การเมือง

โฆษก ศบค. เผย ผู้ติดเชื้อโควิด19 ร่วมโครงการเจอ-แจก-จบ กว่า 2 แสนราย เคาะขยายเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน

โดย paranee_s

8 ก.ค. 2565

448 views

8 ก.ค.2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือศบค. กล่าวภายหลังประชุมศบค.ชุดใหญ่ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่ากรมควบคุมโรคได้แสดงรายงานทุกวันซึ่งเป็นตัวเลขที่สำคัญโดยเฉพาะตัวเลข OPSI หรือ OP SELF ISOLATION หรือที่เรียกกันว่า เจอ แจก จบ โดยเป็นผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล รับยาเสร็จแล้วกลับบ้าน ซึ่งในสัปดาห์ที่ 26 พบผู้ป่วย จำนวน 207,643 ราย เฉลี่ยวันละประมาณ 29,000 คนทั่วประเทศ ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบในสัปดาห์ที่มี 763 ราย และใส่ท่อช่วยหายใน 327 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งยังมีเตียงรองรับเพียงพอ จึงต้องขอความร่วมมือในการช่วยสวมใส่หน้ากากอนามัยให้ได้มากที่สุด เพราะคือการป้องกันการติดเชื้อและการเสียชีวิตของคนสูงอายุ


โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารจัดการโควิด-19 หลังการระบาดใหญ่ ซึ่งไม่ได้พูดว่าเป็นโรคประจำถิ่น แต่อย่างไรก็ตามเป็นเป้าหมายว่าวันหนึ่งจะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น แต่หลังการระบาดใหญ่นี้จะเป็นอย่างไรจะมียุทธศาสตร์ที่วางแผนกันไว้ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอแผน Moving to Covid-19 Endemic ซึ่งมีมาตรการทางเศรษฐกิจ มาตรการทางสังคมและองค์กรและมาตรการทางการแพทย์และสาธารณสุข ช่วยกัน ซึ่งจะมี 4 แผน โดยมีการเสนอบ้างแล้ว คือ สาธารณสุขการแพทย์, กฎหมาย, สังคมและการสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์


ส่วนการเปิดกิจการ กิจกรรม ต้องขอความร่วมมือ เพราะเรายกเลิกการปิดสถานบริการแล้ว จึงต้องฝากผู้ประกอบการร่วมมือกันเพื่อที่จะให้เห็นตัวเลขผู้ป่วยไม่พุ่งไปมากกว่า ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศก็ได้มีการผ่อนคลาย กฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงมหาดไทย กฎกระทรวงมหาดไทย เป็นโรคต้องห้ามก็ต้องไปศึกษา ตอนนี้เป็นโรคต้องห้ามสำหรับการนำต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร ปี 2563 ซึ่งต้องหาทางยกเลิกการกำหนดโรคต่างๆ เหล่านี้


นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการนี้โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนดกรอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคตามมาตรา 14 (1) ของพ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 และเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่ม 608 กลุ่มที่มีความเสี่ยง และจัดระบบเข้าถึงยาต้านไวรัสให้สะดวกเข้าถึงง่าย โดยมีการมอบให้กรมประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการสวมใส่หน้ากากอนามัย


ด้านการพิจารณาการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ซึ่งขยายไปอีก 2 เดือนระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม-30 กันยายน 2565 เป็นคราวที่ 19 โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อการควบคุมป้องกันโรคและรักษาชีวิตประชาชน ส่วนเรื่องอื่นไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอให้ทุกคนได้รับทราบ ซึ่งไม่ได้ต้องการจำกัดเสรีภาพอะไรแต่อย่างใด

คุณอาจสนใจ

Related News