คลิปเต็มรายการ

เสียหาย 100 กว่าล้าน! ประมูลรถแต่ได้ลม เจ้าของเต็นท์เสียชีวิต ไม่รู้ต้องตามที่ใคร ผู้เสียหายอื้อ

9 ชั่วโมงที่แล้ว

66 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (25 มิย.2569) พูดคุยกรณีผู้เสียหายร้องเรียนเต็นท์รถมือสอง "ลุงเจ้ย ภูเก็ต" อ้างโอนเงินซื้อรถไปแล้วแต่ไม่ได้รถ บางรายได้รถแต่ไม่ได้เล่มทะเบียน บางรายไม่ได้ทั้งรถและไม่ได้ทั้งเงินคืน หลังเจ้าของเต็นท์เสียชีวิต ทำให้หลายคนยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้เสียหายยืนยันตายจริงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ


ผู้เสียหายหลายรายอ้างว่า ได้ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์และโอนเงินชำระค่ารถไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรถหรือเล่มทะเบียนตามที่ตกลงไว้ บางรายไม่ได้รับทั้งรถและเล่มทะเบียน อีกทั้งยังไม่ได้รับการคืนเงินตามที่ร้องขอ 


ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้ที่โอนเงินซื้อรถไปก่อนที่ ลุงเจ้ยจะเสียชีวิต ทำให้กระบวนการต่างๆ หยุดชะงัก ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อผู้เกี่ยวข้องได้ หรือได้รับการปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำให้หลายคนต้องติดตามเรื่องด้วยตัวเองมานาน ผู้เสียหายต้องการทราบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเงินที่จ่ายไปแล้ว และจะมีแนวทางเยียวยาแก้ไขปัญหาอย่างไร


คุณอ๊อฟ หนึ่งในผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนเองประมูลรถ Mini Cooper ไฟฟ้าจากเต็นท์ของลุงเจ้ยมาในราคา 570,000 บาท โดยรู้จักเต็นท์รถของลุงเจ้ย ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก มีผู้ติดตามจำนวนมากและมีรถที่อยู่ภายในเต็นท์หลากหลายรุ่น ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และคิดว่าประมูลรถจากเต็นท์ลุงเจ้ยไม่น่าเกิดปัญหา


โดยรถมินิคูเปอร์ไฟฟ้า ที่ตนเองประมูลมานั้นเริ่มเปิดให้ประมูลวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ซึ่งคุณอ๊อฟบอกว่าตนเป็นคนประมูลรอบสุดท้าย จบที่ราคา 570,000 บาท หลังจากนั้นทางแอดมินก็เร่งให้โอนเงินเต็มจำนวนโดยไม่ต้องมีการมัดจำ ตนจึงโอนไปให้ครบ 570,000 บาทในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ก่อนลุงเจ้ยเสียชีวิตประมาณ 1 สัปดาห์ (ลุงเจ้ยเสียชีวิต 15 พฤษภาคม 2569) คุณอ๊อฟ บอกว่า ตัวเองไม่เคยลงไปดูรถยนต์คันจริง แต่เชื่อมั่นในเต็นท์ลุงเจ้ย ไม่คิดว่าจะเกิดปัญหา


หลังจากตนโอนเงินไปให้ครบแล้ว ทางเต็นท์รถของลุงเจ้ยเริ่มมีการบ่ายเบี่ยงและประวิงเวลาไม่ส่งมอบรถ อ้างติดปัญหาเรื่องรถสไลด์และกำลังเคลียร์กับนายทุน ตนจึงเสนอว่าเรื่องรถสไลด์เดี๋ยวตนจะรับผิดชอบเอง เดี๋ยวจะหารถสไลด์ไปรับรถเอง แต่ทางลุงเจ้ยก็ปฏิเสธ กระทั่งมาทราบข่าวว่าลุงเจ้ยเสียชีวิต


ทางแอดมินก็อ้างว่า ขอจัดการเรื่องงานศพให้เสร็จก่อน คุณอ๊อฟ ยอมรับว่า ตอนแรกที่เริ่มมีผู้เสียหายออกมาเรียกร้องขอเงินคืนหรือขอรถที่ประมูลไป กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ก็พูดไปถึงการเสียชีวิตของลุงเจ้ยว่าเสียชีวิตจริงหรือไม่ ซึ่งตนก็ตรวจสอบมาในเบื้องต้น ทราบว่าลุงเจ้ยเสียชีวิตจริงๆ มีการจัดงานศพ มีผู้หลัก ผู้ใหญ่ของทางภาคใต้ไปร่วมงานจำนวนมาก


ซึ่งตนบอกว่า แม้ลุงเจ้ยจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทางญาติพี่น้อง แอดมิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้เริ่มมีผู้เสียหายออกมาแล้วหลายรายความเสียหายพุ่งไปหลายล้านบาท ซึ่งทุกคนก็อยากได้เงินคืนถ้าไม่ได้เงินก็ขอรถที่ประมูลไป


ด้านคุณพอร์ช ประมูลรถยนต์ Civic Coupe ในราคา 137,000 บาท จากเต็นท์รถของลุงเจ้ยภูเก็ต ซึ่งคุณพอร์ช บอกว่าตัวเองก็เป็นคนภูเก็ตและได้ยินชื่อเสียง เต็นท์รถของลุงเจ้ยมานานมีความน่าเชื่อถือ มีรถเยอะโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ต่างก็เชื่อมั่นในเต็นท์รถของลุงเจ้ย วันที่ปิดประมูลวันที่ 8 พฤษภาคมและโอนเงินวันที่ 9 พฤษภาคม 2569


ซึ่งตอนที่ประมูลตนประมูลอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำให้ไม่ได้เดินทางไปดูรถยนต์คันจริงแต่ด้วยความเชื่อมั่น จึงโอนเงินให้ครบตามจำนวน หนำซ้ำโอนเกินด้วยเนื่องจากปิดประมูลที่ 138,000 บาท แต่แอดมินคิดเลขผิดให้ตนเองโอนเงินไป 147,000 บาท ซึ่งตนก็ไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากแอดมินพยายามเร่งเร้าให้รีบโอนเงิน


หลังทราบข่าวว่าลุงเจ้ยเสียชีวิต ตนก็ยังเดินทางไปร่วมงานศพและเห็นศพลุงเจ้ยในวันรดน้ำด้วย ซึ่งยืนยันว่าลุงเจ้ยตายจริง แม้ลุงเจ้ยจะตายไปแล้ว แต่ตนก็มองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ญาติพี่น้องรวมถึงทางเต็นท์รถ ก็ต้องรับผิดชอบในมุมของผู้เสียหายตอนนี้ ต้องการขอเงินคืน หากไม่ได้เงินก็อยากจะขอรถที่ประมูลไป


ด้านคุณกุ๊ก อดีตผู้จัดการเต็นท์รถลุงเจ้ย ได้ให้รายละเอียดว่า เธอทำงานกับลุงเจ้ยมานาน 5-6 ปี ตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด โดยเพิ่งกลับเข้ามาดูแลที่สาขาภูเก็ตได้ประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการทำคลิปวิดีโอขายรถที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย


คุณกุ๊กอธิบายถึงรูปแบบการทำธุรกิจของลุงเจ้ยว่า เป็นการขายรถตามสภาพ ซื้อมาขายไปโดยไม่มีการเก็บงานหรือซ่อมแซมใด ๆ เนื่องจากพื้นฐานธุรกิจเติบโตมาจากรถตัก รถที่ขายมีทั้งรถญี่ปุ่นและรถยุโรป ซึ่งสาเหตุที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเป็นเพราะขายตามสภาพที่ซื้อมาจากลูกค้าเลย บางคันที่เป็นรถน้ำท่วมก็นำมาถ่ายคลิปเพื่อขายเป็นอะไหล่แยกชิ้นส่วน ยกตัวอย่างเช่น รถ Toyota Yaris ปี 2015-2016 ที่ตลาดขายกัน 350,000 บาท ลุงเจ้ยจะไปตัดรถมาในราคา 290,000 บาท แล้วนำมาขายต่อที่ราคา 310,000 - 320,000 บาท โดยเน้นกำไรเพียงคันละประมาณ 20,000 บาทเท่านั้น


สำหรับกระบวนการประมูลนั้น ผู้เสียหายอธิบายว่า ทางเพจจะโพสต์รูปภาพและรายละเอียดรถลงในเพจ พร้อมกำหนดราคาเริ่มต้นและเวลาปิดประมูล เช่น ปิดตอน 16.00 น. ใครสนใจก็เข้าไปพิมพ์ราคาสู้กันใต้ภาพ ซึ่งทุกคนจะเห็นราคาของกันและกันทั้งหมด ขั้นตอนหลังจากชนะการประมูล แอดมินเพจจะทักมาขอสำเนาบัตรประชาชน เพื่อทำสัญญาและให้โอนเงินทันที เข้าบัญชีบริษัท ไม่ใช่ชื่อลุงเจ้ย และยังทราบว่าลุงเจ้ยใช้ชื่อนอมินีเป็นกรรมการบริษัท ชื่อปรารถนา


ที่มีปัญหาคือ ลุงเจ้ยเกิดไม่สบาย เข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งวันที่ 15 พ.ค. แอดมินแจ้งว่าลุงเจ้ยเสียชีวิตแล้ว และไม่สามารถเอารถออกมาได้เพราะลุงเจ้ยเป็นคนตัดสินใจเพียงคนเดียว โดยทีมงานบอกให้รอจัดงานศพให้เรียบร้อยก่อน แต่สุดท้ายจนถึงตอนนี้ผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รถ ไม่ได้เล่มทะเบียน ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถอยู่ไหน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,รายการโหนกระแส

คุณอาจสนใจ

Related News