เลือกตั้งและการเมือง

“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบาร์โค้ดบัตรลงคะแนน ส่อเลือกตั้งเป็นโมฆะ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

23 views

“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบัตรเลือกตั้งมี “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” อาจสืบถึงต้นขั้ว ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส่อทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

วันที่ 13 ก.พ.2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี โดยเปิดเผยว่า วันนี้ตนเตรียมจะไปยื่นหนังสือต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นเรื่องของคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดที่ปรากฎในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจสามารถระบุถึงต้นขั้วและอาจจะระบุถึงตัวของผู้มาลงคะแนนเลือกตั้งได้

ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 85 และ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 อันจะทำให้การลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความลับ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่า หากการลงคะแนนเสียงไม่เป็นความลับ ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

โดยปัญหาที่เกิดขึ้นคือ บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต หรือบัตรสีเขียวนั้น พบคิวอาร์โค้ดอยู่ในบัตร ส่วนบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ หรือบัตรสีชมพูนั้น พบบาร์โค้ดอยู่ในบัตร สามารถสแกนระบุถึงตัวต้นขั้วและระบุถึงตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้

พฤติกรรมดังกล่าวส่อเจตนาถึงการออกแบบกลโกง โดยกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันที่ออกแบบการเลือก สว. ที่พบว่าตัวบัตรเลือก สว.มีคิวอาร์โค้ดเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่ามีกระบวนการคิดกลโกงเพื่อเอื้อทั้งการเลือก สว. และ สส. อันส่งผลทำให้การเลือก สว.ไม่เป็นความลับเช่นเดียวกัน ซึ่งตนเคยร้องเรียนแล้วว่าการเลือก สว.ก็มีการฮั้วและโกงเช่นเดียวกัน

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ตนมองว่าอาจจะมีการไล่เช็คตรวจสอบผู้ลงคะแนนผ่านต้นขั้วได้ เช่น หากหน่วยเลือกตั้งในเขตทหาร ก็อาจจะนำมาตรวจสอบต้นขั้วได้ว่า ทหารนายใดไปเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ หรืออาจมีการแจกบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด ให้พรรคการเมืองไปตรวจสอบต้นขั้ว เพื่อไล่เช็คบิลกลับหัวคะแนนในแต่ละท้องที่ได้

ทั้งนี้ ตนรู้สึกดีใจที่พรรคเพื่อไทยก็จะนำเรื่องบัตรเลือกตั้งไปส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน มองว่าถ้าบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งไม่สามารถระบุถึงต้นขั้วและตัวผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ เรื่องนี้ก็จะจบไป แต่ถ้าสามารถไล่ย้อนหลังถึงผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ ก็สมควรที่จะให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ

โดยตนหวังว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาส่งเรื่องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันตามกรอบของกฎหมาย เนื่องจากตนเองไม่มีอำนาจหน้าที่ในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง เพราะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียและอาจจะถูกกล่าวหาว่ามีพรรคอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเกรงว่าศาลรัฐธรรมนูญจะปัดตก และจะไม่มีใครกล้ายื่นร้องเรียนในลักษณะแบบนี้อีก ตนจึงต้องเข้าตามตรอกออกตามประตูทำตามข้อกฎหมาย แต่ถ้าหากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ตนจะไปยื่นเรื่องนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง ซึ่งตนต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะให้ได้

ทนายอั๋น ยังได้เปิดเผยอ้างว่าได้รับข้อมูลจากผู้ร้องเรียนที่ไม่ประสงค์ออกนาม เกี่ยวกับการฮั้วประมูลพิมพ์เอกสารแนะนำผู้สมัคร สส. และประชาสัมพันธ์การลงประชามติว่า มีการล็อกเป้าให้โรงพิมพ์ที่ฮั้วกัน รับงานพิมพ์เอกสารดังกล่าว โดยไม่มีการเปิดประมูลผ่านระบบ e-bidding และไม่มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งยังพบว่ามีการจัดพิมพ์เอกสารโดยที่ยังไม่มีการเบิกงบจาก กกต.ออกมาก่อน จึงน่าเชื่อว่าอาจจะมีการฮั้วทุจริตเรื่องผู้พิมพ์เอกสารดังกล่าว

ซึ่งขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างโรงพิมพ์เอกสารดังกล่าว ผู้ร้องเรียนอ้างว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบ ตนไม่ได้กล่าวหานายแสวงว่าเป็นผู้ทุจริต แต่อยากให้ กกต. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะหากฮั้วกันจริง จะถือว่า กกต.ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เนื่องจากได้ทั้งส่วนต่างและควบคุมการพิมพ์เอกสารในจำนวนเท่าที่ต้องการกับข้อมูลในเอกสาร

ตนจึงขอตำหนินายแสวงไป เงินเดือนจากภาษีประชาชนที่ได้เดือนละแสนกว่าบาท รวมทั้งได้รถประจำตำแหน่งและคนขับ ยังไม่เพียงพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองอีกเหรอ ข้าวแดงแกงร้อนที่ประชาชนเสียภาษีไปยังไม่พอเลี้ยงตนเองใช่ไหม

ซึ่งหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเมื่อไหร่ ตนจะเปิดประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งจะดำเนินการเล่นงาน 4 เสือระดับท้องถิ่นที่ควบคุมการเลือกตั้ง ตั้งแต่ อสม. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และ อบต. โดยทนายอั๋นยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากกรณีที่กล่าวอ้างว่าทาง กกต.ได้ประสานให้นายอำเภอและฝ่ายปกครองเข้ามาเป็นประธาน กปน.กว่า 400 เขตนั้น ถือว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งโดยฝ่ายปกครอง มองว่าตอนนี้บ้านเมืองยังฉิบหายไม่พอใช่ไหม และหากประสานฝ่ายปกครองมาดูการเลือกตั้งจริง แล้วเราจะมี กกต.ไปทำไม

ทนายอั๋น ยังฝากไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ขอให้ทางตำรวจปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่ใช่รับใช้องค์กรอิสระ เพราะเมื่อวานนี้ตนก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าฟังแถลงของ กกต. ซึ่งตนเกรงว่า เสมือนกับการที่ตำรวจลงเรือลำเดียวกันกับ กกต.

ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าตนไม่ใช่ผู้แพ้แล้วพาลหรือไม่ยอมรับการเลือกตั้ง แต่เพียงแค่รับไม่ได้กับการที่มีการโกงกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะตนไม่อยากวิ่งแก้ผ้าให้กับผลการเลือกตั้งตามที่ตนเคยโพสต์เอาไว้


คุณอาจสนใจ

Related News