ต่างประเทศ

“ทรัมป์” เตรียมเปิดประชุมคณะกรรมการสันติภาพวันนี้ ดึง “อินโดฯ-เวียดนาม-กัมพูชา” เข้าร่วม

3 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

“โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสันติภาพวันนี้ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 3 ประเทศ “อินโดฯ-เวียดนาม-กัมพูชา” เข้าร่วม

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า การประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) อย่างเป็นทางการนัดแรกที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผู้นำจาก 3 ประเทศเข้าร่วม คือประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย, นายโต เลิม ผู้นำสูงสุดของเวียดนาม และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา เป็นที่น่าสังเกต เนื่องจากไม่มีไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นสองพันธมิตรหลักตามสนธิสัญญาเก่าแก่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมาเลเซีย หนึ่งในประเทศแรกๆ ของอาเซียน ที่บรรลุข้อตกลงทางการกับสหรัฐฯ

รายงายระบุว่า วาระสำคัญของการประชุมคือ การหารือเรื่องการฟื้นฟูฉนวนกาซา และการเปิดเผยคำมั่นสัญญาด้านเงินทุนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นักวิเคราะห์มองว่าบทบาทของคณะกรรมการชุดนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องกาซาเท่านั้น

อย่างไรก็ดี การตอบสนองที่แตกต่างกันของชาติอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละประเทศตีความแนวทางใหม่ของทรัมป์แตกต่างกันออกไป และยอมรับว่าระเบียบโลกที่ยึดโยงกับกฎกติกาหลังสงครามโลกกำลังเสื่อมถอยลง

แต่กระนั้น สำหรับอินโดนีเซียและเวียดนาม นี่คือโอกาสทองในการเข้าถึงทำเนียบขาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์มองว่ามันคือการยอมรับระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เน้นผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย และอำนาจเป็นศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น

คณะผู้แทนจากเวียดนามแสดงให้เห็นว่า โต เลิม ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยการเดินทางครั้งนี้ทั้งรัฐมนตรีกลาโหม, รัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะ, รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัฐมนตรีคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางร่วมคณะไปด้วย สื่อทางการเวียดนามระบุว่าการเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนถึงการสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพระดับโลก และเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับความเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์รอบด้านกับสหรัฐฯ

เกรกอรี โพลิง นักวิชาการอาวุโสจาก CSIS ในวอชิงตัน วิเคราะห์ว่า คณะกรรมการสันติภาพประกอบด้วยประเทศมหาอำนาจระดับกลางที่ไม่ใช่พันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯ ซึ่งสำหรับไทยและฟิลิปปินส์นั้น "ไม่มีแรงจูงใจหรือข้อดีใดๆ ในการเข้าร่วม" นอกจากนี้ รัฐบาลหลายแห่งในภูมิภาคยังกังวลว่าคณะกรรมการนี้อาจถูกใช้เพื่อลดบทบาทของสหประชาชาติ (UN) ลง

ด้าน เอลินา นูร์ นักวิชาการจาก Carnegie Endowment for International Peace ในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า คณะกรรมการนี้ตั้งตัวขึ้นมาเพื่อมีอำนาจในการฟื้นฟูกาซา โดยไม่มีความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มาเลเซียซึ่งวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรง ตัดสินใจไม่เข้าร่วม

อย่างไรก็ดี สำหรับอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีปราโบโวเดินทางถึงสหรัฐฯ ตั้งแต่วันอังคาร พร้อมทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่ นอกจากการประชุมคณะกรรมการสันติภาพแล้ว ประธานาธิบดีปราโบโวคาดหวังจะบรรลุข้อตกลงการค้าทวิภาคีกับทรัมป์ ซึ่งจะเป็นดีลลักษณะเดียวกับที่กัมพูชาและมาเลเซียลงนามไปเมื่อเดือนตุลาคม โดยข้อตกลงเหล่านี้จะกำหนดให้ประเทศคู่ค้าต้องปรับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตรให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการลดภาษีศุลกากร

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดโดยหอการค้าสหรัฐฯ และสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวกล่าวว่า เขามั่นใจว่าจะสรุปข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกาได้ในทริปนี้ และย้ำว่าแม้อินโดนีเซียจะยึดถือนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมาโดยตลอด แต่เขาก็ต้องการเห็นสหรัฐฯ มีบทบาทที่เข้มแข็งในอินโดนีเซีย ซึ่งเขาถือว่าเป็น "มิตรแท้" ของอเมริกา และพร้อมจะเป็น "คนกลางที่ซื่อสัตย์" ระหว่างมหาอำนาจต่างๆ ของโลกต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News