ต่างประเทศ

“ทรัมป์” ขู่โจมตีเวเนซุเอลาซ้ำ หากรัฐบาลที่เหลือไม่ให้ความร่วมมือ ส่งสัญญาณกดดัน “โคลอมเบีย-เม็กซิโก”

5 ม.ค. 2569

113 views

“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ขู่อาจเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อ “เวเนซุเอลา” อีกครั้ง หลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร หากสมาชิกที่เหลือของรัฐบาลมาดูโรไม่ให้ความร่วมมือซ่อมแซมประเทศ พร้อมส่งสัญญาณกดดัน “โคลอมเบีย-เม็กซิโก”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา พูดถึงประเด็นนี้กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) พร้อมกับย้ำว่ารัฐบาลของเขาจะทำงานร่วมกับสมาชิกที่เหลือของรัฐบาลมาดูโรเพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติดและยกเครื่องอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ แทนที่จะผลักดันให้มีการเลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลมาดูโรที่ยังคงอยู่ในตำแหน่ง ดูเหมือนจะต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และประณามการจับกุมประธานาธิบดีมาดูโรและภรรยาของเขาว่าเป็น “การลักพาตัว”

นายดิออสดาโด คาเบลโล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า "ที่นี่มีประธานาธิบดีเพียงคนเดียว ชื่อ นิโคลัส มาดูโร โมรอส ขออย่าให้ใครตกหลุมพรางการยั่วยุของศัตรู"

เช่นเดียวกับ นางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมัน ซึ่งได้ก้าวขึ้นมาเป็นรักษาการประธานาธิบดีโดยได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากศาลฎีกา ยืนยันว่ามาดูโรยังคงเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา และเธอยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าเธอยินดีจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ด้วย

ทั้งนี้ ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Atlantic ว่า โรดริเกซอาจต้องชดใช้อย่างสาสมยิ่งกว่ามาดูโร "หากเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง"

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังส่งสัญญาณถึงโคลอมเบียและเม็กซิโกด้วยว่า พวกเขาอาจเผชิญกับการดำเนินการทางทหารแบบเดียวกัน หากยังไม่ยอมปราบปรามการส่งยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าไปในสหรัฐอเมริกา

ทรัมป์กล่าวว่าชื่อ “ปฏิบัติการโคลอมเบีย” ฟังดูดีสำหรับเขา และตอนนี้ โคลอมเบียกำลังป่วยมากๆ เพราะถูกบริหารโดยคนป่วยๆ ที่ชอบผลิตและขายโคเคนให้กับสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า คิวบาซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเวเนซุเอลาดูเหมือนพร้อมที่จะล่มสลายด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งการปฏิบัติการทางทหารจากสหรัฐฯ

ทั้งนี้ พลเอกวลาดิเมียร์ ปาดริโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ทหาร พลเรือน และทีมรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่ของมาดูโรเสียชีวิต เขากล่าวว่ากองทัพเวเนซุเอลาได้รับการระดมพลเพื่อรับประกันอธิปไตยแล้ว

ขณะที่รัฐบาลคิวบาระบุว่ามีพลเมืองของตน 32 คนเสียชีวิตในระหว่างการบุกโจมตีครั้งนี้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลของทรัมป์อธิบายว่าการจับกุมมาดูโรเป็นภารกิจบังคับใช้กฎหมาย เพื่อนำตัวเขามาดำเนินคดีอาญาในสหรัฐฯ ที่ถูกฟ้องร้องในปี 2563 ซึ่งรวมถึงข้อหาสมคบคิดก่อการร้ายค้ายาเสพติด

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ จำเป็นต้องมี "การเข้าถึงอย่างเต็มรูปแบบ" ในแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาลของประเทศ และชี้ว่าการทะลักเข้ามาของผู้พยพชาวเวเนซุเอลาในสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยในการตัดสินใจจับกุมมาดูโรเช่นกัน

ทรัมป์ระบุว่า มาดูโรส่งผู้คนหลายล้านเข้ามาในสหรัฐอเมริกา ทั้งจากเรือนจำและสถาบันจิตเวช พ่อค้ายา คนติดยาทุกคนในประเทศถูกส่งเข้ามาในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เวเนซุเอลาซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในละตินอเมริกา ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในทศวรรษ 2000 ภายใต้ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ และดิ่งเหวหนักขึ้นภายใต้มาดูโร ส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลาประมาณ 1 ใน 5 ต้องอพยพออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

คุณอาจสนใจ

Related News