เลือกตั้งและการเมือง

เปิด 4 คดี 'ทักษิณ' กับบทสรุปกระบวนการบังคับโทษ หลังประกาศกลับไทย

26 ก.ค. 2566

147 views

การประกาศเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 10 สิงหาคม 2556 เป็นการเข้าสู่กระบวนการบังคับโทษตามคำพิพากษา ซึ่ง นายทักษิณ มีคดีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว 4 คดี ต้องโทษจำคุกรวม 10 ปี การเข้ารับโทษจะทำให้นายทักษิณ ได้เข้าสู่กระบวนการในการขอพระราชทานอภัยโทษและพักโทษตามปกติ โดยการกลับไทยครั้งนี้ เป็นการกลับมาครั้งที่ 2 หลังถูกรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่นายทักษิณ เคยกลับมาแล้วครั้งแรกในปี 2551 เป็นเวลา 5 เดือน 2 วัน ก่อนจะไม่ได้กลับมาเป็นเวลา 15 ปี 10 วัน



นายทักษิณ ชินวัตร ยืนยันไว้ในรายการแคร์ คิดเคลื่อนไทย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ว่าจะกลับประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับโทษตามกฏหมาย และเป็นการตัดสินใจเพื่อได้กลับมาอยู่กับครอบครัว ไม่ได้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง



2 เดือนผ่านไป น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวได้ยืนยันว่า นายทักษิณ บิดา จะเดินทางกลับไทยในวันที่ 10 สิงหาคมนี้แน่นอน แม้จะล่าช้าจากกำหนดการเดิมที่เคยประกาศจะกลับมาภายในเดือนกรกฏาคม แต่แน่ชัดแล้วว่า นายทักษิณ จะกลับเข้ามาติดคุกตามที่ประกาศไว้แน่นอน



วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามชื่อตำแหน่งในขณะนั้น ก้มลงกราบผืนแผ่นดินไทย ทันที่ที่เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางการต้อนรับของครอบครัวและประชาชน ถือเป็นการกลับประเทศไทยครั้งแรก หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 การกลับมาครั้งนั้นเกิดขึ้นในขณะที่พรรคพลังประชาชน โดยนายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี



แต่นายทักษิณ อยู่ประเทศไทยเพียง 5 เดือน 2 วัน ก็เดินทางออกนอกประเทศ ในวันที่ 31 กรกฏาคม 2551 ก่อนการพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ในวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 2 ปี และเป็นเหตุผลที่ นายทักษิณ ต้องหนีออกนอกประเทศ เพราะไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม



การเดินทางกลับประเทศไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 10 สิงหาคม 2566 จะแตกต่างจากการเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ที่เดินทางด้วยเครื่องบิน TG 603 จากฮ่องกงมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางการต้อนรับของครอบครัวและประชาชน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีคำพิพากษาของคดีความต่างๆ



แต่ครั้งนี้ นายทักษิณ ต้องกลับมาในฐานะผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งมีคดีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุด 4 คดี ต้องโทษจำคุกรวม 10 ปี ในวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ที่นายทักษิณ จะเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมราชทัณฑ์​ จะนำใบแดงแจ้งโทษ มารับผู้ต้องโทษ ก่อนจะนำตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เข้ารับโทษตามขั้นตอน ซึ่งประชาชนทั่วไปอาจจะไม่ได้เห็นตัวนายทักษิณ เหมือนเมื่อ 15 ปีก่อน เพราะมีสถานะต่างกัน



ตามขั้นตอนเมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร จะมีโอกาสขอพระราชทานอภัยโทษได้ตามกฏหมาย ซึ่งวันแรกที่ เข้าเรือนจำ สามารถทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายได้ โดยถือเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติในแต่ละปี ที่จะให้โอกาสนักโทษเป็นการทั่วไปตามวาระสำคัญในปีนั้นๆ ประกอบคุณงามความดีที่ได้กระทำมา และดร.ทักษิณ สามารถเข้าสู่กระบวนการพักโทษได้ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์​โดยเฉพาะหลักเกณฑ์​อายุ 70 ปี ซึ่งปัจจุบัน ดร.ทักษิณ อายุ 74 ปี จึงถือว่าเข้าหลักเกณฑ์​



สำหรับคดีที่มีคำพิพาษาถึงที่สุดแล้ว ของนายทักษิณ ชินวัตร มี 4 คดีประกอบด้วย



1.คดีซื้อที่ดินรัชดา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. 2542 ให้โทษจำคุก 2 ปี ซึ่งคดีนี้หมดอายุความไปแล้ว



2. คดีเอ็กซิมแบงค์ปล่อยกู้พม่า 4,000 ล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์ กิจการโทรคมนาคมจากบริษัท เครือชิน คอร์ป )



ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ว่า ดร.ทักษิณ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม) องค์คณะโดยมติเสียงข้างมากให้จำคุก 3 ปี



3. คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ขัดต่อ พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล และ พ.ร.บ.เงินคงคลัง ทำให้รัฐเสียหาย 14,862 ล้านบาท ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ว่าการกระทำของ ดร.ทักษิณ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความ เสียหายแก่ผู้อื่น มีมติเสียงข้างมากให้ลงโทษจำคุก 2 ปี



4. คดีแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ศาลมีคำพิพากษาว่า ดร.ทักษิณ มีความผิดตามกฏหมายปปช.และกฏหมายอาญา



โดยองค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมาก ให้ลงโทษ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุก 2 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแล กิจการเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น จำคุก 3 ปี รวมเป็นจำคุก 5 ปี



การตัดสินใจกลับมารับโทษของนายทักษิณ ชินวัตร แม้จะยืนยันมาโดยตลอดว่ามาจากเหตุผลส่วนตัวที่ต้องการอยู่กับครอบครัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงื่อนไขทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลก็มีส่วนสำคัญ แต่มีรายงานว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของนายทักษิณ เมื่อต้องเข้าจำคุกในเรือนจำแล้ว ต้องเตรียมยอมรับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ ตาม
โทษสูงสุดถึง 10 ปี นี่จึงเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ หวังว่านี่จะเป็นของขวัญวันเกิดของเขาในวัย 74 ปี

คุณอาจสนใจ

Related News