ต่างประเทศ
“ฮุน เซน” หนุนกัมพูชาใช้กลไก UNCLOS แก้ปมพื้นที่ทับซ้อน หลังไทยยกเลิก MOU44
2 ชั่วโมงที่แล้ว
23 views
“ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลในการใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อยุติข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับ “ไทย” พร้อมปฏิเสธทุกความพยายามที่จะฟื้นฟูหรือสร้างกลไกเจรจาทวิภาคีขึ้นมาใหม่ หลังจากไทยยกเลิก MOU ปี 2544
สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า เขาสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ด้วยการใช้กลไกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยย้ำว่ากระบวนการที่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้นที่จะรับประกันความยุติธรรมได้
สมเด็จฯ ฮุน เซน ระบุว่า ตัวเขามีส่วนร่วมในประเด็นนี้มาตั้งแต่การเจรจากับอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ในช่วงปี 2532 – 2533 จนถึงการลงนาม MOU 2544 ซึ่งเขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงของไทย โดยเฉพาะข้ออ้างที่ว่าการเจรจาไม่มีความคืบหน้า
ฮุน เซน ตั้งคำถามว่า “อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มันไม่คืบหน้า? ประเทศไทยเองรู้ดีกว่าใคร” พร้อมชี้เป้าไปที่ความไม่มั่นคงทางการเมืองของไทย โดยระบุว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายคน นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549 ที่โค่นล้มนายทักษิณ ชินวัตร ในทางกลับกัน กัมพูชายังคงรักษาความต่อเนื่องของนโยบายได้เป็นอย่างดี โดยไม่มีการเปลี่ยนกลไกหรือเนื้อหาในการเจรจา แต่ไทยกลับเปลี่ยนนายกฯ ไปราว 10 คน “นี่ไม่ใช่หรือที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของความล่าช้า?”
นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังได้ออกมาเตือนและตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ว่า กัมพูชากำลังพยายามทำให้ประเด็นทวิภาคีกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ หรือพยายามวางกับดักโดยดึงบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซง โดยย้ำว่า “กัมพูชากำลังเดินหน้าตามกฎหมายระหว่างประเทศ โปรดอย่ากล่าวหาว่ากัมพูชากำลังทำให้เรื่องสองฝ่ายกลายเป็นเรื่องสากล หรืออ้างว่ากัมพูชาวางกับดักด้วยการดึงต่างชาติเข้ามา กัมพูชาจะไม่ยอมรับข้อเสนอให้สร้างกลไกเจรจาสองฝ่ายขึ้นมาใหม่เพื่อแทนที่ข้อตกลงเดิมที่ไทยเป็นฝ่ายฉีกทิ้งไปเอง”
การออกมาเคลื่อนไหวของสมเด็จฯ ฮุน เซน เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ประกาศว่ากัมพูชาจะดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยแบบบังคับ ภายใต้ UNCLOS อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านนโยบายครั้งสำคัญ
นายกฯ ฮุน มาเนต ระบุว่า MOU 2544 เป็นกรอบการเจรจาเพียงหนึ่งเดียวที่ทั้งสองฝ่ายให้การยอมรับมานานกว่า 25 ปี ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและความปรารถนาดี การที่ไทยถอนตัวไปฝ่ายเดียวเปรียบเสมือนการปิดประตูช่องทางเจรจาเดียวที่มีอยู่ จนทำให้กัมพูชาเหลือทางเลือกที่จำกัดและต้องหันไปพึ่งพากลไกสากลแทน