ต่างประเทศ

ลาแล้วกัมพูชา “Nidec” ปิดโรงงานปอยเปต ย้ายฐานผลิตกลับไทย กระทบแรงงาน 724 คน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

“Nidec” ผู้ผลิตมอเตอร์ญี่ปุ่น เตรียมปิดโรงงานในปอยเปต ย้ายการผลิตกลับมาไทย หลังสถานการณ์ชายแดนทำให้การขนส่งสินค้าข้ามแดนหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อแรงงาน 724 คน รวมถึงธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพากำลังซื้อจากพนักงานโรงงาน


กระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพของกัมพูชา ยืนยันว่า Nidec จะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างครบถ้วน ทั้งการจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าชดเชย และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะช่วยเหลือแรงงานในการหางานใหม่ผ่านสำนักงานจัดหางานแห่งชาติ รวมถึงจัดอบรมวิชาชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ


ก่อนหน้านี้ ชิ้นส่วนที่ผลิตในปอยเปตถูกขนส่งทางรถบรรทุกข้ามพรมแดนไปยังโรงงานของ Nidec ในประเทศไทย แต่บริษัทประเมินว่า ไม่สามารถเดินหน้าการผลิตในปอยเปตต่อไปได้ เนื่องจากยังไม่มีแนวโน้มชัดเจนว่า การขนส่งข้ามแดนจะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด


Nidec จึงจัดหาฐานการผลิตทดแทน โดยย้ายงานไปยังโรงงานเดิมในประเทศไทย ขณะที่บริษัทคาดว่า การปิดโรงงานในกัมพูชาจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ


รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า Nidec มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนแบบไดแคสติง (die-casting) ในไทย 2 แห่ง ได้แก่ บ่อวินและปิ่นทอง ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับมอเตอร์ความแม่นยำสูง


Nidec ก่อตั้งบริษัทลูกในกัมพูชาเมื่อเดือนมีนาคม 2012 ภายใต้แนวคิด “Thailand Plus One” ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่ย้ายงานซึ่งใช้แรงงานจำนวนมากไปยังพื้นที่ต้นทุนต่ำใกล้ประเทศไทย ขณะที่ยังคงเชื่อมโยงกับโรงงาน คลังสินค้า และท่าเรือในไทย


ปอยเปตเหมาะกับโมเดลธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 230 กิโลเมตร โดยปกติสามารถขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้ภายในประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง


รายงานขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ระบุว่า ผู้ผลิตต่างชาติส่วนใหญ่ในปอยเปตวางระบบซัพพลายเชนเชื่อมโยงกับประเทศไทย มากกว่าการใช้ท่าเรือสีหนุวิลล์ ซึ่งอยู่ห่างไกลกว่า


แต่ข้อได้เปรียบดังกล่าวหายไป หลังเกิดการปะทะตามแนวชายแดนในปี 2025 และมีการจำกัดการเดินทาง รวมถึงการปิดจุดผ่านแดนทางบกเป็นเวลานาน


กระทรวงแรงงานกัมพูชาระบุว่า ก่อนเกิดวิกฤต สินค้าจากโรงงานในจังหวัดบันเตียเมียนเจยสามารถขนส่งไปยังโรงงานในไทยได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่หลังปิดชายแดน บริษัทต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางทะเล บางกรณีต้องผ่านประเทศที่สาม หรือใช้เครื่องบินสำหรับคำสั่งซื้อเร่งด่วน


ต้นทุนการขนส่งบางกรณีเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า โดยซุน เมซา โฆษกกระทรวงแรงงานกัมพูชา ระบุว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงและคำสั่งซื้อที่ลดลงหลังการปิดชายแดน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรงงานในปอยเปตต้องปิดตัว


ประเด็นความรับผิดชอบต่อการปิดชายแดนยังเป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ โดยเจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุว่า ไทยเป็นฝ่ายรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่า มาตรการจำกัดการผ่านแดนยังมีความจำเป็น เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงด้านความมั่นคงยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างครบถ้วน


กระทรวงแรงงานกัมพูชาเริ่มยืนยันการปิดโรงงาน Nidec ตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยระบุว่าจะติดตามกระบวนการจนถึงวันที่โรงงานหยุดดำเนินงาน และรับรองว่าแรงงานจะได้รับค่าจ้างค้างจ่าย ค่าชดเชย และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย


Nidec ถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่แห่งที่ 3 ในจังหวัดบันเตียเมียนเจยที่ปิดหรือประกาศปิดกิจการในปีนี้ ซึ่งอีก 2 แห่งก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย ML Intimate Apparel (Cambodia) บริษัทสัญชาติจีน ปิดกิจการในเดือนเมษายน กระทบแรงงาน 683 คน และ Hi-Tech Apparel (Cambodia) บริษัทสัญชาติไทย ยุติการดำเนินงานปลายเดือนสิงหาคม กระทบแรงงาน 2,532 คน รวมแล้ว การปิดโรงงานทั้ง 3 แห่งส่งผลกระทบต่อแรงงานเกือบ 4,000 คน


กลุ่มสิทธิแรงงานเตือนว่า ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโรงงาน เพราะเมื่อแรงงานสูญเสียรายได้ ธุรกิจโดยรอบ เช่น เจ้าของห้องเช่า ร้านอาหาร ร้านค้า ผู้ให้บริการขนส่ง และกิจการอื่น ๆ ที่พึ่งพาการใช้จ่ายของแรงงานในปอยเปต ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย


กรณีของ Nidec ยังสะท้อนความเปราะบางของซัพพลายเชนที่พึ่งพาการขนส่งข้ามพรมแดนอย่างชัดเจน เนื่องจากโรงงานแห่งนี้ไม่ได้ดำเนินงานแบบแยกตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตของบริษัทญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกัมพูชากับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด


อย่างไรก็ตาม การปิดโรงงานในกัมพูชาไม่ได้หมายความว่า Nidec ถอนตัวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทยังคงมีฐานการผลิตหลายแห่งในประเทศไทย รวมถึงโรงงานและกิจการในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

แท็กที่เกี่ยวข้อง  กัมพูชา ,ปิดโรงงานปอยเปต

คุณอาจสนใจ

Related News