เลือกตั้งและการเมือง

8 พรรคร่วม ยังหนุนพิธา เข้าโหวตรอบ 2 เผยหากไม่ถึง 344 เสียง จะเปิดทางเพื่อไทย ขึ้นจัดตั้งรบ.ทันที

17 ก.ค. 2566

61 views

อีกสองวันถึงวันโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่สอง วันนี้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการประชุมโดยมีมติเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เข้ารับการโหวตเป็นครั้งที่สอง โดยนายพิธา แถลงชัดเจนว่า ครั้งนี้ หากเสียงสนับสนุนไม่ถึง 344 เสียง จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นการนำจัดตั้งรัฐบาลทันที


ภายหลังการประชุมหารือหัวหน้าพรรคการเมือง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมอีก 7 พรรค ได้แถลงข่าวร่วมกัน


นายพิธา กล่าวว่า ผลการหารือวันนี้ มีข้อสรุปอยู่ 3 ข้อ คือเรื่องของวันที่ 19 กรกฎาคม ทั้ง 8 พรรคมีมติส่ง นายพิธา เข้ารับการโหวตเป็นนายกคนที่ 30 และมีการหารือกันเรื่องการยื่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา272 ว่าด้วยการปิดสวิทซ์ ส.ว. ถือเป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล ไม่เกี่ยวข้องกับ 7พรรคร่วม และเรื่องที่อาจมีการตีความในการประชุมรัฐสภาว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ ซึ่งไม่น่ามีปัญหาในเรื่องดังกล่าว


ส่วนที่เคยกล่าวว่า การโหวตครั้งที่ 2 ตัวเลขไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จะวางมือให้พรรคอันดับ2สามารถบอกได้หรือไม่ว่าตัวเลขนั้นจะเป็นเท่าไร นายพิธากล่าวว่า หากมองให้เหมาะสม คิดว่าต้องเพิ่มขึ้น 10% จำนวน 324-344 เสียง หรือ 345เสียง


นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าว ได้ถามเรื่องการชวนพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา มาร่วมโหวตนายพิธา กล่าวเพียงว่า ยังไม่ใช่มติของ 8 พรรค ซึ่งสามารถพูดคุยได้เกือบทุกพรรคยกเว้นพรรคลุง ซึ่งพรรคการเมืองต่างๆได้มีโอกาสพูดคุยถึงสถานการณ์เป็นการแลกเปลี่ยนทางการเมือง ยืนยันว่าเป็นการคุยเรื่องทั่วไปไม่ใช่เรื่องที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี


ส่วนเรื่องข้อเสนอให้ยอมถอยเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายพิธา กล่าวว่า มาตรา112 อาจเป็นข้ออ้างที่อยู่ข้างหน้า แต่ข้างหลังก็คงมีหลายเรื่อง ที่นำมาเป็นเหตุผลตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักวิเคราะห์กัน มีหลายเรื่องที่อาจไปส่งผลกระทบกับสัมปทาน เกี่ยวกับผลประโยชน์ การปฏิรูปกองทัพ ที่พรรคก้าวไกลต้องการให้ทหารออกจากการเมืองให้ได้


ประเด็นปิดท้ายการแถลงข่าว คือเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาเรื่องหุ้นไอทีวี ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันโหวตนายกรัฐมนตรี นายพิธา กล่าวว่า ก็เห็นว่ามีการประชุมในวาระที่ 4 แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ทำให้ความเป็นแคนดิเดตนายกฯหายไป เมื่อเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลใจแต่อย่างใด

คุณอาจสนใจ

Related News