เลือกตั้งและการเมือง

นายกฯ ท้าคนปั่นเกมการเมือง ล้มสภาได้ก็ล้มไป ห่วงความขัดแย้ง กระทบงบปี 66

โดย thichaphat_d

6 พ.ค. 2565

45 views

นายกรัฐมนตรีรับห่วงสถานการณ์ความสงบบ้านเมืองหลังต้องเยือนอเมริกาประชุมอาเซียน-สหรัฐ หวั่นเดือดร้อน หากงบปี 66 ไม่ผ่านสภาฯ พร้อมท้าคนปั่นเกมการเมืองสภาฯ ล้มนายกฯ ได้ล้มไป แต่กลัวบ้านเมืองไม่ดีกว่าเดิม ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจการทำงานกันดีแล้ว

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ความขัดแย้ง ระหว่างที่ไม่อยู่ เดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐสมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2565 ณ กรุงวอชิงตันสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสร้างความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ทางการเมือง จะต้องเตรียมการในเรื่องของการชี้แจงงบประมาณตามวาระ ไม่เช่นนั้นหากไม่ผ่านไม่มีการพิจารณาก็จะเดือดร้อนในปีงบประมาณ 2566 ที่จะเริ่มใช้งบ ตั้งแต่ ต.ค. เป็นต้นไป จึงขอให้เข้าใจ และมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำให้เกิดความสงบ เนื่องจากต้องการทำให้การท่องเที่ยวฟื้นฟู การลงทุนก็เช่นกัน หากไม่มีความขัดแย้ง และอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ก็จะมีการเพิ่มการลงทุน ในประเทศให้มากยิ่งขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับแก้ไขมาตรการด้วยกัน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ จะต้องทันสมัยเหมือนกับประเทศอื่น ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหนก็สุดแล้วแต่ คณะกรรมการจะพิจารณาขึ้นมาและกฎหมายที่มีอยู่ต้องปรับปรุงหรือไม่ หลายอย่างต้องปรับเปลี่ยน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า มีการหารือ ขอความร่วมมือฝ่ายค้านมาโดยตลอดผ่านวิป (คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร) ให้ช่วยกันพูดคุย อะไรที่ขัดแย้งกันมากๆ ไม่มีความจำเป็น ก็ไม่รู้จะขัดแย้งไปทำไม ขณะเดียวกันการใช้จ่ายงบประมาณปี 2565 ก็เข้าสู่ไตรมาสที่ 4 จึงจำเป็นต้องเบิกงบประมาณ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดผลลัพธ์เป็นรูปประธรรม ขณะเดียวกันต้องวางเป้าหมายงบประมาณปี 2566 ให้สอดคล้องกันด้วย วันนี้สถานการณ์ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว ว่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด - 19 รวมไปถึงสถานการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งก็พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพราะประชาชนเป็นผู้ได้รับประโยชน์

ส่วนการเปิดสมัยประชุมสภาจะมีการนัดรับประทานอาหารร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าให้ความสำคัญกับเรื่องทานข้าวแล้วจะคุยกันรู้เรื่อง คุยกันได้หลายวิธีการได้หลายทางอยู่แล้ว ทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีแกนนำมีหัวหน้ากันอยู่แล้ว ก็คุยกัน บางทีหลายอย่างก็ไม่เข้าใจวันนี้ก็รู้สึกว่าเข้าใจกันมากขึ้น เข้าใจตัวผม เข้าใจนายกรัฐมนตรี และเข้าใจนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่าทำงานอย่างไร เขาก็ยินดีร่วมมือกับเรา ไม่ว่าจะพรรคใดก็ตามพรรคร่วมรัฐบาลพรรคเล็ก ก็โอเคกันหมด ก็เข้าใจนายกรัฐมนตรี

ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการเล่นเกมในสภา ล้มนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เอาเถอะล้มได้ก็ล้มไปเถอะไป ล้มก็ล้ม ถ้าล้มผมก็ไม่ต้องทำงาน ก็แค่นั้นเอง ถ้าล้มแล้วมีอะไรดีขึ้นมา ถ้าล้มได้ก็ล้มไป แต่กลัวว่าจะไม่ดีกว่าเดิม

เมื่อถามย้ำว่าได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ถามมาตลอด ไม่เห็นมีใครออกมาบอกว่าจะล้มผม เขาก็ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลอยู่ต่อไป เพราะว่ากำลังอยู่ในขั้นตอน การเปลี่ยนแปลงประเทศที่ดีขึ้น เขาก็ยินดีที่จะร่วมมือกับผม ขออย่าเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย ประเทศไทยสำคัญกว่าอย่างอื่น ขอร้องก็แล้วกัน

เมื่อถามต่อว่าจะทำให้เสียสมาธิของคนทำงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า แล้วคุณเสียไหมล่ะ เวลาคุณจะพูดอะไรแล้วมีคนมาทัก จนคุณเขียนข่าวไม่ได้ คุณเสียสมาธิหรือไม่ เอาให้ผมมีสมาธิแก้ไขปัญหาดีกว่า อย่าให้ผมต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะจะเห็นได้ว่าผมพยายามจะไม่ยุ่ง ไม่ตอบไม่พูดถึง เพราะเป็นปัญหาของคนบางคนคนบางพวก แต่ต้องดูว่าส่วนใหญ่เขาว่ากันอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โทรเคลียร์กับนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั้น ทำให้สบายใจมากขึ้นหรือไม่ว่า สบายใจทุกวันอยู่แล้ว เพราะก็คุยกับเขาด้วย เจอใครก็คุยหมด ให้เขาเข้าใจ ว่าควรทำงานอย่างไร และควรจะเดินหน้าประเทศอย่างไร ไม่ใช่ว่าวันนี้ ทุกคนจะมุ่งมั่นเอาแต่หาเสียงทางการเมืองอย่างเดียว แล้วประเทศชาติไปได้หรือไม่ หลายอย่างที่พูดกันออกมาทำได้จริงหรือเปล่า ก็ไม่อยากจะไปด้อยค่าใคร ประชาชนก็ต้องเรียนรู้ ว่าจะอยู่กับการเมืองอย่างไร และเปรียบเทียบดูว่าจากที่ผ่านมา วันนี้แก้ไขปัญหามาแล้วมาก แต่หากจะกลับสู่ที่เก่าเวลาเดิมก็เอาสิ ตามใจเรื่องของท่าน

ส่วนที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ขณะนี้ยังนิ่งอยู่นั้น แต่พรรคการเมืองขนาดเล็กวิ่งไม่หยุด นายกรัฐมนตรีระบุว่า เขาก็วิ่งไป เดี๋ยวก็คงเหนื่อยเอง ไม่มีอะไรหรอกก็คุยกันแล้ว พล.อ.ประวิตร ก็คุยแล้วตนก็คุยแล้ว เจอหน้าทุกคนก็คุย ให้เข้าใจว่านายกรัฐมนตรีกำลังทำอะไรอยู่ โดยต้องเอาความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นที่ตั้ง จะทำอะไรก็ตามต้องมองตรงนั้น เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีหลัง เรื่องเลือกตั้งก็ยังไม่ใช่เวลานี้

คุณอาจสนใจ

Related News