คลิปเต็มรายการ
จบกันแบบผู้ใหญ่! เพื่อนบ้านรับปากซ่อมกำแพงให้ "ฝาแฝดสะพานเหล็ก" พอใจ ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย
28 พ.ค. 2569
79 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (28 พ.ค.2569) พูดคุยกรณีผู้ร้องเกี่ยวกับปัญหาเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2569 บ้านของตนพื้นบ้านทรุด ส่งผลให้รั้วบ้านเอนเอียงไปฝั่งของเพื่อนบ้าน จึงแจ้งกับเพื่อนบ้านว่าพื้นที่ทรุดจะทำการซ่อมแซมแก้ไขให้ในเดือนเมษายน 2569 เนื่องจากต้องทำการต่อเติมบ้านอยู่แล้ว ทำให้เพื่อนบ้านไม่ค่อยพอใจ แต่ไม่ได้มีปากเสียงกัน
แต่เมื่อถึงเดือนเมษายน ตามเวลาที่ตกลงกัน ตนเองมีปัญหาติดขัดจึงยังไม่สามารถซ่อมแซมได้ตามวันเวลาที่กำหนดไว้ ตนจึงเดินไปบอกกับเพื่อนบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจ เดินมาต่อว่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย จนทำให้มีปากเสียงกัน ก่อนที่นิติบุคคลของหมู่บ้านจะนัดเจรจากันในวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกันตนเองยืนยันว่าว่าจะทำการแก้ไขซ่อมแซมในช่วงที่ตนเองต่อเติมบ้าน แต่ทางบ้านของคู่กรณีต้องการรีบซ่อม ทำให้ตกลงกันไม่ได้ ตนจึงแจ้งไปว่าหากต้องการรีบซ่อมตนเองจะหาช่างมาตีราคาแต่หากราคาสูงต้องสอบถามบ้านคู่กรณีว่าจะช่วยเหลือค่าซ่อมเท่าไหร่ในเมื่อรั้วกำแพงเป็นของทั้งสองบ้าน ตามหลักแล้วต้องช่วยกันออกคนละครึ่ง ทำให้ยังไม่สามารถตกลงกันได้
ต่อมาวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เพื่อนบ้านต้องการให้เซ็นเอกสารสัญญาชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน 10 รายการ ที่อาจจะเกิดจากกำแพงชำรุด ระหว่างการรอการซ่อมรั้วเอียง ตนเองจึงรู้สึกว่าสัญญาไม่เป็นธรรม แต่ตนก็ขอรับเอกสารไว้บอกว่าจะติดต่อและขอไปคิดดูก่อนจะให้คำตอบในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 24 พฤษภาคม 2569
แต่ระหว่างที่เจรจาอยู่นั้น ฝาแฝดทั้งสองคน รวมถึงแม่ของเขา มีการโวยวาย ตะโกนเสียงดัง และด่าทอตลอดเวลา เช่นคำว่า ควาย เหี้.. สัตว์ อีแก่ เย็ดแม่ พร้อมทั้งข่มขู่ให้ดำเนินการแก้ไขรั้วเอียงในทันที หรืออีก 3 วัน รวมถึงเดินมาที่บริเวณหน้าบ้านแล้วตะโกนเรียกให้คนในหมู่บ้านออกมาดู ทำให้ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย
จากนั้นคู่กรณีได้เข้าไปในไลน์กลุ่มของคนหมู่บ้านซึ่งมีลูกบ้านอยู่ประมาณ 260 คน แล้วดึงบุคคลไม่ทราบชื่อเข้ามา 10 กว่าคน เพื่อมาเร่งรัดให้ทางตนเองรีบซ่อมกำแพงให้ ล่าสุดวันอาทิตย์ที่ผ่านมาคู่กรณีได้นำรถสีขาวเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านของตนเองประมาณ 5 นาที แต่ในวันนั้นโชคดีที่ไม่มีคนอยู่บ้าน
ด้านนายแม็ก อายุ 37 เปิดเผยว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่าปีครึ่งแล้ว โดยก่อนหน้านี้ครอบครัวของคู่กรณีเคยรับปากว่าจะซ่อมแซมกำแพงให้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ แม้กรมโยธาธิการและสำนักงานเขตบางบอนจะลงพื้นที่ตรวจสอบ และชี้ว่าการต่อเติมของอีกฝ่ายต้องเว้นระยะห่างจากกำแพง 1 เมตร แต่สภาพจริงพบว่ามีการเทพื้นชิดกำแพงจนโครงสร้างแตกร้าวและเอนตัว
ส่วนบ้านของตนไม่มีการต่อเติมใด ๆ และใช้พื้นที่ตามสภาพเดิมของโครงการ แต่คู่กรณีกับอ้างว่าพ่อแม่ของตนเองรดน้ำต้นไม้ทำให้ดินทรุด ตนจึงมองว่าหากต้นไม้เป็นสาเหตุจริง เหตุใดบ้านหลังอื่นที่มีต้นไม้และรดน้ำเช่นเดียวกันจึงไม่เกิดปัญหากำแพงพัง พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาพยายามเจรจาอย่างสันติ แต่คู่กรณีกลับผลัดวันซ่อมมาโดยตลอด
ในส่วนของเรื่องหนังสือสัญญาซ่อมแซมความเสียหาย 10 ข้อ ที่ตนเองทำขึ้นมานั้น ตนเองทำเพื่อกำหนดระยะเวลาขอบเขตในการสร้างเนื่องจากที่ผ่านมาคู่กรณีไม่เคยกำหนดระยะเวลาการซ่อมและหากกำแพงมันล้มลงมาโดนต้นไม้และหลังคาบ้านของตนจะทำให้เกิดความเสียหายจึงจำเป็นต้องเขียนให้คู่กรณีรับทราบ
ในส่วนที่มีการโต้เถียงกันหรือมีปากเสียงกันระหว่างตนเองกับบ้านของคู่กรณี ตนเองยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่เป็นฝ่ายแม่ของเพื่อนบ้านออกมายืนต่อว่าตนเอง
ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง ผู้ร้องชี้แจงว่าตนไม่เคยพูดว่าจะจ่ายคนละครึ่ง แต่คำนี้มาจากนิติบุคคลเล่าถึงเคสอื่นในหมู่บ้านที่เพื่อนบ้านช่วยกันออกค่าใช้จ่ายเอง อย่างไรก็ตาม ในแชตที่คุยกับคุณแม็กมีการระบุว่า หากค่าใช้จ่ายสูงเกินไปอาจจะขอถามคุณแม็กว่าช่วยได้เท่าไหร่ ซึ่งทำให้ฝ่ายคุณแม็กไม่พอใจ เพราะมองว่าตนเองไม่ใช่คนทำพัง
ผู้ร้องยังตั้งข้อสังเกตว่า เธออาจไม่ต้องรับผิดชอบ 100% เพราะอาจมีปัจจัยร่วมจากรากต้นหมากและต้นปาล์มขนาดใหญ่ของบ้านคุณแม็กที่ปลูกชิดรั้วไปดันคานคอดินใต้ดิน รวมถึงการรดน้ำต้นไม้ที่อาจทำให้ดินอ่อนตัวกว่าของฝั่งบ้านตน ดินฝั่งตนถึงอาจจะดันไป
ฝ่ายคุณแม็กโต้แย้งเรื่องต้นไม้ว่า ต้นไม้ของเขาปลูกห่างจากกำแพง 40 เซนติเมตร ตามกฎหมาย แต่ในปัจจุบันกำแพงต่างหากที่เอียงเข้ามาหาต้นไม้ จนต้นไม้ช่วยค้ำไม่ให้กำแพงล้ม อีกทั้งเขายังได้เรียกโยธาจากเขตเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งโยธาระบุว่ากำแพงไม่ควรมีพื้นปูนมาปูชิด ฝ่ายเพื่อนบ้านรับปากเปล่ามาแล้วประมาณ 6 ครั้งแต่ไม่ขยับซ่อมเสียที เขาจึงต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
หนุ่ม กรรชัย และทนายตุ๋ย ได้พยายามให้ทั้งสองฝ่ายคุยเรื่องกำแพง เพราะเรื่องการด่าทอกัน อย่างไรก็ไม่จบ อยากให้แก้ปัญหามากกว่า นั่นคือเรื่องกำแพง สุดท้าย ฝั่งผู้ร้องรับปากจะซ่อมกำแพงให้ แต่มีข้อแม้ฝ่ายคู่แฝดต้องไม่มายุ่งหรือก่อกวน และต่างคนต่างแยกย้าย จบกันแบบผู้ใหญ่
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส