ต่างประเทศ

"ทรัมป์" ยันลุยเจรจายุติสงคราม ส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อถึง "อิหร่าน" - "ฟิลิปปินส์" ประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

9 views

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันการเจรจาแผนสันติภาพ เพื่อยุติสงครามอิหร่านกำลังจะเริ่มขึ้น แหล่งข่าวเผยว่า สหรัฐฯ ได้ส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อไปให้กับอิหร่านแล้ว


ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับ "บุคคลที่เหมาะสม" ในอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลง เพื่อยุติความขัดแย้ง ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า อิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงอย่างมากด้วย


หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า สหรัฐฯได้ส่งแผน 15 ข้อให้แก่อิหร่าน เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางแล้ว โดยแผนนี้จะใช้รูปแบบเดียวกับแผนข้อตกลงกาซ่า เช่นเดียวกับสื่ออิสราเอลที่รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังขอให้มีการหยุดยิงเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนสันติภาพ 15 ข้อ


สื่ออิสราเอลยังรายงานด้วยว่า แผนสันติภาพนี้จะรวมถึงการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การหยุดให้การสนับสนุนกลุ่มตัวแทน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง


ในเรื่องนี้ทรัมป์ก็บอกเช่นกันว่า อิหร่านได้ให้สัมปทานที่มีคุณค่าเกี่ยวกับพลังงานที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ และช่องแคบฮอร์มุซ แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้


ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยด้วยว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ กำลังเป็นผู้นำการเจรจากับอิหร่าน มีรายงานว่า ตัวแทนของอิหร่านได้แจ้งให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์รับรู้ว่า อิหร่านไม่ต้องการเจรจากับสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ต้องการเจรจากับรองประธานาธิบดีแวนซ์แทน


ข้อความดังกล่าว ซึ่งส่งผ่านช่องทางลับไปยังสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า อิหร่านเชื่อว่า การเจรจาที่เกี่ยวข้องกับวิทคอฟฟ์และคุชเนอร์จะไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากขาดความไว้วางใจจากการเจรจาก่อนหน้านี้ที่ล้มเหลว ก่อนที่อิสราเอลและสหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน อิหร่านเชื่อว่า รองประธานาธิบดีแวนซ์ มีความเห็นอกเห็นใจและมีเป้าหมายที่จะยุติสงครามมากกว่า


ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามจะมีขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า ปากีสถานพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการเจรจาที่มีความหมาย ให้ได้ข้อสรุปเพื่อยุติความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางอย่างครอบคลุม เพื่อผลประโยชน์ของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและที่อื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แชร์ภาพหน้าโพสต์แถลงการณ์ของชารีฟบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา


แม้ว่าสหรัฐฯ ยืนยันเรื่องความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพ แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯก็ยังคงระดมกองกำลังเข้าไปยังตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเตรียมระดมทหารหลายพันนายจากกองพลทหารราบที่ 82 ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐฯ ไปยังตะวันออกกลาง นี่เป็นการเพิ่มกำลังทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ


การระดมทหารเพิ่มเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้ง และอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้ง ที่ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่สี่แล้วทวีความตึงเครียดมากขึ้นอีก


ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารกล่าวว่า การส่งกองกำลังที่อาจเกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน เพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการระดมทหารครั้งนี้จะเป็นการเสริมกำลังทหารสหรัฐฯที่มีประมาณ 5 หมื่นนายแล้วที่ประจำการในตะวันออกกลาง


ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานอย่างรุนแรง จนรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานเป็นประเทศแรกของโลก เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ฟิลิปปินส์มีน้ำมันสำรองเหลืออีกแค่ประมาณ 45 วัน


ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวานนี้ โดยให้เหตุผลว่าฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับอันตรายที่ใกล้จะมาถึง ต่อการจัดหาพลังงาน ซึ่งประกาศฉุกเฉินนี้จะมีผลบังคับใช้นาน 1 ปี เพื่อให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่รัฐบาลในการกู้วิกฤต อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสามารถขยายหรือยกเลิกคำสั่งนี้ได้


ภายใต้อำนาจนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลการกระจายสินค้าจำเป็น ตั้งแต่เชื้อเพลิง อาหาร ไปจนถึงยารักษาโรค เพื่อป้องกันการกักตุนและขาดแคลน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีอำนาจสั่งการจัดซื้อปิโตรเลียมโดยตรงจากต่างประเทศเพื่อสำรองคลังสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน


ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียสูงถึง 98% เมื่อเกิดสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ห่วงโซ่อุปทานจึงหยุดชะงักทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงขึ้น โดยล่าสุด เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลดีดตัวขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้นำมาตรการต่างๆ ออกมาใช้แล้ว ทั้ง การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ขับขี่รถสาธารณะ การลดเที่ยวเรือข้ามฟาก และการประกาศให้ข้าราชการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อประหยัดน้ำมัน แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ


โดยเมื่อวานนี้ นางชารอน การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ตอนนี้ ฟิลิปปินส์มีน้ำมันสำรองเหลืออยู่อีกประมาณ 45 วันเท่านั้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลกำลังจะดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเพิ่มอีก 1 ล้านบาร์เรล


นอกจากนี้ รัฐบาลยังตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการชั่วคราวด้วย เพื่อลดแรงกดดันจากการขาดแคลนพลังงานในด้านอื่นๆ


ล่าสุด มีรายงานว่า ฟิลิปปินส์กำลังประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอรับการผ่อนปรนหรือการยกเว้น ในการสั่งซื้อน้ำมันจากประเทศที่ถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจเป็น เวเนซุเอลา หรือแม้แต่อิหร่าน


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้นี้ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐฯ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า "เรากำลังพิจารณาทุกทางเลือกที่เป็นไปได้" ขณะที่ทางกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/RaWf-EzrV90

คุณอาจสนใจ

Related News