ต่างประเทศ

แก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาสั่นคลอน แห่ปล่อยตัวเหยื่อ หลัง “เฉิน จื้อ” ถูกจับ

9 ชั่วโมงที่แล้ว

55 views

แก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาสั่นคลอน หลัง “เฉินจื้อ” ถูกจับกุมและส่งตัวไปจีน ผู้คนนับพัน รวมถึงเหยื่อค้ามนุษย์ถูกปล่อยตัวจากศูนย์ปฏิบัติการทั่วกัมพูชา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขณะนี้ อุตสาหกรรมการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีฐานอยู่ในประเทศกัมพูชากำลังเกิดการสั่นคลอนขึ้นอย่างหนักและใกล้จะพังทลาย หลังจากนายเฉิน จื้อ ประธานกลุ่มบริษัท Prince ถูกจับกุมและส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน

การจับกุมนายเฉิน ส่งผลให้เกิดการอพยพออกของแรงงานจากแหล่งสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเขา ตามรายงานจากเดอะการ์เดียน (The Guardian) และเอพี (AP) เมื่อวันที่ 22 มกราคม ระบุว่า ผู้คนนับพันซึ่งรวมถึงเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ได้ถูกปล่อยตัวหรือหลบหนีออกมาจากศูนย์ปฏิบัติการทั่วกัมพูชา

โดยสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประกาศว่ามีพลเมืองของตน 1,440 คนหนีออกมาจากศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ ขณะที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงพนมเปญ มีฝูงชนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อสอบถามขั้นตอนการส่งตัวกลับประเทศ นอกจากนี้ องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ยังยืนยันผ่านการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและวิดีโอว่า มีคนอพยพออกจากศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 10 แห่งในกัมพูชา

เจคอบ ซิมส์ นักวิจัยจากศูนย์เอเชียของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวกับเดอะการ์เดียนว่า “การปล่อยตัวและการหลบหนีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ คือผลลัพธ์ของแรงกดดันจากนานาชาติที่สะสมมานานหลายปี และระเบิดออกมาหลังจากเฉิน จื้อ ถูกคว่ำบาตร”

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าการประกาศกวาดล้างของรัฐบาลค่อนข้างขัดแย้งกับบรรยากาศในพื้นที่ โดยชาวบ้านในพื้นที่บางคนบอกว่าตำรวจได้มีการส่งสัญญาณล่วงหน้าหลายวันก่อนที่จะมีการบุกค้น ทำให้บุคคลสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์สามารถหลบหนีไปได้

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นักวิจารณ์บางคนนิยามปฏิบัติการปราบปรามของรัฐบาลกัมพูชาว่าเป็นเหมือน “ละคร” เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการบังคับใช้กฎหมาย มากกว่าจะเป็นการถอนรากถอนโคนอย่างแท้จริง

สำหรับชะตากรรมของเหยื่อที่หนีออกมาได้ยังคงไม่แน่นอน เหยื่อส่วนใหญ่ถูกล่อลวงด้วยแผนการจ้างงาน ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกบังคับให้ทำการหลอกให้หลงรักทางออนไลน์ หรือการหลอกลวงด้วยคริปโต ซึ่งถือเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

มงต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยระดับภูมิภาคขององค์การนิรโทษกรรมสากล เตือนว่าหากไม่มีการช่วยเหลือที่เพียงพอ เหยื่อเหล่านี้เสี่ยงที่จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์หลอกลวงแห่งอื่น หรือบางครั้ง ก็ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ



คุณอาจสนใจ

Related News