สังคม

'อธิบดีดีเอสไอ' เตรียมอนุมัติ การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน เป็นคดีพิเศษเพิ่มอีก 1 คคี

โดย parichat_p

12 พ.ย. 2566

90 views

ประเด็นเรื่องหมูเถื่อน ที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้ดีเอสไอ เดินหน้าให้เร็วขึ้นนั้นได้รับการตอบสนองในทันที โดยอธิบดีดีเอสไอ ในทันทีว่าจะผลักดัน ให้กรณีการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน เป็นคดีพิเศษเพิ่มอีก 1 คคี ซึ่งคดีพิเศษเดิมเลขที่ 59/2566 นั้น เป็นคดีว่าด้วยการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน 161 ตู้ ที่ตอนนี้ตกค้างอยู่ในท่าเรือแหลมฉบัง โดยถูกนำเผาและฝังกลบแล้ว 21 ตู้ ส่วนคดีพิเศษใหม่ที่จะมีขึ้นจะมุ่งไปที่ คอนเทนเนอร์ 2385 ตู้ ที่นำเข้ามาแล้ว และเชื่อว่าหมูเถื่อนที่สำแดงเท็จ เป็นโพลิเมอร์บ้าง สินค้าประมงบ้าง เพื่อหลีกภาษีนั้น แท้จริงคือหมูเถื่อนที่นำไปเก็บไว้ในห้องเย็น


อธิบดีดีเอสไอ เคลื่อนไหวในทันที หลังจบการประชุมพิเศษที่สนามบินเมื่อบ่ายวันนี้ ในประเด็นที่จะผลักดันให้คดีปราบปรามหมูเถื่อนคืบหน้าไปให้เร็วกว่า โดยอธิบดีดีเอสไอ ได้ชี้แจงว่าคดีพิเศษที่ 59/2566 ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ มุ่งเน้นไปที่ความผิดที่เกิดจากการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน 161 ตู้คอนเทนเนอร์ ที่ยึดไว้ในท่าเรือแหลมฉบัง โดยได้ทำลายไปแล้ว 21 ตู้ ที่เหลืออยู่ระหว่างหามาตรการและสถานที่ทำลาย เนื่องจากแผนการจะฝังกลบถูกต้องต้านจากคนในชุมชนที่เกรงกลิ่นเน่าเหม็นและเชื้อโรค โดยการฝังกลบเป็นภารกิจของกรมปศุสัตว์


อย่างไรก็ตาม เฉพาะ 161 ตู้นี้ ดีเอสไอดำเนินคดีกับคน 3 กลุ่มคือกลุ่มบริษัทรับจ้างนำเข้า หรือชิปปิ้ง จำนวน 10 ราย กลุ่มที่ 2 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสั่งให้ชิปปิ้งนำเข้า ซึ่งมีผู้ต้องหา 2 คน ได้เข้าไปตรวจค้นแล้วย่านดอนเมือง เมื่อปลายเดือนที่แล้ว แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศและติดต่อมาจะเข้ามอบตัววันอังคารหรือพุธนี้ // ส่วนกลุ่มที่ 3 คือบรรดาห้อง เย็นที่รับหมูที่นำเข้ามาแล้วไปเก็บไว้ มีทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง และมีทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องแต่รับจ้างรับฝากไว้ ซึ่งจะต้องชี้ให้ที่มาให้ได้


อย่างไรก็ตาม เมื่อกรอบการดำเนินการของคดีพิเศษ 59/2566 มุ่งไปที่คอนเทนเนอร์ 161 ตู้ ทำให้การกระทำผิดอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องถึงกัน เช่นการลักลอบนำเข้าก่อนหน้านี้ รวมถึงการลักลอบเก็บในห้องเย็นต่างๆ ไม่ได้ถูกตรวจค้นในทันที ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับ 161 ตู้ // แต่จากกรณีที่นายกรัฐมนตรี กำชับให้เร็วเร็วขึ้นนั้น อธิบดีดีเอสไอ ได้ระบุว่าจะเปิดเลขคดีพิเศษอีกหนึ่งคดี มุ่งไปที่ 2385 ตู้ ที่นำเข้ามาแล้วก่อนหน้านี้ด้วย


สำหรับคอนเทนเนอร์กว่า 2385 ตู้ ที่นำเข้ามาก่อนหน้านี้ มีค่อนมูลค่อนข้างชัดเจนว่ามีพฤติกรรมคล้ายกับ 161 ตู้ คือมีกลุ่มผุ้มีอิทธิพล นักการเมือง รวมกันตั้งบริษัท ขึ้นมาให้เป็นชิปปิ้ง หวังเพื่อใช้ชื่อบริษัทเหล่านั้นดำเนินการทางเอกสาร และโอนจ่าย แต่แท้จริงดำเนินการโดยคนไม่กี่คน และข้าราชการบางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าได้ เมื่อนำเข้ามาแล้วก็กระจายไปห้องเย็นที่ฉะเทรา กรุงเทพ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ วิธีการสำคัญคือการรอจังหวะ หรือโอกาสนำหมูเถื่อนเหล่านั้น ไปเข้าโรงเชือดเพื่อสวมสิทธิ์ว่าเป็นหมูจากฟาร์มของเกษตรกร แล้วใช้โควต้าหมูของเกษตรกรส่งขายทั้งในห้าง และร้านทั่วไป /หมูเถื่อนที่นำเข้ามีกำไรเฉลี่ย กิโลละ 100 บาท เฉพาะ 2385 ตู้ที่นำเข้าก่อนหน้านัน้ ทำให้คนกลุ่มนี้มีรายได้นับหมื่นล้านบาท ส่วนผู้เลี้ยงหมูตัวจริง ซึ่งแบกรับค่าอาหารสัตว์ที่สูงกว่าต่างประเทศ กลายเป็นผู้เสียโอกาสที่จะได้เงินก้อนดังกล่าว

คุณอาจสนใจ

Related News