วจะมีกระบวนการในการปิดหีบบัตร ใช้เทปกาวซีน แล้วคล้องสายรัด
หีบบัตรนี้ของแต่ละหน่วยจะนำไปส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนน หรือศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของแต่ละเขต เพื่อทำกระบวนการยุบรวมหีบบัตร เหมือนกรณีชลบุรีที่ท่านเห็นภาพ ไปถึงปุ๊บอนุกรรมการประจำเขต จะมีการนำหีบบัตรทุกหน่วยของเขตเลือกตั้งตัวเอง นำมาแยกประเภท และยุบรวมด้วยการตัดสายรัด แล้วเอาถุงใส่บัตร โดยไม่มีการเปิดสายรัดออกมาจากถุงใด ๆ ทั้งสิ้น แค่หยิบถุงบัตรขึ้นมา แล้วนำไปบรรจุในหีบบัตรใบเดียวให้เต็ม เมื่อจัดทำแบบนี้ มีกระบวนการยุบรวมหีบบัตรเรียบร้อยแล้ว ส่วนต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อแยกไปเก็บรักษาไว้อีกทีหนึ่ง บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิต้องไปส่งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือท้องถิ่น เพื่อประกาศผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คนเหล่านี้ถูกจำกัดสิทธิ
เมื่อยุบรวมหีบบัตรเรียบร้อย จะไปเก็บไว้ ณ ที่ปลอดภัย บางเขตกำหนดไว้ เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด เก็บไว้ 2 ปีจนกว่าพ้นระยะเวลาในการร้องเรียน ร้องคัดค้าน ถึงสามารถเอาบัตรนี้เบิกมาทำลายได้ บัตรที่เก็บรักษาไว้ ใครทำอะไรได้บ้าง กกต.อยากไปเปิดได้หรือไม่ ไม่ได้ ไม่มีใครสามารถไปเปิดดู เปิดได้กรณีเดียวคือ กรณีสั่งนับคะแนนใหม่แค่นั้น นี่คือกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่อยากชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้งทุกหน่วย ทุกคนเป็นการลงคะแนนลับ ตามมาตรา 85 แห่งรัฐธรรมนูญ
“ท่านอาจตั้งข้อสงสัยว่า แบบนี้เราก็รีเช็คได้สิว่า บัตรนี้มาจากไหนเหมือนที่เป็นข่าว ตนบอกเลยว่า ต่อให้สแกนออกมา แต่องค์ประกอบมาพิจารณาร่วมกันมี 3 ส่วน 1.ต้นขั้วบัตร ตอนนี้ไปเก็บที่ไหนแล้ว ท่านไม่รู้หรอก มันรวมกันไปหมดแล้ว 2.บัญชีรายชื่อไปไหน ไปสำนักทะเบียนแล้ว เพื่อทำบัญชีรายชื่อผู้ไม่มาใช้สิทธิรวมกันแล้ว เหล่านี้เป็นต้น อยากให้เข้าใจตรงกันว่า กระบวนการมีบาร์โค้ดมีไว้เพื่ออะไร กระบวนการลงคะแนนขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนที่ท่านเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนน เป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญชัดเจน” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ส่วนนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กล่าวว่า เป็นประเด็นฮอตเมื่อคืน ข้อสงสัยว่าทำไมในบัตรเลือกตั้งต้องมีบาร์โค้ดในนั้น เรียนชี้แจงแบบนี้ว่า ฐานที่มามาจากในตัวข้อกฎหมายก่อน เรื่องนี้ถูกกำหนดในระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 129 ให้อำนาจ กกต.ในการกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใด เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง นี่คือฐานที่มาว่าทำไมต้องมีการกำหนดรหัส หรืออะไรต่าง ๆ ในบัตรเลือกตั้ง
ต้องบอกว่าในส่วนบาร์โค้ดที่กำหนดไว้ นอกจากประเด็นป้องกันการปลอมแปลง บาร์โค้ดต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลง เรายังมีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงหลายเรื่อง เป็นความลับเปิดเผยไม่ได้ การใช้บาร์โค้ด เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องมาตรการป้องกันการปลอมแปลง นอกจากป้องกันมาตรการปลอมแปลงแล้ว ยังเป็นเครื่องมือใช้ควบคุม และบริหารจัดการโดยเฉพาะเรื่องบัตรเลือกตั้งต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
เช่น กระบวนการจัดพิมพ์บาร์โค้ดต่าง ๆ เป็นข้อมูลสำหรับการ Tracking จำนวนจัดพิมพ์ไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า มีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินกว่ากำหนดหรือไม่ ขั้นตอนต่อมา การเข้าเล่ม การแพคกิ้งต่าง ๆ มีการใช้บาร์โค้ดต่าง ๆ เหล่านี้มาสำหรับใช้ตรวจสอบ ก่อนเข้าเล่ม บัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 ฉบับ เราใช้วิธีการ Tracking จากบาร์โค้ดต่าง ๆ เหล่านี้ว่า ปกบัตรนี้มี 20 ฉบับ มีเลขอะไร ครบถ้วนถูกต้อง เวลาใช้ในหน่วยเลือกตั้งจะได้ไม่มีปัญหากรณีบัตรเขย่ง
นายวรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากกระบวนการผลิตแล้ว กระบวนการแจกจ่าย ผู้มีหน้าที่ หรือผู้รับผิดชอบต่าง ๆ ในเรื่อง กกต.เขต หรือ กปน.ต่าง ๆ เมื่อเราแจกจ่ายไปแล้ว อาจมีประเด็นว่าบัตรเลือกตั้งเล็ดรอดไปสู่ภายนอก เราสามารถตรวจสอบได้ว่า บัตรที่เล็ดรอดออกไป ถูกจัดสรรอยู่ในความรับผิดชอบของใคร ผู้ใดต้องสงสัยกระทำความผิด
เรื่องการตรวจสอบป้องกันการทุจริตต่าง ๆ สามารถนำมาตรวจสอบได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำบัตรปลอมมาใช้ การนำบัตรมาใช้ข้ามเขต ข้ามหน่วยต่าง ๆ เราสามารถใช้บาร์โค้ดตัวนี้ตรวจสอบได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง กรณีมีภาพบัตรเลือกตั้งติดต้นขั้ว แล้วมีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าในบาร์โค้ดนี้ สแกนไปสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่าเราสามารถ Tracking ได้ว่าใครเผยแพร่ เพราะบัตรที่ถูกเผยแพร่ เป็นบัตรที่อยู่ในเล่ม ยังไม่ถูกฉีก แสดงว่าต้องอยู่ในมือผู้รับผิดชอบการทำหน้าที่แน่นอน เป็นขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เรื่องการใช้บาร์โค้ด
จากที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้ใช้ตรวจสอบกลับไปอย่างที่เป็นข่าวเลย เราใช้ตรวจสอบควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเท่านั้น ส่วนข้อสงสัยว่าการนำบัตรไปใช้ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับหรือไม่ จะเห็นว่าแต่ละขั้นตอน แต่ละกระบวนการ ไม่มีโอกาสเลยที่คนอื่นจะรู้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับผู้สมัคร สส.หรือพรรคการเมืองใด แม้มีภาพการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีการติดบาร์โค้ด แล้วเปิดเผยเลขอะไรต่าง ๆ นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน
ประเด็นต่อไปกระบวนการสุดท้าย เรื่องการจัดเก็บ การรักษาความปลอดภัยของหีบบัตร ต้นขั้วบัตรต่าง ๆ มีกระบวนการจัดเก็บอย่างรัดกุม แยกเก็บกันอย่างเป็นสัดส่วน มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จากที่กล่าวมาทั้งหมด ตนเชื่อมั่นว่า บัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนไปแล้วเมื่อ 8 ก.พ. ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้กับผู้สมัคร และพรรคการเมืองใด
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเสริมว่า ไม่ต้องคิดใครจากคนอื่น ให้คิดเองตอนไปเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่มีใครรู้เลย แม้แต่ กกต.ไม่สามารถเปิดหีบบัตรได้ กกต.สั่งเปิดได้ในกรณีเดียวคือ สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ กระบวนการเหล่านี้เป็นมาตรการว่า การเลือกตั้งของท่านที่เกิดขึ้นคือ 1 ก.พ. และ 8 ก.พ. เป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเป็นการป้องกันปลอมแปลง ทำไมบัตรประชามติไม่มีบาร์โค้ด นายวรพงศ์ กล่าวว่า มีบัตร 3 ประเภท และเวลาจัดพิมพ์ใช้โรงพิมพ์ถึง 3 โรงพิมพ์ ร่วมกันพิมพ์ให้ตรงเวลาที่ต้องใช้ มาตรการการตรวจสอบ ป้องกันต่าง ๆ ของแต่ละโรงพิมพ์กำหนดแตกต่างกัน อีกประการหนึ่งด้วยโรงพิมพ์แต่ละโรงพิมพ์ มีเทคโนโลยีการพิมพ์ มีเครื่องพิมพ์ เทคนิคการพิมพ์แตกต่างกัน ถามว่าบัตรประชามติสามารถ Tracking ได้ ตนยืนยัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้
ผู้สื่อข่าวซักอีกว่า ตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ไม่มีบาร์โค้ดเป็นตัวอย่าง ไม่ได้แจ้งประชาชนทราบแต่แรก นายวรพงศ์ กล่าวว่า บัตรตัวอย่างใช้ใน 2 กรณีคือ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงรูปแบบบัตร เรื่องบาร์โค้ดต่าง ๆ เป็นส่วนระบบความปลอดภัยที่กำหนดขึ้น ไม่สามารถทำลงในบัตรตัวอย่างได้
ส่วนมาตรา 85 ในรัฐธรรมนูญ กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปทางลับ ขณะที่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ อย่างนี้ กกต.อาจกระทำผิดกฎหมายเองหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า อย่างที่นำเรียนไปแล้ว ผู้ใดคือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่วน กกต.มีอำนาจในการกำหนดรหัส หรือมาตรการต่าง ๆ ป้องกันตามปลอมแปลงบัตร ตามระเบียบ ในมาตราที่พูดถึง อยู่ในเรื่องการออกเสียงลงคะแนน อันนั้นผู้มีสิทธิเข้าไปใช้สิทธิ ห้ามทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกต
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า บาร์โค้ดแม้บอกว่าป้องกัน แต่ว่าในทางปฏิบัติ มีการสแกนออกมาแล้ว ตัวเลขเป็นตัวเลขยูนิคนัมเบอร์ ตรวจย้อนกลับไปได้หรือไม่ ต้นขั้วเทียบกันได้หรือไม่ ถ้าเทียบแล้วเป็นความลับหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าสแกนออกมาแล้วจะขึ้นเป็นเลขที่บัตร แต่อย่างที่นำเรียน ขั้นตอนออกเสียงลงคะแนนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ การนับคะแนนก็ไม่รู้ การเก็บรักษาก็อย่างที่นำเรียนไปแล้ว เรามีมาตรการหลายชั้น รวมถึงการเก็บรักษาขั้นสุดท้ายในที่ปลอดภัย และห้ามเปิด
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แบบนี้ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเสริมว่า โดยลับหมายถึง เราไปใช้สิทธิต้องไม่มีใครรู้ว่าเราใช้สิทธิให้กับผู้ใด อันนี้โดยตรงถือว่าลับแล้ว
ผู้สื่อข่าวซักอีกว่า ด้วยเหตุอะไรก็ตามแต่ สามารถเอาต้นขั้ว และเอาบัตรลงคะแนน บาร์โค้ดแมตช์กัน สามารถบอกได้ว่าคน ๆ นั้นเลือกใคร อยากให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เล่านิดหนึ่ง กระบวนการเก็บต้นขั้วบัตรต่าง ๆ เก็บทั้งเขตเลือกตั้ง เขตหนึ่งราว 250 หน่วย หรือเก็บในภาพรวมทั้งจังหวัด อาจมีเป็นพันหน่วย อย่างที่ยกตัวอย่าง เป็นไปได้ยากมากที่จะไปสืบค้น ไปค้นหา เพราะด้วยปริมาณที่นำเรียน ถ้าคนกระทำ คือมีเจตนาทุจริตแล้ว ไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง มีความผิดตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนักข่าวสอบถามประเด็นนี้ ได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า กระบวนการนี้สามารถไล่ย้อนไปถึงต้นขั้ว และจะทราบว่าประชาชนกาผู้สมัคร หรือพรรคใดได้ใช่หรือไม่นั้น นายวรพงศ์ ไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องนี้ แต่กล่าวว่า ถ้านำต้นขั้วบัตร หรือนำบัตรมาเทียบ มาตรการในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่า กกต.เอง หรือส่วนการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าเก็บที่ กกต.จังหวัด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถนำต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้งที่จัดเก็บยุบรวมแบบนี้มาดูได้ว่า บัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของใคร ถ้าใครกระทำการแบบนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าพนักงาน กกต.เอง หรือในส่วนของจังหวัดเองก็เช่นเดียวกัน
“ใครเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมกันแล้ว โดยที่ กกต.ไม่มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ก็แล้วแต่ ไม่มีผู้ใดดำเนินการดังเช่นว่า บัตรใบนั้นเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งอะไรได้ โดยสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง หรือจังหวัด มีเรื่องวินัยกำกับดูแลพวกเราเช่นเดียวกัน ถ้าใครทำหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตจะถูกลงโทษทางกฎหมาย” นายวรพงศ์ กล่าว
ส่วนกรณีบาร์โค้ดที่หลุดในโซเชียลมีเดียตอนนี้ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งใด ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิไม่รั่วไหลหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวยืนยันว่า เห็นแค่เลขที่ ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
ส่วนบาร์โค้ดใช้ในการ Tracking การทุจริต หรือบัตรเขย่ง ทำไมใช้บาร์โค้ดในการตรวจสอบ มีวิธีการอื่น หรือเทคโนโลยีอื่นหรือไม่ เห็นในปี 2566 ไม่มี และบัตรลงคะแนนที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลตอนนี้ มีบาร์โค้ดที่เปิดไปแล้ว จะลงคะแนนโดยลับอยู่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เลือกตั้งปี 2566 บัตรเลือกตั้งแบ่งเขตมีการใช้คิวอาร์โค้ดอยู่ ส่วนการเผยแพร่ภาพบัตรในโซเชียลไปแล้ว เป็นบัตรที่ยังไม่มีการลงคะแนน กรณีบัตรติดเล่มอยู่ที่หน่วย อีกกรณีคือเผยแพร่ระหว่างการนับคะแนน การเผยแพร่ไม่ได้เจ้าตัวเผยแพร่ ไม่ได้ถือว่ามีความผิด กปน.แสดงบัตรให้ผู้สังเกตการณ์เห็น
ซักอีกว่า ทำไมต้องใช้บาร์โค้ด มีวิธีอื่นอีกหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า จริง ๆ มีหลายวิธี แต่ว่าขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์และเทคนิคการพิมพ์ของแต่ละโรงพิมพ์ กระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เวลาจำกัด แต่ละโรงอาจถนัดใช้เทคโนโลยีแบบนี้ บางโรงอาจไม่ถนัด แต่อยู่ในเงื่อนไขต้องสามารถตรวจสอบเรื่องตั้งให้สุจริตได้ เป็นวิธีแต่ละโรงพิมพ์จัดทำ
เมื่อถามว่า กกต.สั่งการโรงพิมพ์ทั้ง 3 แห่งให้ดำเนินการดังกล่าว แต่ไม่กลัวบัตรประชามติรั่วไหลหรือไม่ เพราะไม่ได้มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด นายวรพงศ์ กล่าวว่า แม้บัตรประชามติไม่ได้มีบาร์โค้ด แต่มีมาตรการตรวจสอบทุจริตได้ แต่ต้องเรียนจริง ๆ ไม่อาจเปิดเผย เพราะถ้าเปิดเผยจะรู้กันหมดว่าอยู่ตรงไหน โดยวิธีการขึ้นอยู่กับโรงพิมพ์แต่ละโรง เขาใช้วิธีการอะไรอย่างไร ทั้งนี้การใช้คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดดังกล่าว ใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 การเลือกตั้งท้องถิ่นมี แต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะถ้าเปิดเผย ก็เป็นรูปแบบเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยปัจจุบันเมื่อดูข้อมูล มีหลายประเทศใช้รหัส ใช้โค้ดอยู่ แต่อาจไม่ได้เป็นคิวอาร์โค้ด หรือเป็นบาร์โค้ดชัดเจน
เมื่อถามว่า การใช้บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด จะสแกนกรณีไหนได้บ้าง ยกตัวอย่างให้ชัดเจน นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบ มีเหตุร้องเรียนว่า มีการนำบัตรไปใช้ผิดที่ผิดทาง ข้ามหน่วยข้ามเขต การสแกนตรวจสอบได้ แต่เราก็สแกนแค่ว่า บัตรนี้จัดสรรไปที่เขตเลือกตั้งไหน และอยู่เขตเลือกตั้งนั้นหรือไม่ ถ้าดูเลขแล้วอยู่คนละเขต แสดงว่ามีความผิดปกติ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น
ส่วนตัวบัตรเลือกตั้งที่แยกออกเป็น 3 ส่วน ต้นขั้ว บัตรเลือกตั้งเอง พอพ้นอายุ 2 ปีไปแล้ว ทำลายอย่างไร และจะกลายเป็นบิ๊กดาต้าตรวจสอบได้หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการเก็บรักษาเก็บไว้ 2 ปี ส่วนเรื่องการทำลายเป็นอำนาจของ กกต.ในการอนุมัติให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง กำหนดวิธีการ รูปแบบวิธีการว่าทำลายด้วยรูปแบบอะไร โอกาสไม่เกิดเป็นบิ๊กดาต้าแน่นอน เพราะว่าไม่มีใครไปเปิด
ส่วนกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน มาร้องเรียน เขียนในคำร้องว่า ตรวจสอบขั้วบัตร ตรงกับรหัสหรือไม่ และระบบความลับต้องไม่มีใครรู้ เมื่อ กกต.รู้แล้ว สุ่มเสี่ยงหรือไม่ กังวลหรือไม่คนไปร้องให้เลือกตั้งโมฆะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่นำเรียน เวลาเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร กับตัวบัตรแยกกันต่างหาก ไม่สามารถรีเช็คได้ ต้นขั้วจัดเก็บส่วนหนึ่ง ส่วนบัตรเลือกตั้งใส่ในหีบเก็บรักษาไว้ส่วนหนึ่ง กระบวนการนี้ไม่มีใครรีเช็คได้ เว้นแต่กระทำการทุจริต หรือฝ่าฝืนกฎหมายจริง ๆ อันนั้นก็พิจารณาตามข้อเท็จจริงไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง บัตรเลือกตั้ง ,เลือกตั้ง69 ,บาร์โค้ด