สังคม

ศาลพิพากษาประหารชีวิต 'บังรี' ฆ่าแหม่มสวิส ทิ้งน้ำตกโตนอ่าวยน สารภาพเหลือคุกตลอดชีวิต

โดย panisa_p

15 มี.ค. 2565

199 views

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 มี.ค. 65 ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ย 2121/2564 หมายเลขแดงที่ ย 159/2565 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเป็นโจทก์ นายธีรวัฒน์ หรือบังฟารี หรือ บังรี ท่อทิพย์ จำเลย เรื่อง ความผิดต่อชีวิต ลักทรัพย์ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เสพ คดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่า


เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 64 เวลากลางวัน จำเลยกระทำอนาจารนางนิโคล ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบุคคลอายุกว่า 15 ปี พยายามข่มขืนกระทำชำเราและฆ่านางนิโคล แล้วซ่อนเร้นศพของผู้ตายด้วยการนำพลาสติกสีดำมาปิดคลุมศพและลักเอาเงิน 300 บาทซึ่งอยู่ในกระเป๋าของผู้ตายไป และข้อหาจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพกัญชา จำเลยให้การรับสารภาพ


โดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ก่อนเกิดเหตุจำเลยขึ้นไปบริเวณน้ำตกโตนอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อไปหากล้วยไม้หรือพันธุ์ไม้ป่า ขณะเดินลงมาเห็นผู้ตายซึ่งเป็นหญิงรูปร่างผอมบางผิวขาว ใส่เสื้อกล้าม สวมกางเกงขาสั้นนั่งเอาเท้าแช่น้ำอยู่ที่บริเวณลำธารน้ำตกอ่าวยน จำเลยเกิดอารมณ์ทางเพศ ตั้งใจจะกระทำชำเราผู้ตาย จึงเดินเข้าไปใช้ท่อนแขนล็อคคอผู้ตาย


เมื่อผู้ตายดิ้นรนต่อสู้ จำเลยและผู้ตายตกไปในลำธาร ผู้ตายพยายามดิ้นรนต่อสู้ จำเลยจึงใช้ท่อนแขนรัดคอผู้ตายอย่างแรงแล้วจับผู้ตายกดศีรษะคว่ำหน้าในลำธาร เมื่อผู้ตายหมดสติ จำเลยลากผู้ตายขึ้นมาบริเวณริมฝั่งแล้วถอดกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในของผู้ตายออก


เมื่อจำเลยพลิกตัวผู้ตายให้นอนหงายเห็นผู้ตายหน้าเขียวคล้ำลิ้นจุกปากจำเลยหมดอารมณ์ทางเพศ จำเลยจึงเอาผ้าพลาสติกสีดำ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุมาคลุมตัวผู้ตายแล้วเอาก้อนหินทับไว้แล้วค้นกระเป๋าของผู้ตายเอาเงิน 300 บาทของผู้ตายไป


ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จำเลยใช้แขนล็อคคอผู้ตายทางด้านหลัง เพื่อไม่ใช้ผู้ตายขัดขืนให้ จำเลยกระทำชำเราผู้ตายดิ้นรนต่อสู้กระทั่งจำเลยตกลงไปในลำธาร จำเลยยังใช้แขนรัดคอผู้ตายและกดศีรษะผู้ตายลงไปในน้ำจนมิด จนผู้ตายหมดสติ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย


จึงถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ศาลจึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 288,334 ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104,162 ฐานฆ่าผู้อื่นให้ประหารชีวิต จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) ฐานฆ่าผู้อื่นให้จำคุกตลอดชีวิต


เมื่อรวมทุกกระทงแล้วให้จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ริบของกลาง ยกฟ้องข้อหาพยายามข่มขืนและข้อหากระทำอนาจาร และในการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ได้มี สามีผู้ตายและบุตรชายผู้ตายอีก 2 คนร่วมฟังคำพิพากษาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผ่านระบบประชุมทางจอภาพผ่านระบบ Google meet จากห้องพิจารณาของศาลจังหวัดภูเก็ต


และได้กล่าวขอบคุณศาลจังหวัดภูเก็ต พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตและเจ้าพนักงานตำรวจที่ช่วยกันสืบสวนจับกุมคนร้ายจนได้ตัวจำเลยมาลงโทษ และจังหวัดภูเก็ตที่อำนวยความสะดวกในการประสานงานติดต่อทางญาติของผู้ตาย

คุณอาจสนใจ

Related News