เลือกตั้งและการเมือง
“พิพิฒน์” เผย อาจถึงขั้นแบล็กลิสต์ บริษัทผู้รับเหมา หลังเกิดเหตุเครนถล่มซ้ำใน 2 วัน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
192 views
“พิพิฒน์” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ลั่น อาจถึงขั้นแบล็กลิสต์ หลังเกิดเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่โคราช และถนนพระราม 2 บริษัทผู้รับเหมาเดียวเกิดซ้ำใน 2 วัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เครนถล่มบนถนนพระราม2 ขาออก โดยเมื่อมาถึง ได้มีตัวแทน บริษัทอิตาเลียนไทย และ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง รายงานสถานการณ์ และการดำเนินการเร่งด่วนในการเคลื่อนย้ายซากเครนที่ถล่ม
ช่วงหนึ่ง นายพิพัฒน์ สอบถามว่า มีสาเหตุมาจากอะไร ตัวแทนอิตาเลียนไทยรายงานว่า “เบื้องต้น เท่าที่ดู มีการทรุดตัวของตัวขารับ เราได้ติดตั้งเซ็กเม้น หรือ แท่งปูนมา 2วันแล้ว และวันนี้ตัวสุดท้าย แล้วเสร็จก็จะเริ่มดึงลวดเพื่อทรานเฟอร์ หรือให้เกิดการยึดแน่น แต่เกิดเหตุก่อน”
ส่วนการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตคนแรกจะเคลื่อนย้ายออกมาวันนี้ให้ได้ โดยจะใช้เครนใหญ่ในการเคลื่อนย้าย ส่วนรายที่ 2 จะต้องล็อกข้างบนให้มั่นคงก่อน เพื่อความปลอดภัยด้วย เพราะด้านบนยังไหล เคลื่อนตัวอยู่ และเกรงว่าคืนนี้รายที่ 2 อาจจะนำร่างออกไม่ทัน เพราะต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน
นายพิพัฒน์ ยังได้สอบถามว่า ไซต์งานนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร อธิบดีกรมทางหลวง ระบุว่า สำหรับจุดนี้ จะให้ผู้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น และปิดพื้นที่จรจาจรทางหลัก100% และจะเร่งเคลียร์สภาพพื้นที่ โดยสิ่งแรกจะพยายามเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาก่อน คาดว่าวันนี้จะนำร่างออกมาได้1คน
ส่วนอีกจุดจะต้องมีการพยายามป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนก่อน ดังนั้นก่อนจะตัดหรือยกชิ้นส่วนออกจะต้องยึดล็อกด้านบนก่อน แล้วใช้เครน2ตัว หยิบชิ้นส่วนต่างๆ ออก แล้วนำร่างผู้เสียชีวิตอีก1รายออกมาได้แล้วจะเริ่มเคลียร์สภาพพื้นที่ที่ปิดอยู่ โดยจะต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะอยู่ในพื้นที่เมืองมีแนวสายไฟฟ้า มีการจราจรที่วิ่งผ่านข้างทาง จึงต้องใช้เวลา และเท่าที่พูดคุยกับทางบริษัทรับเหมาฯ คาดว่าระยะเวลาที่จะคืนพื้นที่ เต็มที่ไม่เกิน 15วัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
จากนั้น นายพิพัฒน์ ให้เปิดเผยว่า วันนี้บ่าย 3 นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมทั้งหมด และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยจะมีทั้งเลขากฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง เพื่อตรวจสอบเรื่องสมุดพกผู้รับเหมาด้วย
ส่วนสาเหตุวันนี้ยังตอบไม่ได้ คงต้องรอขอทำการตรวจสอบพื้นที่ให้เรียบร้อย และต้องรอผู้เชี่ยวชาญในเชิงวิศวกรรมเข้ามา เพื่อจะดูว่า เหตุการณ์เกิดจากอะไรกันแน่ เพราะเครนที่ร่างลงมา เป็นช่วงที่หยุดการก่อสร้างในช่วงเช้า เพื่อคืนพื้นผิวการจราจร เพราะปกติจะมีการก่อสร้างในช่วงกลางคืน ดังนั้นจึงต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้
ทั้งนี้จะต้องทำผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ว่าจะต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการตรวจสอบ และชี้มูลเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้หากมีวงจรปิดต้องดูกล้องว่าเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างว่ามีความผิดพลาดจากอะไร
ส่วนการดำเนินการกับบริษัทรับเหมา คาดว่าจะมีมาตรการออกมาหลังบ่าย3 และคาดว่าจะมีข้อสรุป แต่ขณะนี้ได้สั่งให้หยุดการก่อสร้างทั้งหมดที่อยู่บนอากาศแล้วของทุกบริษัท เพื่อประเมินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น2วันเพราะอะไร เพราะการเกิดเหตุที่พระราม2 กับที่ สีคิ้ว คนละประเด็นกัน จึงต้องผ่านการวิเคราะห์
หลังจากนั้น ได้เดินเข้าไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า สิ่งที่สำคัญตอนนี้ คือการนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้เร็วที่สุด เบื้องต้นคาดว่า เย็นนี้จะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ 1 ราย ส่วนอีก 1 รายจะเร่งดำเนินการ ภายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งอุปสรรคหลัก ณ ตอนนี้ ก็คือแผ่นปูนที่มีน้ำหนักมากทับอยู่ ส่วนการคืนพื้นผิวจราจรคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน
นายพิพัฒน์ เหตุการณ์ครั้งนี้มีความสูญเสีย เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น “คำว่าถนนพระราม 2 ผู้ที่สัญจรตรงนี้มีความกังวลเพราะมีการก่อสร้างบนอากาศ“ ซี่งเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2567 เราเองก็พยายาม หาวิธีประชุมร่วมกับบริษัทที่เป็นผู้รับเหมา และหากบริษัทใหญ่ไม่ได้มาทำงานเอง แล้วซับต่อให้คนอื่น ก็ต้องคุม บริษัทซับให้ดีที่สุดซึ่งกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงได้กำชับมาโดย
ขณะเดียวกัน วันนี้ เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีรัฐประชุมด่วน ถึงความปลอดภัยในการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม จากกรณีเครนถล่ม 2 จุดใน 2 วันนี้ คาดว่าน่าจะมีมาตรการต่างๆออกมาเพิ่มเติมอย่างชัดเจน แต่ล่าสุดวันนี้ทางกรมทางหลวงได้สั่งให้หยุดการก่อสร้างโครงการลอยฟ้า ของบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ทุกโครงการภายใต้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และจะขอตรวจสอบย้อนหลังในทุกๆโครงการ ว่า ความผิดพลาด 2 ครั้งใน 2 วันล่าสุดนี้เกิดจากอะไร “คนหรืออะไรกันแน่”
ส่วนไซต์งานนี้เกิดจากคนก็คงไม่ใช่ เพราะเป็นช่วงของการพักการก่อสร้าง ซึ่งก่อนการพักต้องมีการตรวจสอบแล้วว่า สิ่งที่ประกอบเข้าไปมีความแข็งแรงหรือไม่ แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุได้
เมื่อถามถึงการที่ตัวแทนบริษัทอิตาเลียนไทย ที่ เข้ามารายงานสถานการณ์ ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ ระบุว่า ทางบริษัทเองต้องมีการตรวจสอบ คนที่คุมงานเช่นเดียวกัน ว่าขณะที่คุมงานใครเป็นผู้คุมงาน หลังจากคุมงานเสร็จแล้วมีการตรวจทดสอบตามกระบวนการหรือไม่ หากมีการทดสอบตามกระบวนการแล้วเหตุใดถึงยังพังลงมา “เชื่อว่าอิตาเลียนไทย ต้องไปหาข้อเท็จจริงได้”
ส่วนการตรวจสอบของกระทรวงคมนาคมเองเราต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาในการตรวจสอบ และจะไม่ฟังบริษัทผู้รับเหมาเด็ดขาด ซึ่งเราจะหาผู้เชี่ยวชาญกลาง เพื่อมาประเมินและวิเคราะห์ ก่อนจะชี้ชัดเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างข้อมูลของบริษัทและข้อมูลของกระทรวง เราสามารถกลับไปสืบย้อนกลับไปได้ว่าในคืนก่อนเกิดเหตุไซต์งานทำอะไร และก่อนหน้านั้นทำอะไรบ้าง การประกอบแต่ละชิ้นทำอย่างไร คนที่คุมงานโฟร์แมนอยู่หรือไม่ รวมถึงบริษัทที่ควบคุมอีกชั้นอยู่หรือไม่ เราต้องตรวจสอบทั้งหมด
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการลงโทษผู้รับเหมาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่า ทางกระทรวงต้องมีบทลงโทษอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทผู้รับเหมายังมีงานที่ต้องทำต่ออีกหลายโครงการ คาดว่านายกรัฐมนตรีจะมีข้อสั่งการ รวมถึงตนเองก็จะมีข้อสั่งการเช่นกันว่าจะทำอย่างไรจากข้อผิดพลาดหมายครั้งที่เกิดขึ้น แต่ต้องคุยกันก่อนในที่ประชุม
เมื่อถามว่าถึงขั้นแบล็กลิสต์เลยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ใกล้เคียง แต่ยังไงต้องมีมาตรการออกมาแน่นอนเพราะเกิดซ้ำ 2 วัน และเมื่อมีมาตรการ ขั้นแบล็คลิสต์ บริษัทนั้นๆ ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังเพิ่มขึ้น ไม่เช่นนั้นโอกาสในการทำธุรกิจก็อาจสูญหายไปเลย ซึ่งขึ้นแบล็คลิสต์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับบริษัทกว่าที่จะไต่ชั้นมาถึงชั้นพิเศษได้ จึงเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากถูกขึ้นแบล็คลิสต์ ซึ่งหากใครไม่อยากขึ้นแบล็คลิสต์ก็ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย
แท็กที่เกี่ยวข้อง เครนถล่ม