อาชญากรรม

จี้โทษประหาร 'ไอ้แซม' ฆ่าทุบหัวสาว พนง.โรงแรม เข้าออกคุกหลายรอบ เสพยาก่อนลงมือ

11 ชั่วโมงที่แล้ว

48 views

สอบเข้มไอ้แซม ฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมที่หัวหิน หลังถูกจับเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ท่ามกลางชาวบ้านที่รู้ว่า แห่มารอรุมประชาทัณฑ์ จนตำรวจต้องพาไปสอบปากคำในค่ายทหาร ผู้การฯ เผย ไอ้แซมไม่มีทีท่าสำนึกผิด

กรณีนายรัฐติกร หรือ แซม อายุ 36 ปี บุกใช้ท่อนเหล็กทุบศีรษะ น.ส.วิรินทร์ หรือ นุ้ย อายุ 35 ปี พนักงานสาวโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนชิงโทรศัพท์ 2 เครื่อง และกระเป๋าเงินหลบหนีไป เหตุเกิดช่วงตี 3 เข้าสู่วันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา หลังตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจ สภ.หัวหิน ปิดเมืองล่าตัว กระทั่งเมื่อวานนี้สามารถตามจับตัวได้แล้ว ขณะหลบหนีอยู่ในพงหญ้ารกร้างใกล้ทางรถไฟ บริเวณซอยหัวหิน 42

ซึ่งเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุม คือ การพบเสื้อผ้าที่นายแซม สวมใส่ในวันก่อเหตุ ถูกทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ตำรวจจึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนออกจากตามหาพร้อมสุนัขตำรวจ K9 แพรวา กระทั่งไปพบที่นอน และของใช้ส่วนอยู่ใต้สะพานทางรถไฟ เมื่อเจ้าแพรวาไปดมที่นอน ก็พาตำรวจไปที่พงหญ้า ห่างจากใต้สะพานประมาณ 100 เมตร ก็เจอนายแซมนอนหมอบซ่อนตัวอยู่

โดยนายแซมสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าแตะ และสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงิน พร้อมหมวกแก๊ป มีอาการขัดขืนการจับกุมเล็กน้อย และให้การวกวน อ้างว่า นอนอยู่ใต้สะพานตั้งแต่เมื่อคืน ไม่ได้หนีไปไหน เมื่อตำรวจค้นตัว ค้นพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่า เก็บได้บริเวณชายทะเล เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมต้องใช้ท่อนเหล็กตีเหยื่อ นายแซมอมยิ้มกำลังจะตอบ แต่ตำรวจบอกว่า อย่าเพิ่งถาม รอผู้บัญชาการมาก่อน แล้วพาตัวผู้ต้องหาหลบสื่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวเผยแพร่ในโซเชียลว่า จับคนร้ายได้แล้ว ปรากฏว่า มีชาวบ้านในพื้นที่กว่า 50 คน มายังจุดจับกุมด้วยความโกรธแค้นนายแซม มีบางคนพยายามบุกเข้าไปหา แต่ถูกตำรวจกั้นไว้ ในที่สุดตำรวจได้พาผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่รุนแรง จากนั้นได้นำไปสอบปากคำที่ สภ.หัวหิน แต่พบว่าที่ สภ.หัวหิน ก็มีชาวบ้านไปรอดูหน้าผู้ต้องหานับ 100 คน ตำรวจจึงคุมตัวไปสอบสวนที่ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี แทน

คุณตาล เพื่อนของผู้เสียชีวิต เผยว่า สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด คือในคืนเกิดเหตุ น้องไม่ได้มีโอกาสต่อสู้หรือป้องกันตัว เพราะนอนพักอยู่ หลังจากกินยาเนื่องจากมีอาการปวดท้อง น้องนอนอยู่เฉย ๆ ถ้าคนร้ายแค่เดินมาขโมยของแล้วหนีไป เรื่องอาจจบ และไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำ แต่เขากลับเอาท่อนเหล็กไปทุบหัว มันเหมือนตั้งใจฆ่า เป็นความโหดร้ายเกินรับได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเจอหน้าผู้ต้องหาจะทำยังไง คุณตาลบอกว่า จะเอาช้างดาวตบหน้าสัก 3 ที จะเอามีดตัวนิ้วไปถึงข้อมือ จะได้ไม่มีมือไปทำร้ายคนอื่นอีก หากเป็นไปได้ อยากให้ลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต เพราะมองว่ากฎหมายไทยยังอ่อนเกินไป ที่ผ่านมาเขาเข้าออกเรือนจำกี่รอบแล้วก็ไม่เข็ด ถ้ากฎหมายยังอ่อน คนร้ายก็ไม่กลัว และเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีก ที่สำคัญถ้านายแซมได้ปล่อยตัวออกมา ชาวบ้านจะใช้ชีวิตอย่างไร ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงไปตลอดเลยหรือ

ด้านพลตำรวจตรี อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เผยว่า ผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทำร้ายร่างกาย บุกรุกเคหสถาน และคดีอนาจาร ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ไม่มีงานทำในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนย้ายมาอาศัยอยู่ในพื้นที่หัวหินได้ประมาณ 2 เดือนเศษ

ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เดินเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ กระทั่งผ่านโรงแรมที่เกิดเหตุ เห็นสบโอกาสจึงเข้าไปในบ้านร้างที่อยู่ใกล้เคียง เจอท่อนเหล็กจึงนำมาเป็นอาวุธ แล้วกลับมาก่อเหตุ ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเงินสด เพียง 350 บาท ก่อนหลบหนีเลาะไปตามชายหาด และไปซ่อนตัวนอนใต้สะพานทางรถไฟ กระทั่งถูกจับกุมที่พงหญ้าซึ่งอยู่ใกล้เคียง

โดยสรุป ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าก่อเหตุจริง เพราะประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากไม่มีงานทำมานานหลายเดือน เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / ฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือ กระทำทารุณโหดร้าย / ฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิด และชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ทั้งนี้จากการสังเกตภาษากาย พบว่า ผู้ต้องหายังไม่มีความสำนึกผิด คือไม่มีความเศร้าเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป จึงเตรียมตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย และอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ สำหรับเงินรางวัลนำจับ 30,000 บาท ที่ตั้งไว้ ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันพร้อมมอบให้แก่ผู้ให้เบาะแสตามขั้นตอน

ล่าสุดเช้าวันนี้พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ได้เดินทางไปสอบปากคำ นายแซม พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดหัวหิน โดยนายแซมให้ความร่วมมือในการสอบสวน และรับสารภาพว่า ในช่วงกลางวันของวันที่ 18 มกราคม ซึ่งเป็นวันก่อนเกิดเหตุ ได้เสพยาเสพติด แต่ไม่ได้แอบเข้าไปเสพในโรงแรม หลังถูกจับกุมคืนแรกไม่พบอาการเครียด หรือวิตกกังวล แต่มีอาการของผู้เสพยาเสพติด

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลว่า อาจไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดมีความชัดเจน และคดีดังกล่าวเป็นคดีสะเทือนขวัญ สร้างความไม่พอใจแก่ญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนในพื้นที่ เกรงจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา

ด้านชาวบ้านหัวหินโล่งใจ หลังตำรวจจับ ไอ้แซม ฆาตกรเหี้ยม พร้อมเรียกร้องให้จัดการปัญหาคนเร่ร่อนและแหล่งมั่วสุมอย่างจริงจัง

ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณพงหญ้าริมทางรถไฟ ซอยหัวหิน 42 ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัว นายแซม อีกครั้ง โดยเข้าไปตรวจสอบจุดที่นายแซม มาแอบนอนใต้สะพานรางรถไฟ ใกล้ๆ กันก็จะเป็นพงหญ้าที่นายแซม ไปแอบซ่อนตัวอยู่

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ คุณศิกานดา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุมีการแชร์ภาพผู้ต้องสงสัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตนเห็นแล้วจำได้ทันทีว่าเป็นนายแซมที่มักเดินไปมาในซอย จึงแจ้งเพื่อนบ้านให้ช่วยแจ้งตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ โดยชาวบ้านในซอยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบคนแปลกหน้า พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการกับบุคคลเร่ร่อนและแหล่งเสื่อมโทรมบริเวณริมทางรถไฟ ซึ่งมักมีคนเร่ร่อนเข้ามาอาศัยจำนวนมาก สร้างความหวาดระแวงให้กับชุมชน

ขณะที่ ป้าอารีย์ ชาวบ้านในซอยหัวหิน 42 กล่าวว่า นายแซมมาอาศัยอยู่ในละแวกนี้มาระยะหนึ่งแล้ว มักเข้ามาซื้อของที่ร้านของตนเอง และพูดจาดี อ้างว่าเคยเป็นผู้คุมมาก่อน แต่ไม่ได้ปักใจเชื่อ และไม่เคยสงสัยว่าจะก่อเหตุร้าย แม้ลูกสาวจะคอยเตือนให้ระมัดระวัง เมื่อทราบข่าวว่าถูกจับกุมได้ ก็รู้สึกโล่งใจ

ขณะเดียวกันทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านละหารปลาค้าว ตำบลละหารปลาค้าว อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายแซม ไปพบกับ นายประสิทธิ์ ลูกพี่ลูกน้องของแซม เผยว่า แซมไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมานานกว่า 6 เดือนแล้ว โดยเดินทางไปหาแม่ที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนที่บ้านก็ไม่รู้ข่าวคราวอีกเลย ส่วนนิสัยส่วนตัวของแซม เป็นคนมีนิสัยเกเรมาตั้งแต่เด็ก และเคยก่อคดีเข้าออกเรือนจำหลายครั้ง ทั้งคดีลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเรา และที่ผ่านมาแซมก็เคยมีแฟนมาหลายคน ทั้งผู้หญิง และสาวประเภทสอง

ส่วนทางด้านเพื่อนบ้านก็บอกว่า เวลาพบเจอกับแซม เขาก็จะยกมือไหว้ตนเสมอ ดูเป็นคนไม่มีพิษมีภัย ช่วงหลังออกจากบ้านไปประมาณ 2-3 ปีแล้ว รู้ข่าวว่าไปติดคุกในเรือนจำมา ตนเองคิดว่าออกมาแล้วจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีแล้ว ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุสะเทือนขวัญแบบนี้


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/W4tqhA-djOU

คุณอาจสนใจ

Related News