คลิปเต็มรายการ
ความยุติธรรมที่ไม่เคยได้! "ฝ้าย เรือทอง" เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก คู่กรณียังเงียบ ทิ้งผู้เสียหายลอยเคว้ง
4 ชั่วโมงที่แล้ว
11 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (1 ก.ย. 2569) พูดคุยกรณีกลุ่มผู้เสียหายจากธุรกิจก๋วยเตี๋ยวแบรนด์ “เลอรส” ทั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ดีลเลอร์ และคนใกล้ชิด ที่ออกมาร้องเรียนว่านักร้องจากเวทีประกวดชื่อดังและภรรยาไม่ชำระหนี้ทางธุรกิจ รวมถึงเงินที่ยืมและเงินลงทุน โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายเคยมาเจรจาในรายการและเจ้าของแบรนด์ยอมรับว่ามีปัญหา พร้อมรับปากว่าจะพยายามทยอยเคลียร์หนี้ให้กับผู้เสียหาย
หนึ่งในผู้เสียหายคือ “ฝ้าย” ดีลเลอร์รายใหญ่ ซึ่งระบุว่าตัวเองได้รับความเสียหายประมาณ 5.25 ล้านบาท และยังสูญเสียบ้านจากการนำไปขายฝากเพื่อนำเงินมาใช้ในธุรกิจ โดยก่อนหน้านี้ฝ้ายเคยโพสต์ระบายถึงความเสียหายและความเครียดจากการติดตามเงินมานานกว่า 1 ปี รวมถึงตั้งคำถามถึงเงินจำนวนหลายล้านบาทที่ถูกนำไปอ้างว่าใช้จ่ายด้านวัตถุดิบและการดำเนินธุรกิจ
หลังจากออกรายการโหนกระแสและได้รับคำรับปากว่าจะเคลียร์ปัญหา เรื่องกลับเงียบหาย ไม่มีการติดต่อเพื่อชดใช้ความเสียหาย กระทั่งล่าสุดคนสนิทแจ้งข่าวว่า ฝ้ายเสียชีวิตแล้ว ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและผู้ที่ติดตามเรื่องนี้
เอส สามีของฝ้าย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ภรรยามีสุขภาพแข็งแรง ผลตรวจสุขภาพในช่วงที่เคยทำงานกับบริษัทอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีโรคประจำตัว และก่อนล้มป่วยก็ไม่ได้มีสัญญาณผิดปกติ โดยฝ้ายยังทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะจากไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกที่ทราบว่าตัวเองได้รับความเสียหายจากธุรกิจ ฝ้ายมีความเครียดอย่างหนักจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต ทั้งนอนไม่หลับและรับประทานอาหารไม่ได้ ก่อนจะพยายามกลับมาทำงานและสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อเดินหน้าชีวิตและไม่จมอยู่กับเรื่องคดีความ
ด้านครอบครัวระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2568 ได้ยื่นหนังสือที่กองปราบปรามและลงบันทึกประจำวันเพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณี จากนั้นติดตามความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง จนวันที่ 21 ส.ค. 2569 ฝ้ายได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าจะมีการออกหมายเรียกคู่กรณีมารับทราบข้อกล่าวหา ทำให้เรื่องคดีที่ต่อสู้และติดตามมาตลอดกลับมาอยู่ในความคิดและทำให้เกิดความเครียดอีกครั้ง
กระทั่งวันที่ 22 ส.ค. 2569 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 1 ปีที่ครอบครัวเคยยื่นเรื่องต่อกองปราบ ฝ้ายเกิดอาการป่วยกะทันหัน ครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สำหรับเรื่องบ้าน เอสอธิบายว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากเงินที่จ่ายเพื่อสั่งซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า และอีกส่วนมาจากการนำบ้านไปขายฝากเพื่อนำเงินไปให้คู่กรณี โดยมีการตกลงว่าจะทยอยชำระคืนเป็นรายเดือน แต่สุดท้ายไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้ ทำให้บ้านถูกยึด
ครอบครัวยืนยันว่าจะสานต่อคดีและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฝ้ายจนถึงที่สุด พร้อมฝากถึงภรรยาว่าไม่ต้องห่วง ไม่ต้องจองเวรหรือคิดแค้นใคร ขอให้จากไปอย่างสงบ ส่วนคนที่ยังอยู่จะเดินหน้าสานต่อเรื่องความยุติธรรมให้เธอ
ขณะที่ “ผ้าแพร” เพื่อนร่วมรุ่น AF ของ “น้ำแข็ง” และเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ช่วงที่คู่กรณีเข้ามาชักชวนให้ร่วมลงทุน มักพูดถึงฝ้ายและ “เตือน” อยู่บ่อยครั้ง โดยอ้างว่าจะตัดทั้งสองคนออก เพราะถูกกดดันเรื่องกำลังการผลิตและถูกโทรศัพท์ทวงสินค้าอยู่ตลอด
ผ้าแพรเล่าว่า ครั้งหนึ่งระหว่างประชุมเพื่อพูดคุยเรื่องเงินลงทุน ฝ้ายโทรศัพท์เข้ามาพอดี คู่กรณีฝ่ายหญิงเห็นสายแล้วพูดว่า “อีโรคจิตโทรมาอีกแล้ว” และยังเคยส่งข้อความถึงผ้าแพรในลักษณะเรียกฝ้ายว่า “อีโรคจิต” โดยอ้างว่าฝ้ายโทรมาขอให้เปิด PO ซึ่งภายหลังผ้าแพรจึงทราบว่า ฝ้ายพยายามโทรติดตามเงินและสินค้า แต่คู่กรณีเลือกหลีกเลี่ยงการรับสาย
ผ้าแพรระบุว่า ภายหลังเธอได้รับข้อความจากเอส สามีของฝ้าย จึงเพิ่งทราบว่าฝ้ายเองก็เป็นผู้เสียหายจากคู่กรณีเช่นเดียวกัน และเริ่มเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดมากขึ้น
ด้าน “เตือนใจ” ผู้เสียหายอีกราย ซึ่งได้รับความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เล่าว่า เริ่มมีปัญหาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่แม่ของเธอป่วยหนักและต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก จนเงินเก็บเหลือเพียงหลักแสน จึงติดต่อคู่กรณีเพื่อขอเงินลงทุนของตัวเองคืน โดยขอเพียง 500,000 บาท เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายรักษาแม่และชำระหนี้บัตรเครดิต
ช่วงแรกคู่กรณีอ้างว่าจะทยอยคืนเงินจากการขายสินค้าและการไลฟ์ขายของ และยังอ้างว่าจะไปยืมเงินจากแม่ของผ้าแพรมาช่วยคืนให้ แต่ภายหลังผ้าแพรยืนยันว่าไม่เคยมีการมาขอยืมเงินจากแม่ของเธอตามที่กล่าวอ้าง ระหว่างที่รอเงินคืน เตือนใจต้องนำทองไปจำนำเพื่อหาเงินมาใช้เปลี่ยนท่ออาหารให้แม่และเป็นค่ารักษาพยาบาล แต่สุดท้ายแม่ของเธอเสียชีวิตลง โดยที่ยังไม่ได้รับเงินคืนตามที่ร้องขอ
หลังแม่เสียชีวิต เตือนใจยังส่งข้อความแจ้งข่าวและขอให้คู่กรณีมากราบศพ แต่ข้อความทวงถามความรับผิดชอบหลายครั้งกลับถูกปล่อยเงียบ ก่อนที่คู่กรณีฝ่ายหญิงจะตอบกลับในลักษณะพูดถึงการปล่อยวางเรื่องความตาย ซึ่งทำให้เตือนใจรู้สึกเจ็บปวด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอพยายามร้องขอเงินของตัวเองคืนเพื่อนำไปใช้รักษาชีวิตแม่ แต่ไม่สามารถได้รับเงินคืนจนกระทั่งแม่จากไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส