พระราชสำนัก
'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศส วันที่ 3
5 ชั่วโมงที่แล้ว
8 views
ในวันที่ 3 ของการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ณ ที่ฝังศพทหารนิรนาม บริเวณประตูชัย กับทอดพระเนตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแม่น้ำแซน และทอดพระเนตรนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล
วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 10 นาฬิกา 42 นาที ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 5 ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปยังประตูชัย โดยมี นางกาทรีน โวแทรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพและกิจการทหารผ่านศึกสาธารณรัฐฝรั่งเศส, พลโท โลอิก มีซง ผู้บัญชาการทหารกรุงปารีส และพลโท คริสตอฟ เดอแซ็ง ชามาส์ ประธานคณะกรรมการเปลวเพลิงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินไปยังประทับยืนหน้าที่ฝังศพทหารนิรนามที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารบรรเลงเพลงมาร์ช นายทหารฝรั่งเศสเชิญพวงมาลามายังหน้าที่ฝังศพทหารนิรนาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสัมผัสพวงมาลา และทรงพระดำเนินกลับมาประทับที่จุดเดิม นายทหารฝรั่งเศสเชิญพวงมาลาไปวางที่พื้นที่ฝังศพทหารนิรนาม ซึ่งมีเปลวไฟนิรันดร์ จุดไว้ตลอดเวลา พลแตรเป่าแตรเพลงสดุดีทหารนิรนาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยืนสงบนิ่งไว้อาลัย
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับสมาชิกคณะกรรมการเปลวเพลิงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส แล้วทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนามในสมุดที่ระลึก พิธีวางพวงมาลา เป็นหนึ่งในพิธีการสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุขแห่งรัฐ หรือผู้นำต่างประเทศที่เดินทางเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมรำลึกถึงผู้เสียสละเพื่อชาติ โอกาสนี้ ประธานคณะกรรมการเปลวเพลิงแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายธานี ทองภักดี รองราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แนะนำคณะทางการฝ่ายไทย แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพและกิจการทหารผ่านศึก และรัฐมนตรีฯ ได้กราบบังคมทูลแนะนำคณะเกียรติยศฝ่ายฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาประทับยืนหน้าที่ฝังศพทหารนิรนาม แล้วทรงคำนับที่ฝังศพทหารนิรนาม เป็นการเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลา
เวลา 11 นาฬิกา 7 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังลานด้านหน้าศาลาว่าการกรุงปารีส โดยมี นายเอมานูว์แอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส, นางลาเมีย เอล อาราชจ์ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส คนที่ 1 และนางโอเดรย์ ปุลวาร์ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องซาลง เดส์ อาร์กาดส์ ทรงฟังการกราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับแนวคิด ปารีสแห่งความยั่งยืน จากนายกเทศมนตรีกรุงปารีส
กรุงปารีสได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบด้านการพัฒนาเมืองสีเขียว และการปรับพื้นที่เมืองเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืนและความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 เน้นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเข้าถึงบริการสาธารณะ ส่งเสริมพลังงานสะอาด เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดปัญหาเกาะความร้อนในเมือง และพัฒนาระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จากนั้น ทอดพระเนตรแผ่นที่ระลึก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปารีส เมื่อปี 2503
แล้วทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนามในแผ่นที่ระลึก ถือเป็นธรรมเนียมสำคัญในการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติระดับสูง และเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างกรุงปารีสกับประเทศผู้มาเยือน แล้วทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับนายกเทศมนตรีกรุงปารีส โอกาสนี้ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสำเนาแผ่นที่ระลึก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย
เวลา 11 นาฬิกา 35 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส โดยมี นางเอเลโอนอร์ การัวต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศ และนางโอเดรย์ ปุลวาร์ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วประทับเรือไฟฟ้าพระที่นั่ง ลา แปร์ล นัวร์ ล่องแม่น้ำแซน ทอดพระเนตรการพัฒนาเมือง และทรงฟังการบรรยายเกี่ยวกับการจัดการและบำบัดน้ำในแม่น้ำแซน ซึ่งป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงปารีส โดยน้ำเสียจากครัวเรือน ธุรกิจ และน้ำฝน จะส่งผ่านระบบท่อระบายน้ำรวมไปยังโรงบำบัดน้ำเสียหลัก 6 แห่ง รอบกรุงปารีส ก่อนผ่านกระบวนการบำบัดทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมี เพื่อลดสารอินทรีย์ สารอาหาร รวมถึงสิ่งปนเปื้อน ก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำ แต่เนื่องจากระบบท่อระบายน้ำเป็นระบบรวม ทำให้ช่วงฝนตกหนักน้ำบางส่วนจะไหลลงสู่แม่น้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด กรุงปารีสได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งอุโมงค์กักเก็บน้ำใต้ดิน อ่างเก็บน้ำชั่วคราว และระบบควบคุมการไหลของน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบบำบัด และลดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำแซน
โดยในช่วงสองถึงสามทศวรรษ กรุงปารีสได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำของแม่น้ำแซน ส่งผลให้คุณภาพน้ำโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น ระบบนิเวศของแม่น้ำเริ่มฟื้นตัว ทั้งยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนควบคู่กับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้แนวทางผสมผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิศวกรรมและแนวทางที่อาศัยธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังพัฒนาเครือข่ายทางน้ำเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมีหน่วยงานบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำทั่วประเทศ สนับสนุนการพัฒนาโครงการขนส่งทางน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายทางน้ำกับยุโรปตอนเหนือ ลดการพึ่งพาการขนส่งทางถนน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคโลจิสติกส์ ปัจจุบัน สามารถเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในแม่น้ำแซนได้อีกครั้ง
ส่วนนโยบายพัฒนาเมืองสีเขียวภายใต้วิสัยทัศน์ Green Paris เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มพื้นที่สีเขียว และปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนาถนนและพื้นที่สาธารณะบางส่วนให้เป็นพื้นที่สีเขียว ทางเดินเท้า และช่องจักรยาน พร้อมส่งเสริมการปลูกต้นไม้และพัฒนาป่าในเมือง เพื่อลดอุณหภูมิและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมแนวคิด 15-Minute City ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน ได้ในระยะการเดินหรือขี่จักรยานเพียง 15 นาที โดยเรือ ลา แปร์ล นัวร์ มาถึงท่าเรือปารีส ยอชต์ มารีนา เมื่อเวลา 12 นาฬิกา 28 นาที
เวลา 16 นาฬิกา 18 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง หรือ Musée des Arts Décoratifs ทอดพระเนตรนิทรรศการ ลา โมด ออง มาเจสเต้ หรือ ราชพัสตราสู่สากล โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และกราบบังคมทูลแนะนำ นางกาทรีน เปการด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนายลีโอแนล โซวาจ ประธานพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง
จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก และกราบบังคมทูลรายงานการจัดนิทรรศการ โอกาสนี้ ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณบันไดทางขึ้นห้องนิทรรศการ
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องกาเลอรี คริสตีน และสตีเฟน เอ. ชวาร์ซแมน ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เรื่อง ไทย-ฝรั่งเศส อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านฉลองพระองค์ ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ผ่านบทบาทของเครื่องแต่งกายในฐานะสื่อกลางทางวัฒนธรรมและการทูต
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการ ลา โม้ด ออง มาเจสเต้ หรือ ราชพัตราสู่สากล ซึ่งจัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยความร่วมมือของพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และ Musée des Arts décoratifs เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยจะจัดไปจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีห้องจัดแสดงต่าง ๆ ได้แก่ ชุดไทยพระราชนิยม จากแนวพระราชดำริสู่อัตลักษณ์แห่งชาติ จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
สดุดีฝีมือช่าง สืบสานหัตถศิลป์ไทย จัดแสดงงานช่างฝีมือโบราณที่เกือบสูญหายไป แต่ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูให้คงอยู่มาจนปัจจุบัน ด้วยพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมง ซึ่งพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายปิแอร์ บัลแมง เฝ้าทูลละอองพระบาท ที่ประเทศไทยเมื่อปี 2502 นับเป็นจุดเริ่มต้นในการถวายงานออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์
ผ้ายก มรดกภูมิปัญญาไทย จัดแสดงผ้ายกแบบราชสำนักโบราณ และผ้ายกที่ผลิตขึ้นใหม่ โดยช่างทอของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วยผ้ายก ผ้าจก ผ้าขิด และผ้าแพรวา
ผ้ามัดหมี่ หัตถกรรมไทยสู่สากล จัดแสดงฉลองพระองค์ และฉลองพระบาท จากผ้าไหมมัดหมี่ รวมถึงผ้ามัดหมี่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงคัดเลือก
และชุดไทยร่วมสมัย แรงบันดาลใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน จัดแสดงชุดไทยแบบร่วมสมัย และตัวอย่างเทคนิคงานปักแบบผสมผสานจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยทรงนำผลงานออกแบบของแบรนด์มาจัดแสดง รวมทั้งผลงานจากดีไซเนอร์ไทยร่วมสมัย
จากนั้น ทอดพระเนตรการสาธิตงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูงของไทย ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วย งานปักไทย โดยช่างฝีมือจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, งานคร่ำ และงานถม โดยช่างฝีมือจากสถาบันสิริกิติ์ และที่มีความละเอียดอ่อน งดงาม และประณีต
เวลา 19 นาฬิกา 15 นาที เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/CiwcCOnwWtQ
แท็กที่เกี่ยวข้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ,สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ,ฝรั่งเศส