ต่างประเทศ
“ทรัมป์” สั่งคุมเข้มวีซ่านักเรียน-สื่อมวลชนต่างชาติ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง-ทัศนคติการเมือง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เตรียมประกาศมาตรการใหม่เพื่อจำกัดระยะเวลาพำนักของกลุ่มผู้ถือวีซ่านักเรียนต่างชาติ ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และสื่อมวลชนต่างประเทศ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและทัศนคติทางการเมือง
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เตรียมบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ที่กำหนดให้วีซ่าประเภท F (นักเรียนนักศึกษา), J (ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและวิชาการ) และ I (สื่อมวลชน) มีระยะเวลาพำนักที่แน่นอนแทนที่ระบบเดิมซึ่งอนุญาตให้พำนักได้ยาวนานตราบเท่าที่ยังคงสภาพการศึกษาหรือสถานะการจ้างงานในสหรัฐฯ
มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 60 วัน หลังจากที่มีการประกาศลงในเอกสารราชการของรัฐบาลกลาง โดยจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากสภาคองเกรสก่อน
ภายใต้กฎระเบียบนี้ วีซาประเภท F (สำหรับนักเรียน-นักศึกษา) และ J (สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและวิชาการ)) จะถูกจำกัดระยะเวลาพำนักสูงสุดไม่เกิน 4 ปี ขณะที่วีซ่าประเภท I (สำหรับสื่อมวลชน) จะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 240 วัน โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวสัญชาติจีนจะถูกจำกัดระยะเวลาพำนักเพียง 90 วันเท่านั้น จากเดิมที่วีซ่าประเภทนี้มักมีอายุการใช้งานได้หลายปี
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือวีซ่ายังคงสามารถยื่นคำร้องขอต่ออายุการพำนักได้ตามความจำเป็น
ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ วีซานักเรียนและโครงการแลกเปลี่ยน ประเภท F และ J จะมีระยะเวลาพำนักไม่เกิน 4 ปี, วีซาผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน ประเภท I จะจำกัดระยะเวลาไม่เกิน 240 วัน แต่สำหรับผู้สื่อข่าวสัญชาติจีนจะถูกจำกัดเหลือเพียง 90 วันเท่านั้น จากเดิมที่วีซาสื่อมวลชนมักจะมีอายุได้หลายปี อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบระบุว่าผู้ถือวีซาสามารถยื่นคำร้องขอต่ออายุได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งในปี 2568 และเริ่มดำเนินนโยบายเข้มงวดด้านคนเข้าเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการเพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย การเพิกถอนวีซ่านักเรียนและกรีนการ์ดของนักศึกษาบางรายโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและทัศนคติทางการเมือง รวมถึงการยกเลิกสถานะทางกฎหมายของผู้อพยพอีกหลายแสนคน
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุว่า มาตรการนี้มีความจำเป็นเนื่องจากจำนวนผู้ถือวีซ่ากลุ่มดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 มีนักเรียนต่างชาติพำนักในสหรัฐฯ กว่า 1.8 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า) ผู้ถือวีซ่าแลกเปลี่ยนกว่า 5 แสนคน และสื่อมวลชนอีกกว่า 3.7 หมื่นคน
DHS ย้ำว่า "จำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้สร้างความท้าทายต่อขีดความสามารถของหน่วยงานในการตรวจสอบและกำกับดูแล" พร้อมระบุว่ากฎระเบียบเดิมมีช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้บุคคลบางกลุ่มสามารถพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ได้ยาวนานนับสิบปีโดยไม่มีกำหนดสิ้นสุดที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องมีระบบการติดตามที่รัดกุมยิ่งขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง โดนัลด์ทรัมป์ ,วีซ่าสหรัฐ