เลือกตั้งและการเมือง

“ไอติม” หวั่น 8 ก.พ. ปิดประตูแก้ รธน. ถ้าคนไม่เห็นชอบ ขอกาเห็นชอบ ย้ำหากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม

4 ก.พ. 2569

35 views

“ไอติม” ขอ 8 ก.พ. กาเห็นชอบ หวั่นปิดประตูแก้ รธน. ถ้าคนไม่เห็นชอบ ย้ำหากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม เปรียบเหมือนแข่งฟุตบอลกติกาไม่เป็นธรรม เชื่อทุกฝ่ายจับมือแก้ ซัดอย่ากล่าวหาลอยๆ ไม่ยอมแก้รายมาตรา บอก ปชน. ยื่นกว่า 30 ร่าง แต่ผ่าน 1 ร่างเพราะเสียง สว.

ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ในงานรณรงค์การออกเสียงประชามติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม โฆษกพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วงหนึ่งว่า วันนี้มาร่วมกิจกรรมที่ถูกจัดโดยภาคประชาชนใน 2 สถานะ คืออันแรกในฐานะตัวแทนของพรรคประชาชน เพื่อมายืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าพรรคประชาชนยืนยันสนับสนุนและเชิญชวนให้พี่น้องทุกคนกาเห็นชอบในการทำประชามติ

“แต่สถานะที่ 2 คือการมายืนยันในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าเป้าหมายในการมีกติกาสูงสุดของประเทศและระบบการเมืองที่โปร่งใสเป็นประชาธิปไตยและประชาชนพึ่งพาได้ เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าภารกิจของพรรคการเมือง เปรียบเสมือนการแข่งขันฟุตบอล อย่างลิเวอร์พูลกับแมนยูแข่งกันอย่างเข้มข้นหมั่นไส้กันบ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่กติกาฟุตบอลไม่เป็นธรรมไม่มีความโปร่งใส พวกเขาจะผนึกกำลังกันอย่างแน่นอน” นายพริษฐ์กล่าว

ส่วนที่ต้องมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนเองก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญ 60 เราจะยังคงอยู่กับปัญหาอย่าง สตง. ที่เข้มงวดกับการตรวจใบเสร็จคุณครูเวลาซื้ออุปกรณ์การเรียน แต่เวลาก่อสร้างตึกของตัวเองมีความหละหลวมทุกอย่างตรวจสอบได้ยาก มี ป.ป.ช.ที่ประชาชนตั้งคำถามว่ายืนอยู่ข้างความโปร่งใสจริงหรือไม่ มีทั้งกรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อนหรือล่าสุดกรณีรับสินบนทองคำ เราจะยังมี สส. ที่เดินหาเสียงสวมเสื้อพรรคหนึ่งพอเลือกตั้งไปไม่กี่เดือนก็ย้ายไปอีกพรรรหนึ่งเพื่อต่อรองผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาตจากประชาชน เราจะยังมี สว. ที่มีอำนาจล้นฟ้าชี้ขาดได้ว่าใครจะไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระแต่กลับมีที่มาจากระบบที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนและสุ่มเสี่ยงต่อการฮั้ว เราจะยังมี กกต. ที่ทำงานค้านสายตาประชาชนและประชาชนถอดถอนไม่ได้ หลายปัญหาจะแก้ได้คือต้องแก้รัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ทำไมไม่พูดให้ชัดว่าจะแก้มาตราไหนเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ ตนและพรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรายมาตราเข้าในสภาเกือบ 20 กว่าร่าง ถ้าเอามาเรียงกันพอจะคาดการณ์ได้ว่าเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร แต่เหตุผลที่เรายังไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด เพราะหากเราเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริง คนที่จะมาออกแบบว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก็คือประชาชนทุกคนทั่วประเทศ

ส่วนที่ถามต่อว่าก็รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน รู้ว่าจะแก้อะไรทำไมไม่แก้รายมาตราต้องมาจัดทำฉบับใหม่ ก็ต้องตอบกลับไปว่าการแก้รายมาตราเราพยายามมาหลายครั้งแล้วเกือบจะ 30 ครั้งพยายามแก้ไปแบบคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ตนก็ไม่ติดใจ เห็นด้วยและสนับสนุน ที่ผ่านมายื่นไปเกือบ 30 ร่าง ผ่านร่างเดียวเพราะไปติดเงื่อนไข 1 ใน 3 ของ สว. หากเราเดินหน้าแก้ไขแบบรายมาตรา คนที่จะชี้ก็คือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากเราจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และไม่เติมเงื่อนไข 1 ใน 3 สว. กลับไปอีก คนที่จะชี้ขาดก็คือประชาชนผ่านการทำประชามติ

“การทำประชามติวันที่ 8 ก.พ.นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีอนาคตของประเทศเป็นเดิมพัน ถ้าเราชนะร่วมกันเราจะนำพาประเทศไปสู่การเปิดประตูบานแรกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าเราแพ้ในวันที่ 8 ก.พ. มีความเสี่ยงว่าเราจะแพ้ไปอีกนาน ถ้าแพ้ไปแก้รายมาตราได้หรือไม่ ก็ต้องบอกตามตรงว่าหากแพ้รอบนี้มีโอกาสสูงว่าประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะปิดในทุกบาน ถ้าเกิดผลประชามติออกมาประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเชื่อว่าจะมีคนในรัฐสภาจะเอาผลประชามติดังกล่าวมาตีความ ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับการจัดทำฉบับใหม่ หมายความว่าเขาชื่นชอบรัฐธรรมนูญปี 60 จะแก้มาตราไหนเขาก็ไม่ยอมให้แก้” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ถ้าเราทุกคนอยากหลุดพ้นของระบบการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชนที่เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญ 60 8 ก.พ.นี้ เราต้องมาร่วมกันชนะและชนะให้ขาด เพื่อให้เสียงและพลังของประชาชนมีมากพอในการไปยันกับผู้มีอำนาจในรัฐสภา และผู้มีอำนาจในองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชนะให้ขาด เพื่อตอกย้ำให้เห็นชัดว่าประชาชนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้มีแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเราต้องร่วมกันชนะเพื่อตอกย้ำว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นฉันทามติใหม่ของคนไทยทุกคน ทุกเฉดสีทางการเมือง เพราะฉะนั้น 8 ก.พ. กาเห็นชอบ



แท็กที่เกี่ยวข้อง  ไอติมพริษฐ์ ,ประชามติ ,แก้ รธน.

คุณอาจสนใจ

Related News