เลือกตั้งและการเมือง

เปิดผลสอบกรณีเครนตกทับรถไฟที่สีคิ้วและเครน-คานปูนพระราม 2 พังถล่ม

3 ชั่วโมงที่แล้ว

63 views

ก.คมนาคมเปิดผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟสีคิ้ว และกรณีคานปูน-เครนพังถล่ม ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถนนพระราม 2 พบความบกพร่องทั้งในเชิงวิศวกรรมและการละเลยมาตรการความปลอดภัยร้ายแรง

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และนายปิยะพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตกทับขบวนรถไฟสีคิ้ว และ กรณีคานปูนและเครนพังถล่ม ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถนนพระราม 2

โดยกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตกทับขบวนรถไฟสีคิ้ว ผลสอบระบุชัดว่าเกิดจาก “ความล้มเหลวเชิงระบบ” ผู้รับจ้างละเลยการขออนุญาตเข้าพื้นที่ (Work Permit) และไม่มีวิศวกรความปลอดภัยควบคุมงานจังหวะเกิดเหตุ

ในทางเทคนิค พบความผิดพลาดในการบริหารจัดการ “Window Time” หรือช่วงเวลาว่างจากการเดินรถ โดยรถไฟวิ่งมาด้วยความเร็ว 115 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีช่องว่างก่อนเกิดการปะทะเพียง 1.88 วินาที นอกจากนี้ยังพบการใช้เครื่องจักร (Launcher) ที่ใบรับรองความปลอดภัย หรือ ปจ.1 หมดอายุ และมีการลงนามเอกสารย้อนหลังเพื่อปกปิดความผิด โดยได้สั่งให้มีการเข้มงวดในการทำงานมากขึ้น และหลังจากนี้ก็จะต้องไม่มีการลงนามอนุมัติย้อนหลัง ต้องทำการตรวจ launcher ทุกตัว และก็เพิ่มเติมคือการติดตั้งเซ็นเซอร์แบบเรียลไทม์เพื่อมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่เหตุการณ์บนถนนพระราม 2 ผลสอบทางนิติวิศวกรรม พบปัจจัยลบ 3 ประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ประกอบด้วย การติดตั้งผิดตำแหน่ง โดยขาเครนวางบนคอนกรีตส่วนที่บางจนเกิดรอยร้าว ความไม่เสถียร พบว่ามีการใช้แผ่นเหล็ก (Shim Block) หนุนสูงเกินมาตรฐานถึง 8 ชั้นบนพื้นทราย หรือบนพื้นลาดเอียง และ ความบกพร่องทางทฤษฎีความร้อน โดยพบว่าวิศวกรเปลี่ยนการยึดขาเครนจากแบบ ‘จุดหมุนและลูกล้อ’ (Pin-Roller) เป็น ‘จุดหมุนตายตัว’ (Pin-Pin) ทั้งสองฝั่ง ส่งผลให้แรงดันสะสมไม่สามารถระบายออกได้ และเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป 5 องศาเซลเซียส เหล็กเกิดการขยายตัวจนสร้างแรงดันด้านข้างมหาศาลถึง 226.9 ตัน ส่งผลให้คานและเครนพลิกถล่มทันที

สำหรับการเอาผิด กรมทางหลวงระบุว่า หลังจากนี้จะมีการดำเนินการเอาผิด 3 ด้าน ทั้งคดีอาญา ความผิดทางวินัย และจรรยาบรรณวิชาชีพวิศวกร โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบเชิงนิติวิศวกรรมให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน และแม้ความผิดจะชัดเจน แต่ยังไม่บอกเลิกสัญญา กับบริษัทอิตาเลียนไทย เนื่องจากโครงการคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 88 การเปลี่ยนผู้รับจ้างจะกระทบต่อโครงสร้างที่ค้างอยู่และความปลอดภัยของประชาชนเบื้องล่าง แต่กำชับให้เปลี่ยนชุดปฏิบัติงานใหม่ทั้งหมดและใช้บริษัทเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ามากำกับแทน

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้สั่งสังคายนาสัญญาปี 2569 ใหม่ทั้งหมด โดยกำหนดให้ต้องมีวิศวกรความปลอดภัย (Safety Engineer) ประจำหน้างานตลอดเวลา, ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดความมั่นคงของเครนและกล้องวงจรปิดแบบ Real-time, หากตรวจพบการละเลยมาตรการความปลอดภัย กรมทางหลวงสามารถสั่งปรับรายวันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เกิดอุบัติเหตุ

ส่วนกรณีสมุดพกตัดคะแนนผู้รับเหมาขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง ทำให้ยังไม่สามารถขึ้นแบล็กลิสต์กับผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ได้ และหากมีการบอกเลิกสัญญาอาจส่งผลกระทบกับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และผลประโยชน์สาธารณะ



คุณอาจสนใจ

Related News