ต่างประเทศ
ชาวอิหร่านประท้วงเดือดค้านข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ ทวงคืนความยุติธรรมให้ “คาเมเนอี”
3 ชั่วโมงที่แล้ว
43 views
ชาวอิหร่านจำนวนมากแห่ชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงเตหะราน เพื่อแสดงพลังต่อต้านการทำข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ พร้อมทวงถามความยุติธรรมต่อการเสียชีวิตของ “คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน
รายงานระบุว่า การประท้วงในครั้งนี้พุ่งเป้าโจมตีไปที่ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา และ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยกลุ่มผู้ประท้วงพากันชูกำปั้นและตะโกนข้อความกึกก้องว่า “กาลีบาฟ! อารักชี! แล้วเลือดของท่านผู้นำเราล่ะ?” เพื่อแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อความพยายามของรัฐบาลในการประนีประนอมกับสหรัฐฯ
การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์จากผู้นำสหรัฐฯ และปากีสถานว่า จะมีการลงนามในร่างข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในวันนี้ (14 มิ.ย. 2569)
เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ระบุว่า ข้อตกลงกับอิหร่านมีกำหนดจะลงนามกันในวันนี้ และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ช่องแคบฮอร์มุซที่เคยถูกอิหร่านปิดล้อม จะถูกเปิดให้ทุกประเทศกลับมาเดินเรือได้อย่างเสรีทันที
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในขณะนี้ “แตกต่างและดีกว่า” รัฐบาลชุดก่อนๆ อย่างมาก และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สหรัฐฯ จะเข้าไปจัดการกับฝุ่นนิวเคลียร์ ที่ฝังลึกอยู่ภายใต้ซากภูเขาหินแกรนิตที่พังถล่มลงมา พร้อมทิ้งท้ายคำเตือนว่า หากข้อตกลงไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว สหรัฐฯ ก็มีทางเลือกสุดท้ายเตรียมพร้อมไว้ ซึ่งเขาหวังว่าจะไม่ต้องนำมาใช้อีก
ทางด้าน นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ย ยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในกรอบการทำงานสำหรับข้อตกลงสันติภาพแล้ว โดยรัฐบาลปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ก่อนจะมีการเจรจารายละเอียดเชิงลึกอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กลับแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ โดยเตือนเรื่องการระบุเวลาที่แน่นอนว่าต้องรอการยืนยันวันที่ชัดเจนสำหรับการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) และยืนยันว่าการลงนามจะยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้
นายบาเกอีกล่าวว่า “แม้จะปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ไม่ได้ แต่เนื่องจากความลังเลของอีกฝ่าย เราจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการให้ความเห็นต่อกระบวนการนี้”
สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นของร่างข้อตกลงดังกล่าว แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านต้องเปิดเส้นทางเดินเรือโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม แลกกับการที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงเริ่มปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ และยกเว้นการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ภายใน 60 วัน โดยสหรัฐฯ ยืนกรานให้อิหร่านรื้อถอนโครงการและทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง แต่อิหร่านยื่นข้อเสนอเพียงการเจือจางยูเรเนียมและเก็บรักษาไว้ภายในประเทศเท่านั้น