เลือกตั้งและการเมือง
“อภิสิทธิ์” ปลุกคนตรังฟื้นการเมืองสุจริต ฟาดกลับภูมิใจไทย ลั่นรอดูวันเป็นผู้เฒ่าแล้วจะเหลืออะไร
3 ก.พ. 2569
29 views
“อภิสิทธิ์” ปลุกคนตรังฟื้นการเมืองสุจริต ตัดวงจรทุนเทาซื้อ สส. ขอคนใต้ใจเดียว เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ ฟาดกลับภูมิใจไทยแซะสมบัติผู้เฒ่า ลั่นจะรอดูวันเป็นผู้เฒ่าแล้วจะเหลืออะไรหรือไม่
วันที่ 3 ก.พ.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ “ชาวตรัง...ใจเดียว : ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้” ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า โดยระบุว่า ใครที่ปรามาสพรรคประชาธิปัตย์หมดอนาคต กำลังจะสูญพันธุ์แล้ว ให้มาดูประชาชนที่มาฟังการปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้ (3 ก.พ.) ก่อน
พร้อมย้ำว่า 5 ปีที่ผ่านมา ที่ตนออกไปจากทางการเมือง มีผู้คนมาถามตนว่า จะมีโอกาสกลับมาทางการเมืองหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ตนยืนยันว่าถ้าตนจะกลับมา จะต้องเป็นพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น เพราะตนมีพรรคเดียว มีภรรยาคนเดียวไม่ต้องเปรียบเทียบใดๆ เหมือนคนใต้ที่มีใจเดียว
นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ตนกลับมาด้วยภารกิจที่หนักหน่วงในการฟื้นฟูพรรค และช่วยบ้านเมือง เพราะประชาชนทนการเมือง และบ้านเมืองที่ผ่านมาไม่ไหวแล้ว และตนโชคดีที่การฟื้นฟูพรรค มีผู้อาวุโสในพรรคที่หนักแน่นอยู่กับพรรคจนปัจจุบัน โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค และผู้ที่เคยทำงานกับตน ก็กลับมาทำงานกับตน และตนก็ยืนยันว่า อุดมการณ์และหลักการความซื่อสัตย์ของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องไม่เปลี่ยน
แม้โลกจะเปลี่ยนไป ตนก็ต้องดึงคนรุ่นใหม่มาทำงาน ซึ่งบ่งบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนประชาชนคนใต้บอกว่าเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” จนถูกพรรคฝ่ายตรงข้ามกระแนะกระแหนว่า พูดถึงแต่เรื่องเก่า ซึ่งอาจจะยังไม่เข้าใจว่า สมบัติของพ่อเฒ่าถ้าไม่มีค่า ไม่มีใครเก็บไว้ และตนก็จะดูรอดูว่าพรรคฝ่ายตรงข้ามเมื่อเป็นผู้เฒ่าแล้ว จะเหลืออะไรหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า ก่อนที่ตนจะกลับมาทางการเมือง หลายคนเตือนตนว่า อย่ากลับมา เพราะการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว อดีตภาคใต้ไม่มีการซื้อเสียง ปฏิเสธการทุจริต แต่ปัจจุบันกลับมีการซื้อเสียงหนักที่สุด และ สส.มีราคาแพงที่สุด เปิดปราศรัยก็ต้องจ้างมา แกนนำพรรคคนสำคัญขึ้นพูดก็เหลือแต่เก้าอี้
แต่ตนไม่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ บางช่วงที่ตกต่ำ หรือก้าวพลาด แต่ค่านิยมพื้นฐานของพรรคต้องอยู่คู่ประเทศไทย เช่นเดียวกับการเมืองที่สับสนวุ่นวาย ประชาชนอาจไขว้เขว แต่สุดท้ายประชาชนต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริง อยู่กับความถูกต้อง และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้มีการเมืองที่เต็มไปด้วยการต่อรอง และการทุจริต จนประชาชนไม่มีอะไรดีขึ้น
ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงยังมีการซื้อตัว สส. 30-70 ล้าน กับ สส. 400 คน จะมีธุรกิจใดที่สามารถซื้อ สส.ได้ถึงขนาดนี้ และอย่าแปลกใจที่ขบวนการสแกมเมอร์ตั้งอยู่รอบๆ ประเทศไทย เมื่อหลอกเงินประชาชน ค้ามนุษย์ได้ ก็ส่งเข้ามาที่การเมืองไทย หรือนำมาฟอกเงินในประเทศไทย
ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับมาทำบ้านเมืองสุจริต เพราะถ้าปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เป็นอยู่ ประชาชนก็จะหวังพึ่งอะไรไม่ได้ และต้องรอโครงการรัฐบาลมากระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งคราว อย่าง “คนละครึ่ง” แต่เมื่อโครงการจบเศรษฐกิจก็ซบเซา จึงไม่มีทางให้รัฐบาลจัดให้มีคนละครึ่งตลอดเวลา แต่อดีตที่ยางราคา 180 บาท ประชาชนไม่ต้องรอพึ่งรัฐบาล เศรษฐกิจหมุนเวียนได้
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า จากปัญหาต่างๆ ของประเทศ ตนกลับมาทางการเมืองครั้งนี้ ได้ดึงนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาด้วย เพราะเคยรับผิดชอบวิกฤตเศรษฐกิจโลก และยังมีนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ รวมถึงคนอื่นๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่มาช่วย เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ดีอย่างยั่งยืน
ซึ่งพรรคมีแผนแล้วสำหรับเกษตรกร และผู้ประกอบการในภาคใต้ เช่น มอเตอร์เวย์ภาคใต้ และรถไฟรางคู่ไปถึงชายแดนไทย-มาเลเซีย สามารถเชื่อมถึงสิงคโปร์ และสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทารถไฟ สปป.ลาว-จีนได้ แต่ก็ยังมีพรรคการเมืองอื่นมาใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ เป็น สส.มากว่า 30 ปี ซึ่งหน้าที่ สส.มีหน้าที่นำปัญหาบอกรัฐบาล และผู้อนุมัติโครงการคือรัฐมนตรี รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ คุมกระทรวงคมนาคมเพียง 2 ปีแต่ก็มีโครงการต่างๆ ทั้งถนน 4 เลนส์ รถไฟทางคู่ และสนามบิน
แต่พรรคที่มาด่าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งคุมกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยาวนานกว่าใคร แต่กลับไม่ทำอะไรให้ประชาชน และมาขู่ประชาชน ถ้าเลือกพรรคการเมืองอื่นจะไม่มีโครงการเกิดขึ้น คงรู้จักประชาชนคนใต้น้อยไปที่ข่มขู่ไม่ได้ และตนเพิ่งกลับมาจากพัทลุง กลับมีคนบอกว่ามีโอท็อปส่งออกมือปืน ซึ่งคนพัทลุงมีอะไรมากกว่านั้นมาก แต่ตอนที่เป็นพัทลุงก็ได้แต่จัดอีเวนต์ ไม่ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้คนทั้งโลกรู้ว่าพัทลุงมีของดีมากมาย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะทำ เพราะเป็นมืออาชีพ และกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจมาแล้ว และวางพื้นฐานประเทศให้แข็งแรง พร้อมยังย้ำนโยบายต่างๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ 10,000 บาทถ้วนหน้า, หวยจังหวัด, เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง, การหางานให้กับผู้ที่ติดหนี้ กยศ. และอื่นๆ เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า นโยบายต่างๆ นั้น พรรคประชาธิปัตย์อยู่คู่ประชาชน และคิดตลอดว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองไปได้ เศรษฐกิจดี และชีวิตประชาชนมีความมั่นคง จึงมีเป้าหมายไทยหายจน ไม่จนปัญญา จนตรอก จนมุม และจนใจ ซึ่งทั้งหมดจะทำได้ การเมืองต้องสุจริต และให้โอกาสพรรคฯประชาธิปัตย์ไปเป็นรัฐบาล ซึ่งการจะเป็นรัฐบาลได้ ก็ต้องอยู่ที่ประชาชน ที่นอกจากจะต้องเลือก สส.บัญชีรายชื่อแล้ว ยังจะต้องเลือก สส.เขตของพรรค เพื่อให้เพียงพอเป็นรัฐบาลได้ และจะต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งบัตร 2 ใบไม่แบ่งใคร เพราะคนใต้ใจเดียว ให้พรรคมีโอกาสทำงานเพื่อประชาชน
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า 5 วันสุดท้ายของการเลือกตั้ง ทุนเทาต่างๆ จะแปลงร่างเป็นแบงก์เทา คนใต้อาจถูกจดชื่อไปแล้ว แต่ถ้าแบงก์เทามาให้ถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับตน แล้วบอกว่า 1 ใบไม่พอ ถ้า 2 ใบตนจะมาปราศรัยอีกจะได้ 3 ใบ แต่ไม่ว่าจะได้ 1 ใบ 2 ใบหรือ 3 ใบ แต่คนตรังอย่าเลือก เพราะ 4 ปีกับเงิน 1,000 บาทไม่คุ้มกับการให้นักการเมืองเข้าไปโกงกินกว่าแสนล้าน ทำลายโอกาสลูกหลานและประเทศ และต้องรออีก 4 ปี
ดังนั้น จะต้องหยุด และกลับไปคิด 30 ปีที่ผ่านมา หรือ 50 ปี ที่คนใต้กับพรรคประชาธิปัตย์ เคียงคู่ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ครั้งนี้จะต้องชัดเจนกว่า 8 กุมภาพันธ์ จะต้องไล่คนซื้อเสียงออกจากตรัง และภาคใต้ให้หมด ไม่จำนนต่อเรื่องเงิน หรือทุนไม่ว่าสีใด แต่จะต้องร่วมกันสร้างบ้านเมืองสุจริต ทำเศรษฐกิจให้ดี ชีวิตประชาชนจะมั่นคง และไทยจะได้หายจนด้วยการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งบัตร 2 ใบ
ขณะที่ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขตการเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ได้ย้ำว่า จังหวัดตรังเป็นเมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ อย่าให้เมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์แตก คนตรังจะต้องช่วยกันปกป้องยุทธภูมิแห่งนี้ไปให้ได้ อย่าให้ใครมาฉีกไปได้
พร้อมกับระบุว่า ก่อนหน้านี้พรรคไปหาเสียง ประชาชนคนใต้ถามว่า สมบัติพ่อเฒ่าจะเอาไปไหน พร้อมขอให้ดูประชาชนสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อเฒ่าต่อไป และถ้าใครถูกจดชื่อไปแล้วไม่เป็นไร เพราะมืออยู่ที่ตัวเรา ทำจะทำให้ฟ้าภาคใต้กลับคืนมา ร่วมกันใช้มือสร้างประวัติศาสตร์ ล้มระบบประมูลธิปไตยให้ได้ และจะต้องรักษาเมืองหลวงนี้ไว้ให้ได้ด้วยการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 4 เขตการเลือกตั้งของจังหวัดตรัง
สำหรับบรรยากาศการปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ “ชาวตรัง..ใจเดียว : ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้” ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่านั้น มีประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และประชาชนชาวตรัง เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก จนจำนวนผู้ที่มารับฟังการปราศรัยล้นมาบริเวณหลังเวที และยังมีประชาชนส่วนหนึ่งยอมเกาะรั้วฟัง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้บอกว่า กระแสพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2554 ว่าดีแล้ว แต่ก็ยังไม่เท่าในการเลือกตั้งครั้งนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง พรรคประชาธิปัตย์ ,เลือกตั้ง69 ,ภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ