เลือกตั้งและการเมือง

‘สนธิญา’ ร้อง ปอท.สอบ ‘พลภูมิ-อ๋อม’ โพสต์กล่าวหานายกฯปล้นอำนาจ ขู่ระวังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

โดย nicharee_m

3 มี.ค. 2566

53 views

วันนี้ (3 มี.ค.) เวลา 10.30 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความสอบสวนกลาง นายสนธิญา สวัสดี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย กับ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขต บึงกุ่ม คันนายาว  และ นางสาว สกาวใจ พูนสวัสดิ์ หรือ ‘อ๋อม สกาวใจ’ 2 ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย กรณีโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ ตามกล่าวหานายกมาจากการปล้นอำนาจ จากประชาชน ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ

ซึ่งความจริง นายกรัฐมนตรี มาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 และ 159 มาจากการโหวตของ ส.ส.ในสภา และได้รับเสียงข้างมาก ไม่ได้ปล้นอำนาจมาจากผู้ใด หรือมาจากประชาชนแต่อย่างใด เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

นายสนธิญา กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสื่อร้องเรียนในวันนี้ ก็เพื่อให้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ แอคเคาน์ที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าว เป็นของทั้งคู่หรือไม่ และที่มีการกล่าวหานายกฯ มีความเป็นจริงหรือไม่ และสุดท้ายหากข้อความดังกล่าวเข้าข่ายการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ตนยังต้องการให้พี่น้องประชาชนร่วมกันจับตาอีก 3 ประเด็น  ประเด็นแรกคือ วันนี้จะมีการวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ตนเคยไปร้องที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาใช้ในการคำนวณเพื่อกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สามารถทำได้ นั้นเท่ากับว่าการเลือกตั้งในปี 2562 ถือเป็นโมฆะ ถือเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ  

ประเด็นที่ 2 ที่ตนไปร้องกับ กกต.เรื่องบทบาทและหน้าที่ของผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ที่ตอนนี้เริ่มขึ้นเวที อออกมาช่วยนักการเมืองแต่ละพรรคหาเสียง สามารถทำได้หรือไม่ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแต่อย่างใด เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะลงสมัคร ส.ส.หรือไปเลือกตั้ง หรือการลงประชามติอะไรก็ตาม ซึ่งผู้ชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นที่ตนไปร้อง กกต.ก็เพื่อให้ศาลฯชี้ขาดว่าสิทธิ์คนเหล่านี้สามารถที่จะทำแบบที่กล่าวมาได้หรือไม่ เพราะมันจะมีผลผูกพันไปยังพรรคการเมืองนั้นๆ ด้วย  

ประเด็นที่สุดท้ายที่ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้ขึ้นปราศัยที่นครราชสีมา และได้มีการนำคำสอนหรือพระบรมราโชวาท ของสถาบันหนึ่งสถาบันใดไปบอกกล่าวพี่น้องประชาชนนั้นผิดหรือไม่ ดังนั้นต้องแยกให้ออกว่าอันไหนคือการการกล่าวอ้างสถาบันเพื่อมาแอบอ้าง หรือคำไหนคือการเผยแพร่คำสอนเศรษฐกิจพอเพียงกันแน่

ทั้งนี้ตนอยากจะเตือน ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย จะพูดอะไรให้ระวัง เพราะเรื่องที่พูดอาจจะส่งผลสืบเนื่องไปถึง พ.ร.บ.การเลือกตั้งด้วย การใส่ร้าย ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การทำให้ผู้อื่นเสียหาย จะส่งผลให้มีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองได้

คุณอาจสนใจ

Related News