เลือกตั้งและการเมือง

เลขาฯ ปชป.จ่อนัดประชุมกรรมการบริหารพรรค 11 ก.พ. ทบทวนการทำงาน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

เลขาฯ ปชป.จ่อนัดประชุมกรรมการบริหารพรรค 11 ก.พ. ทบทวนการทำงาน พร้อมนัดอดีตผู้สมัคร สส.กทม.เดินหน้าทำงานการเมือง


นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ ปชป. ได้ สส.แบบแบ่งเขต 10 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ คาดว่า จะได้ 12 คน พร้อมกล่าวถึงกระแสในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ทำให้นายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ สส.สงขลา พรรคประชาชน สามารถล้มเจ้าของพื้นที่เดิมได้นั้น เลขาธิการ ปชป. มั่นใจว่า เป็นการตอกย้ำการสร้างการเมืองสุจริต ที่ ปชป.ถือธงนำต่อต้านการซื้อเสียง และสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า การเลือกตั้งเขตดังกล่าวไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนในพื้นที่ เลือกคนที่มั่นใจว่า เป็นคนดี เลือกลูกชาวบ้านอย่างนายจูรี ให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน นอกจากนั้นแล้ว ในพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ ที่หลายเขตที่ผู้สมัคร สส.ของ ปชป. มีคะแนนสูสี จึงเป็นแนวทางที่แสดงว่า ประชาชนตื่นตัวกับการเมืองสุจริต


ส่วนในหลายพื้นที่มีกระแสข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลที่จะยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.หรือไม่นั้น เลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า ผู้แทนของพรรคไม่ได้แจ้งกลับมาทางการ อย่างไรก็ดียอมรับว่ากรรมการบริหารพรรคได้สร้างระบบของการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เตรียมคนให้จับผิดผู้อื่น เพราะเราเชื่อมั่นในการหาเสียงสุจริต จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้น


ส่วนการประเมินเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของนายชัยวุฒินั้น เลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดหมายว่าแชมป์เก่า ที่เป็นอดีต สส.ในพื้นที่จะได้รับเลือก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นช้า มีการเตรียมตัวในระยะเวลาที่สั้น ทำให้ไล่ไม่ทัน แต่คะแนนที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นต้นทุนที่มากพอสมควร ดังนั้น ต้องมีการทำงานในพื้นที่ต่อไป และทำในทุกพื้นที่ โดยในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมาหารือ เพื่อทบทวนช่องโหว่ และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะนัดอดีตผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ของพรรค มาหาเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคฯ ต่อไปว่า ผู้ใดจะอยู่ทำงานร่วมกับพรรคต่อ และอยากทำงานแบบไหน


เลขาธิการ ปชป. ยอมรับว่า ผลเลือกตั้งที่ออกมา ผิดความคาดหวังไปไม่มาก มีแค่ 3-4 เขตเท่านั้นที่ไม่ชนะ เช่น ตรัง เขต 1 และเขต2 สมุทรสาคร และสงขลา ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับ และจากนี้ไปต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กรุเทพฯ หลายคนบอกว่า หลังการเลือกตั้งนี้คือ จุดเริ่มต้น


เลขาธิการ ปชป. ยังปฏิเสธที่จะประเมินถึงการจัดตั้งรัฐบาล แต่เชื่อว่า พรรคภูมิใจไทยที่ได้มาเป็นอันดับหนึ่ง สามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้ง่าย หรือเลือกพรรคร่วมรัฐบาลได้ไม่ยากนัก แต่สำหรับ ปชป. ในฐานะพรรคเล็ก ไม่ควรเสนอแนะ หรือก้าวก่าย


ส่วนจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ยังเหมือนเดิมหรือไม่ ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม เลขาธิการ ปชป. ย้ำว่า ยังยืนยันเหมือนเดิม และไม่ใช่เฉพาะเรื่องพรรคกล้าธรรมเท่านั้น แต่ยังมีอีก 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และไม่สร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง


ส่วนกังวลหรือไม่หากพรรคภูมิใจ ตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง อาจทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้นั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะพร้อมทำหน้าที่แทนชาวบ้านได้ แม้ว่า จะมีผู้แทนเพียงคนเดียว กรณีที่เป็นฝ่ายค้านพรรคฯ ก็ไม่กังวลต่อรัฐบาลที่มีเสียงเข้มแข็งในสภาผู้แทนราษฎร เพราะตนมองว่า ความมั่นคง เสถียรภาพของของรัฐบาล ไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาล เพราะฝ่ายค้านพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ แต่หากประเมินโดยเทียบกับยุคสมัย ที่รัฐบาลเข้มแข็งเกิน 300 เสียง มองว่า ปัจจุบันเงื่อนไขต่างกัน หากรัฐบาลปัจจุบัน ทำซ้ำรอยกับรัฐบาลที่มีปัญหาในอดีต ประชาชนจะเป็นผู้ส่งสัญญาณ ไม่ใช่พรรคการเมือง ดังนั้น ความมั่นคงทางการเมือง ขึ้นอยู่กับการรบริหาร และสนิมเกิดจากเนื้อในไม่ใช่ฝ่ายค้าน หากรัฐบาลจะพัง ก็อยู่ที่ตัวเอง แต่รอบนี้ยังไม่เห็นว่า จะทำงานดี หรือ พัง จึงต้องรอดูพฤติกรรมและการทำงาน ส่วนปัญหาหรือสถานการณ์เมืองนั้น ต้องดูต่อไป แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน มีความพร้อมทำหน้าที่


คุณอาจสนใจ

Related News