เลือกตั้งและการเมือง
สวนดุสิตโพล "เท้ง" ครองอันดับ 1 ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ ส่วนพรรค "ปชน." ยังนำทั้ง สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์
10 ชั่วโมงที่แล้ว
139 views
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้ง ปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,682 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม 2569 สรุปผลได้ดังนี้
1. ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พบว่า
อันดับ 1 พรรคประชาชน 34.23%
อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย 16.22%
อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 16.03%
อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 9.02%
อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ 3.13%
อื่น ๆ 11.12%
และ ยังไม่ตัดสินใจ 10.25%
2. ประชาชนจะเลือก สส.เขต สังกัดพรรคใด
อันดับ 1 พรรคประชาชน 33.56%
อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 18.46%
อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 16.29%
อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 8.05%
อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ 2.01%
อื่น ๆ 8.65%
และ ยังไม่ตัดสินใจ 12.98%
3. ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
อันดับ 1 ณัฐพงษ์ (ปชน.) 31.99%
อันดับ 2 ยศชนัน (พท.) 17.45%
อันดับ 3 อนุทิน (ภท.) 15.14%
อันดับ 4 อภิสิทธิ์ (ปชป.) 10.81%
อันดับ 5 พลเอก รังษี (ศก.) 3.80%
อื่น ๆ 9.18%
ยังไม่ตัดสินใจ 11.63%
4. ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน
อันดับ 1 นโยบายที่แก้เศรษฐกิจและปากท้อง 52.35%
อันดับ 2 ผลงานจริงที่ผ่านมา 45.64%
อันดับ 3 ผู้นำและทีมบริหาร 38.03%
อันดับ 4 การดีเบต 35.35%
อันดับ 5 พรรคที่สังกัดและอุดมการณ์ทางการเมือง 33.52%
5. จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนอยากบอกอะไรกับทหารไทย
อันดับ 1 ขอสดุดี ยกย่องทหารไทยที่เสียสละทุ่มเท 37.15%
อันดับ 2 เป็นกำลังใจให้ทหารไทยที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย 31.16%
อันดับ 3 ขอให้ปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง 14.62%
อันดับ 4 ขอให้ได้พื้นที่ของไทยกลับคืนมา และสถานการณ์สู้รบยุติลงโดยเร็ว 11.47%
อันดับ 5 อยากให้กองทัพดูแล เยียวยา และเพิ่มสวัสดิการให้ทหารที่ปกป้องชายแดนไทย 5.60%
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ภาพการเมืองไทยสะท้อนการแบ่งฐานเสียงตามช่วงวัยชัดมากขึ้น คนรุ่นใหม่เทคะแนนให้พรรคและผู้นำสายใหม่ ขณะที่คนรุ่นใหญ่ยังยึดพรรคการเมืองดั้งเดิมเป็นหลัก ทั้งนี้ประชาชนให้ความสำคัญกับ “เศรษฐกิจและปากท้อง” มากกว่ากระแส หรือวาทกรรมทางการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง โดยคำถามสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจไม่ใช่ใครพูดเก่งที่สุด แต่คือใครที่จะเข้ามาแก้ปัญหาได้จริง
ผศ.ดร.อานุภาพ รักษ์สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและนวัตกรรม โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลโพลสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองไทยที่มีความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างเด่นชัด โดยพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี (นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ) ยังครองสถานะนำในกระแสความนิยมสูงสุดทั้งในระบบบัญชีรายชื่อ (ร้อยละ 34.23) และระบบแบ่งเขต (ร้อยละ 33.56) ซึ่งบ่งชี้ถึงเสถียรภาพของฐานเสียงและอุดมการณ์พรรคที่ยังคงความเข้มแข็งเหนือคู่แข่ง แต่หากพิจารณาการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองในฝั่งอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย จะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถสร้างคะแนนนิยมในระบบบัญชีรายชื่อได้เหนือกว่าพรรคเพื่อไทยเล็กน้อย แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังคงรักษารากฐานความได้เปรียบในระบบแบ่งเขตเลือกตั้งไว้ได้ นอกจากนี้ปัจจัยชี้ขาดทางพฤติกรรมศาสตร์ในการเลือกตั้งยังคงยึดโยงกับ “สัมฤทธิผลเชิงนโยบาย” (Policy Efficacy) เป็นสำคัญ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประชาชนสูงถึงร้อยละ 52.35 ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ที่แม้ประชาชนจะแสดงออกถึงการสนับสนุนกองทัพ แต่ประเด็นดังกล่าวอาจจะมิใช่ตัวแปรหลักที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งได้เท่ากับการที่รัฐบาลมีผลงานเชิงประจักษ์
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/IKIDh-5Y0oM