ต่างประเทศ
"ทรัมป์" โว สหรัฐฯใกล้บรรลุเป้าหมายสงครามอิหร่านแล้ว ส่งนาวิกโยธินหลายพันนาย ไปตะวันออกกลาง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
31 views
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ล่าสุดว่า สหรัฐฯใกล้บรรลุเป้าหมายสงครามอิหร่านแล้ว โพสต์ดังกล่าวระบุว่า "เราใกล้จะบรรลุเป้าหมายของเราแล้ว และกำลังพิจารณาที่จะยุติความพยายามทางทหารครั้งใหญ่ของเราในตะวันออกกลาง เกี่ยวกับระบอบการปกครองของผู้ก่อการร้ายอิหร่าน
โดย (1) สามารถลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ เครื่องยิง และสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอย่างสิ้นเชิง
(2) ทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่าน
(3) กำจัดกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่าน รวมถึงอาวุธต่อต้านอากาศยาน
(4) ไม่ยอมให้อิหร่านเข้าใกล้ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และอยู่ในสถานะที่สหรัฐอเมริกาสามารถตอบโต้สถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง หากเกิดขึ้น
(5) ปกป้องพันธมิตรในตะวันออกกลางของเราในระดับสูงสุด รวมถึงอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และประเทศอื่น ๆ ส่วนช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการเฝ้าระวังและควบคุมตามความจำเป็นโดยประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ช่องแคบนี้
แต่หากสหรัฐฯได้รับการร้องขอ เราจะเข้าไปช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ แต่ไม่น่าจะจำเป็นอีกต่อไป เมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านถูกกำจัดไปแล้ว ที่สำคัญคือ นี่จะเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ง่ายสำหรับพวกเขา"
ขณะที่ เว็บข่าว "แอ็กซิโอส" รายงานว่า จากแหล่งข่าวที่ทางแอ็กซิโอส ได้รับข้อมูลมาเผยว่า รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพิจารณาแผนการเข้ายึดครอง หรือปิดล้อมเกาะคาร์ก ของอิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
รายงานยังระบุด้วยว่า ปฏิบัติการเข้ายึดเกาะคาร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่ง 15 ไมล์ และเป็นศูนย์กลางการแปรรูปน้ำมันดิบส่งออกของอิหร่านถึง 90% อาจทำให้กองทัพสหรัฐฯ ตกอยู่ในแนวปะทะโดยตรงมากขึ้น
ปฏิบัติยึดเกาะคาร์กจะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อกองทัพสหรัฐฯ สามารถลดทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่านรอบช่องแคบฮอร์มุซลงก่อน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน จากนั้นก็เข้ายึดเกาะคาร์ก เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองในการเจรจา
หากแผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติ ปฏิบัติการยึดเกาะคาร์กจะต้องใช้กำลังทหารเพิ่มขึ้นด้วย รายงานระบุว่า หน่วยนาวิกโยธิน 3 หน่วย กำลังเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ กระทรวงกลาโหมและทำเนียบขาว กำลังพิจารณาส่งกำลังทหารเพิ่มขึ้นอีกในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกล่าวกับ "แอ็กซิโอส" ว่า การตัดสินใจดังกล่าวยังไม่ได้เกิดขึ้น
ด้าน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ขณะที่สงครามสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน กำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ นาวิกโยธินหน่วยที่ 11 และกลุ่มเรือยกพลขึ้นบก"บ็อกเซอร์" ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางและเร่งการส่งกำลังพล ไปยังตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่ เผยว่า ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มเรือยกพลขึ้นบกและหน่วยนาวิกโยธินนี้ จะถูกส่งไปประจำการทั้งหมดหรือไม่ หรือจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะไปตะวันออกกลาง เดิมทีกำลังพลชุดนี้จะถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก
รายงานระบุว่า การส่งกำลังพลครั้งนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับการส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษของนาวิกโยธินชุดที่สอง คือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 31 และกลุ่มเรือยกพลขึ้นบกพร้อมรบตริโปลี ไปยังภูมิภาคเดียวกัน ก่อนหน้านี้ CNN รายงานว่า พบเห็นเรือ "ยูเอสเอส ตริโปลี" กำลังเข้าใกล้สิงคโปร์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยังไม่ชัดเจนว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งสองหน่วย จะปฏิบัติการในตะวันออกกลางพร้อมกันหรือไม่ และนานแค่ไหน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เป็นกองกำลังตอบสนองฉับพลัน ประกอบด้วยนาวิกโยธินและทหารเรือ ประมาณ 2,200 นาย เมื่อรวมกับกลุ่มเรือยกพลขึ้นบกพร้อมรบแล้ว จำนวนกำลังพลทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 4,500 นาย
แท็กที่เกี่ยวข้อง โดนัลด์ ทรัมป์ ,สงครามตะวันออกกลาง ,นาวิกโยธินสหรัฐฯ