ต่างประเทศ

สหรัฐฯเจออากาศสุดขั้ว มวลอากาศเย็นอาร์กติดถล่ม หนาวยะเยือกติดลบ 57 องศา บางเมืองเกิดฝนตกหนักน้ำท่วม

โดย nattachat_c

16 ม.ค. 2567

749 views

หลายพื้นที่ของสหรัฐฯ เผชิญกับสภาพอากาศเย็นจัด จากมวลอากาศอาร์กติกที่พัดมาจากแคนาดา ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 95 ล้านคน

อุณหภูมิที่หนาวเย็นจัดได้ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการหาเสียงเลือกตั้ง การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล และการเดินทาง และทำให้ประชาชนราว 350,000 ครัวเรือน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่มีไฟฟ้าใช้

มีภาพจากสนามบิน เมืองบัฟฟาโลว์ รัฐนิวยอร์ก ที่ถูกหิมะถล่มอย่างหนัก จนต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก

มีภาพทะเลสาบมิชิแกน ที่เกิดไอเย็นขึ้นจากทะเลสาบอุณหภูมิลดต่ำอย่างฉับพลัน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (NWUS) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า มวลอากาศอาร์กติกจากแคนาดา ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือไปจนถึงตะวันออกเฉียงเหนือ และแถบมิดเวสต์


พร้อมออกคำเตือนความหนาวเย็นจากลม แก่ประชาชนมากกว่า 95 ล้านคน ในพื้นที่ดังกล่าว และเตือนว่า ในรัฐมอนทานา รัฐเซาท์ดาโคตา และรัฐนอร์ทดาโกตา อากาศอาจจะหนาวถึง -57 องศาเซลเซียส

คาดว่าสภาพอากาศหนาวเย็นที่ปกคลุมรัฐไอโอวาจะไม่ผ่อนคลาย จนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า โดยอุณหภูมิของลมหนาวคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ -40 องศาฯ ทั่วทั้งรัฐ


พายุฤดูหนาวที่พัดปกคลุมเขตมิดเวสต์เมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับหลายหมื่นครัวเรือน ประชาชนมากกว่า 102,000 ราย ในรัฐเพนซิลเวเนียไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนในรัฐมิชิแกน กรุงนิวยอร์ก และรัฐวิสคอนซิน ประชาชนอีกกว่า 86,000 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ที่รัฐเมนซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก กลับต้องเผชิญน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนน และอาคารต่าง ๆ โดย เจเน็ต มิลส์ ผู้ว่าการรัฐเมน เตือนประชาชนให้อยู่แต่ในบ้าน โดยน้ำท่วมที่เมืองพอร์ตแลนด์ มีระดับสูงเกือบ 4.5 เมตร อาคารขนาดเล็กบางแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป

สภาพอากาศสุดขั้วยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งแปซิฟิก ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯด้วย โดยที่เมืองพอร์ตแลนด์ ในรัฐโอเรกอน ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะ และลมแรง ซึ่งทำให้ต้นไม้หักโค่น และประชาชนกว่า 160,000 ราย ไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และสื่อในพื้นที่ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศอย่างน้อย 2 ราย

-------------

คุณอาจสนใจ

Related News