ต่างประเทศ
'มาครง' เหน็บสหรัฐฯ ฝรั่งเศสให้การเคารพผู้รุกราน “ยึดหลักนิติธรรมมากกว่าความโหดร้าย”
4 ชั่วโมงที่แล้ว
18 views
ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสกล่าวในสุนทรพจน์ที่เวทีประชุมเศรษฐกิจโลก "เวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรัม" ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ว่า ฝรั่งเศสเลือกที่จะให้ความ "เคารพกับผู้รุกราน" และ "ยึดหลักนิติธรรมมากกว่าความโหดร้าย"
ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า ฝรั่งเศสและยุโรปควร "ปกป้องระบบพหุภาคีที่มีประสิทธิภาพ" จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ "กฎของผู้แข็งแกร่งที่สุด" โดยไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดอย่างเจาะจงโดยเฉพาะ
หลังจากนั้น ผู้นำฝรั่งเศสได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเน้นย้ำว่า ผู้นำโลกไม่ควรยอมจำนนต่อ "กลยุทธ์การข่มขู่" และว่า "เราต้องรักษาความสงบ เราต้องยึดมั่นในหลักการของเรา เราต้องไม่ถอยหลัง และเราต้องไม่ยอมจำนนต่อกฎของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดหรือต่อกลยุทธ์การข่มขู่"
ท่าทีของมาครงมีขึ้นไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพิ่งแชร์โพสต์ข้อความส่วนตัวจากมาครงลงในโซเชียลมีเดีย และทรัมป์ยังขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสในอัตราสูงถึง 200% โดยมุ่งเป้าไปที่พันธมิตรที่สนับสนุนการตอบโต้ที่แข็งกร้าวต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการบีบบังคับนโยบายของยุโรปเกี่ยวกับกรีนแลนด์
ทรัมป์ยังไม่พอใจกับการที่ฝรั่งเศสลังเลที่จะเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพที่เสนอจัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งเขาจะเป็นผู้นำองค์กรดังกล่าว โดยฝรั่งเศสได้แสดงความวิตกกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบต่อบทบาทของสหประชาชาติ
ทั้งนี้ มาครงใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวมากกว่าผู้นำสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ในการตอบโต้ภัยคุกคามจากทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ โดยผลักดันให้กลุ่มประเทศสมาชิกใช้เครื่องมือทางการค้าที่ทรงพลังที่สุดเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ และส่งกองทหารฝรั่งเศสไปยังกรีนแลนด์ เขากล่าวที่ดาวอสว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ใคร แต่เพื่อสนับสนุนเดนมาร์ก
เขายังกล่าวอีกว่า สหภาพยุโรปควรให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมของตนมากขึ้นเมื่อเผชิญกับการแข่งขันจากจีนและสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าอุตสาหกรรมเหล่านั้น "กำลังถูกทำลายอย่างแท้จริงจากการขาดความเคารพต่อกรอบการทำงานปกติและสนามแข่งขันที่เป็นธรรม"
มาครงกล่าวว่า "ยุโรปมีเครื่องมือที่แข็งแกร่งมากในขณะนี้ และเราต้องใช้มันเมื่อเราไม่ได้รับการเคารพและเมื่อกฎของเกมไม่ได้รับการเคารพ"
ผู้นำฝรั่งเศสยังกล่าวเอ่ยถึง "เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ" (ACI) ของสหภาพยุโรป ซึ่งยังไม่เคยถูกนำมาใช้เลย มาตรการดังกล่าวอาจจำกัดการเข้าถึงการประมูลภาครัฐ การลงทุน หรือกิจกรรมทางการธนาคาร หรือจำกัดการค้าในภาคบริการ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สหรัฐฯ มีดุลการค้าเกินดุลกับกลุ่มประเทศยุโรป รวมถึงบริการดิจิทัลที่มีกำไรสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
ท่าทีของมาครงมีขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้เผยแพร่ข้อความส่วนตัวที่ส่งมาจากมาครง โดยในข้อความดังกล่าว มาครงได้ กล่าวกับทรัมป์ว่า ไม่เข้าใจว่าทรัมป์กำลัง "ทำอะไรอยู่ที่กรีนแลนด์" ซึ่งแหล่งข่าวใกล้ชิดกับมาครงกล่าวว่า ข้อความที่ทรัมป์แชร์นั้นเป็นของจริง
แท็กที่เกี่ยวข้อง เอ็มมานูเอลมาครง ,ฝรั่งเศส ,สหรัฐฯ