กสม.ชี้ชลประทานปล่อยน้ำแนวดิ่งท่วมหัวเวียง ละเมิดสิทธิ์ชาวบ้านเต็มรูปแบบ ต้องชดใช้เป็นเงิน ไม่ใช่เยียวยา

อยุธยา เดือด กสม. ชี้ชลประทานปล่อยน้ำแนวดิ่งท่วมหัวเวียง ละเมิดสิทธิ์ชาวบ้านเต็มรูแบบ ต้องชดใช้เป็นเงินทดแทน ไม่ใช่เยียวยา  

เมื่อวานนี้ (14 พ.ย.68) นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมตัวแทนกรมชลประทาน และตัวแทนสำนักงานบริหารจัดการน้ำ สนทช. ลงพื้นที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ถูกละเมิดสิทธิจากการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังยาวกว่า 4 เดือน ส่งผลกระทบรุนแรง เด็กเสียชีวิตจากการพลัดตกน้ำ 6 ราย ผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการเคลื่อนย้าย 1 ราย ชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพ และทรัพย์สินเสียหายหนัก

ชาวบ้านให้ข้อมูลตรงกันว่า การระบายน้ำแบบปล่อยน้ำแนวดิ่งของกรมชลประทาน ทำให้น้ำมาท่วมเฉพาะพื้นที่หัวเวียง นานเกินรับไหว บ้านเรือนอยู่ไม่ได้ ครอบครัวต้องพลัดพราก เด็กหลายคนต้องหยุดเรียน ขาดโอกาสทางการศึกษา สิทธิในการดำรงชีวิตถูกละเมิด อีกทั้งการแจ้งเตือนการระบายน้ำเป็นแบบรายวัน ไม่มีแผนล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถเตรียมรับมือได้

ชาวบ้านยังเสนอให้ปรับกลไกคณะกรรมการบริหารลุ่มน้ำ และทำข้อตกลง หรือ เอ็มโอยูให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มระบบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ด้านนางสาวศยามล ระบุว่า ชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิในด้านการดำรงชีพ การใช้ชีวิตประจำวัน และความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีชลประทานปิดประตูน้ำให้น้ำท่วมในอำเภอเสนา ซึ่งเข้าข่ายเจตนา จนชาวบ้านต้องออกมาประท้วงเปิดประตูระบายน้ำ แต่กรมชลประทานกลับส่งเจ้าหน้าที่ระดับล่างซึ่งไม่มีอำนาจสั่งการลงมาแก้ปัญหา ถือเป็นการละเลยหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเข้าข่ายละเมิดสิทธิอีกกรณีหนึ่ง

นางสาวศยามล ย้ำว่า พื้นที่หัวเวียงเป็นพื้นที่น้ำท่วมพิเศษ รัฐไม่สามารถช่วยเหลือแบบเงินเยียวยาได้ ต้องชดใช้แบบเงินทดแทน คืนความเสียหายให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ตั้งแต่ซ่อมบ้าน ยกพื้นบ้านหนีน้ำ ไปจนถึงจัดหาที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยให้ชาวบ้าน

มาตรการช่วยเหลือ ควรแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ต้องห้ามเพิ่มการระบายน้ำอย่างเด็ดขาด พร้อมเสนอเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว และประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าช่วยเหลือผู้เปราะบางและเด็กที่ขาดโอกาส  ระยะกลาง ให้ตั้งคณะกรรมการทำข้อตกลงมีชาวบ้านร่วมบริหารจัดการน้ำเต็มระบบ / ระยะยาว ดำเนินตามแผนแก้น้ำท่วมของรัฐบาล

จากนั้น คณะลงตรวจพื้นที่จริง พบว่า บ้านเรือนริมแม่น้ำน้อยถูกน้ำท่วมสูง 3 ถึง 5 เมตร หลายหลังจมน้ำจนใช้อยู่อาศัยไม่ได้ ต้องหนุนพื้นบ้านให้อยู่ได้แค่ใช้นอน บางหลังต้องขึ้นไปนอนบนหลังคา คนเหล่านี้ถูกละเมิดสิทธิและต้องได้รับการช่วยเหลือแบบทดแทนเต็มรูปแบบ

คณะได้ไปเยี่ยมลุงละเอียด บ้านถูกน้ำท่วมเหลือเพียงหลังคา ลุงต้องย้ายเครื่องนอนและของใช้ไปอยู่บนหลังคานานกว่า 4 เดือน ใช้ชีวิตอยู่บนนั้น ทั้งกิน อยู่ และนอน ลุงกล่าวว่าไม่รู้จะให้รัฐช่วยอย่างไร ชีวิตก็ต้องทนอยู่แบบนี้มานานแล้ว


https://youtu.be/QLxx5QipNws


15 พ.ย. 2568

427 views

EP อื่นๆ