คลิปเต็มรายการ
กู้ภัยยืนงง! รับผู้ป่วยติดเตียงกลับมาส่งบ้าน เมียไม่รับ เล่าความช้ำใจ ตอนทิ้งไปมีเมียใหม่ไม่เคยเหลียวแล
8 ชั่วโมงที่แล้ว
45 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (27 สิงหาคม 2569) พูดคุยกรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูฯ เข้าช่วยเหลือรับนายดำริ หรือลุงดำ อายุ 77 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง และมีแผลกดทับบริเวณด้านหลัง ไปส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้แพทย์และพยาบาลตรวจร่างกาย ทำแผล และประเมินอาการ ภายหลังการตรวจรักษาแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติ หรือภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากเกรงว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงประสานให้อาสากู้ภัยฯ นำผู้ป่วยกลับไปส่งที่บ้านพัก แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินทางไปถึงบ้านพัก นางมะ อายุ 77 ปี ภรรยาเก่ากลับปฏิเสธไม่ยอมรับตัวกลับเข้าบ้าน อ้างด้วยเหตุผลด้านความพร้อมและสุขภาพร่างกายที่ชราภาพ ทำให้อาสาสมัครต้องตัดสินใจพาผู้ป่วยกลับมาดูแลที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พร้อมประสาน พม.จังหวัด และผู้นำท้องถิ่นเร่งหาทางช่วยเหลือ
ภรรยา เล่าว่า ในอดีตตนและนายดำริเคยครองคู่เป็นสามีภรรยากัน แต่งงานกันตามประเพณี เมื่อปี พ.ศ. 2528 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งได้เลิกรากันไปในปี พ.ศ. 2551 นายดำริเป็นคนเจ้าชู้ ซึ่งในตอนที่ตัดสินใจแยกทางกันนั้น นายดำริได้ข่มขู่บังคับจะเอารถกระบะที่เป็นชื่อของตนไป เพื่อที่เขาจะนำไปใช้เป็นสินสอดแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งหากตนไม่ยอมยกให้ นายดำริก็ข่มขู่และลงมือทำร้ายร่างกาย นอกเหนือจากรถกระบะแล้ว นายดำริยังได้เอาเงินสดไปอีกถึง 100,000 บาท ซึ่งเป็นน้ำพักน้ำแรงที่ทำมาหากินร่วมกันมาจากการค้าขายผลไม้
ชีวิตหลังจากถูกทิ้ง ตนต้องเผชิญกับความยากลำบาก ไม่มีเงินทอง ไม่มีอาชีพ ต้องไปรับจ้างเย็บแห หาเงินดูแลหลานๆ บางครั้งถึงขั้นไม่มีข้าวสารจะหุงจนต้องไปหยิบยืมเพื่อนบ้าน ขณะที่นายดำริย้ายไปอยู่กับภรรยาใหม่ ซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 3-4 กิโลเมตร เห็นกันอยู่แต่ตนก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว จนกระทั่งนายดำริล้มป่วย ภรรยาเขาไม่ดูแล นายดำริก็มาขออยู่ที่บ้านหลาน และเดินมาขอข้าวที่บ้านตนกิน จนภายหลังหลานก็ไม่ได้อยู่ด้วย จึงมาอยู่บ้านตน ซึ่งตอนแรกตนก็ไม่อยากให้อยู่เพราะเลิกขาดกันไปแล้ว แต่ด้วยความเห็นใจเพื่อนมนุษย์จึงยอม แต่ตอนนี้ร่างกายตัวเองก็ย่ำแย่ ดูแลใครไม่ไหวแล้ว และไม่มีพันธะใดๆ ยืนยันว่าไม่รับดูแลนายดำริเด็ดขาด และแม้จะเคยให้อาศัย เคยช่วยเหลือดูแล แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ญาติ
ด้านทนายแก้ว ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้อธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ใครที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลตาดำริ ในแง่ของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ทนายแก้ว ระบุว่า ตามมาตรา 1461 กำหนดให้สามีภรรยามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูกัน แต่สำหรับกรณีของมะและตาดำรินั้น แม้จะเคยครองคู่กันมา แต่เป็นการแต่งงานตามประเพณีโดยไม่มีการจดทะเบียนสมรส ไม่มีลูกด้วยกัน และได้เลิกราแยกทางกันอย่างเด็ดขาดไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ดังนั้น ในทางกฎหมาย มะจึงไม่ถือว่าเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตาดำริแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นทางอาญาเกี่ยวกับการทอดทิ้งผู้ป่วย ทนายแก้ว ได้ชี้แจงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307 ซึ่งระบุโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาในการดูแลผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วทอดทิ้งไป ซึ่งมะไม่มีความผิดตามมาตรานี้ เนื่องจากเธอไม่มีพันธะหน้าที่ตามกฎหมายหรือสัญญาใดๆ ในการดูแลตาดำริ
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส