การเมือง

"สันติ" เชื่อ "บิ๊กตู่" ยังไปต่อได้ เผยจัดการโควิด 2 ปีต้องยกเครดิตให้นายกฯ

โดย taweelap_b

24 พ.ค. 2565

78 views

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 65 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุม ส.ส. ของพรรค โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนุติธรรม ในฐานะประธานยุทธสาสตร์พรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วม ส่วนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้นไม่ได้เข้าร่วม


นายสันติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อความพร้อม ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราาฎรนัดแรกในวันที่ 25 พ.ค. 65 ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 66 โดยเป็นเงินที่รัฐบาลจะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น ส.ส.ทุกคนจะต้องช่วยกันพิจารณาว่ามีความสมเหตุสมผลหรือไม่


ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายเรื่องใดบ้าง แต่เชื่อว่ารัฐบาล โดยการนำของนายกรัฐมนตรีได้มีการกำชับ และมีความมุ่งมั่นในเรื่องของความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต ดังนั้น ไม่มีปัญหาอะไร ฝ่ายค้านก็ต้องทำตามหน้าที่ ส่วนที่ตนตกเป็นเป้าหมายในการอภิปรายครั้งนี้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะจะเป็นเป้าหมายหรือไม่ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่การทำทุกอย่างให้โปร่งใส รักษาประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และที่สำคัญทุกอย่างต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ส่วนจะมีแรงกดดันอะไรก็ต้องอดทน



นอกจากนี้ ในประเด็นการประมูลท่อส่งน้ำในอีอีซีนั้น ตนก็เป็นเพียงผู้กำกับดูแลกรมธนารักษ์เท่านั้น ส่วนเรื่องของการดำเนินการต่าง ๆ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินการ ตนเพียงแต่กำกับให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และทางกรมธนารักษ์ก็ได้ยืนยันมาตลอดว่าได้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย และขณะนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบและมีการรายงานว่าการประมูลท่อส่งน้ำถูกต้องตามระเบียบกฎหมายและทำให้รัฐเสียหายหรือไม่


นายสันติ ยังกล่าวถึงผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ก.เพียง 2 ที่นั่ง ว่า กทม.เป็นจังหวัดหนึ่งใน 77 จังหวัด และถือว่าเป็นจังหวัดที่สำคัญ ดังนั้น เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแบบนี้ พรรคพลังประชารัฐก็ต้องกลับมาสำรวจว่าพรรคจะต้องไปดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อให้พรรคเกิดความเข้มแข็งต่อไป


เมื่อถามว่ายังจะสามารถเจาะที่นั่ง ส.ส. ใน กทม. ได้เพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น นายสันติ ระบุว่า เรื่องของการเลือกตั้งท้องถิ่นกับการเลือกตั้งระดับชาติ เป็นคนละเรื่องกัน เพราะประชาชนจะดูในส่วนของนโยบายระดับชาติ และผู้ใหญ่ระดับบน ว่ามีการทำงานซื่อสัตย์ สุจริต มีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างไรส่วนท้องถิ่นจะดูเรื่องความเดือดร้อนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็จะต้องเคารพสิทธิ และเคารพเสียงของประชาชนทั้งหมด


ส่วนที่มีการระบุว่าพรรคพลังประชารัฐได้รับคะแนนในการเลือกตั้ง กทม. น้อย เป็นเพราะกระแสการไม่เอา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนมีการตั้งคำถามว่า พลเอกประยุทธ์ จะยังไปต่อในสมัยหน้าได้หรือไม่นั้น นายสันติ กล่าวว่า จากการที่ได้ทำงานกับนายกฯ เป็นประจำ เห็นถึงความทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน ตนว่าในบางครั้งพวกเราก็ลืมไปว่านายกฯ ทำงานทุ่มเทและกล้าตัดสินใจในหลายเรื่องที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองและความเป็นอยู่ของประชาชนไม่เลวร้ายลงไปกว่าทุกวันนี้ และประคองทำให้ประชาชนสามารถอยู่ได้ในระดับหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม ตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกมีความเดือดร้อนสาหัสมากกว่าไทย แต่นายกฯ ได้ปกป้องและป้องกันกระทั่งวันนี้ไทยกำลังจะเปิดประเทศ และสามารถจะก้าวเดินไปได้ทันทีที่เปิดประเทศ ทราบว่ามีนักท่องที่อยากมาเที่ยวเมืองไทยอีกเป็นหลายล้านคนหลังจากเปิดประเทศวันที่ 1 มิ.ย. 65 สิ่งเหล่านี้เป็นเครดิตของนายกฯ ดังนั้น การมาถามว่านายกฯ ไปไหวไม่ ตนฟังแล้วก็ไม่สบายใจ ว่าทำไมคิดกันอย่างนั้น นอกจากนี้ ตนยังมั่นใจว่าระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาล ความนิยมและกระแสนายกรัฐมนตรียังดี เพราะเมื่อเปิดประเทศในวันที่ 1 มิ.ย. 65 ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา แต่ยังมีนักลงทุนเข้ามาด้วย ทำให้ประเทศดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

คุณอาจสนใจ

Related News