15 ต.ค. 2569
IMF เตือนทั่วโลกรัดเข็มขัด ลดการขาดดุล-หนี้สาธารณะ หวั่นหนี้พุ่งแตะ 100%
IMF เตือนทั่วโลกรัดเข็มขัด ลดการขาดดุล-หนี้สาธารณะ หวั่นหนี้พุ่งแตะ 100% ชี้หากล่าช้า อาจทำให้การแก้ไขปัญหาหนักหน่วงขึ้น
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเร่งดำเนินมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐ ควบคุมการขาดดุลงบประมาณ และลดระดับหนี้สาธารณะอย่างเร่งด่วน พร้อมเตือนว่าหากล่าช้า อาจทำให้การแก้ไขปัญหาหนักหน่วงขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า
โรดริโก วัลเดส (Rodrigo Valdes) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของ IMF ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อสถานะการคลังของประเทศต่าง ๆ ในช่วงที่หนี้สาธารณะเฉลี่ยทั่วโลกกำลังมุ่งสู่ระดับ 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้รัฐบาลมีพื้นที่สำหรับการแก้ไขปัญหาน้อยลง
วัลเดสให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ก่อนการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานครว่า ผลการดำเนินงานด้านการคลังในปีนี้แย่กว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อ 6 เดือนก่อน และแย่กว่าระดับที่ประเมินไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน โดยประเทศส่วนใหญ่กำลังมีแนวโน้มเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ แทนที่จะดำเนินมาตรการรัดเข็มขัด
วัลเดสเน้นย้ำว่า ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มีหนี้สาธารณะสูง จำเป็นต้องสร้างแรงสนับสนุนทางการเมืองเพื่อผลักดันแผนที่เป็นรูปธรรมในการควบคุมต้นทุนการกู้ยืมในระยะกลาง พร้อมจำกัดผลกระทบที่อาจส่งต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
IMF ระบุในบทความที่เผยแพร่ในวันนี้ (14 ต.ค. 2569) ว่า ยิ่งประเทศต่าง ๆ ชะลอการปรับฐานะการคลังออกไปนานเท่าใด การปรับลดรายจ่ายและลดภาระหนี้ก็จะยิ่งสร้างความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะการเลื่อนมาตรการออกไปจะทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ความเปราะบางทางการคลังรุนแรงขึ้น และทางเลือกในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลลดน้อยลง
สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง เงื่อนไขทางการเงินยังอยู่ในระดับเอื้ออำนวย แต่ IMF เตือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืน จึงเรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้ลดความเปราะบางทางการคลังและปรับปรุงการบริหารจัดการหนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
ส่วนประเทศรายได้ต่ำ ซึ่งเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศอยู่แล้ว จำเป็นต้องปรับปรุงระบบภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อสร้างฐานรายได้และลดภาระทางการคลังในระยะยาว
IMF ระบุว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สูงกว่าคาด ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีโดยเฉลี่ยของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 เพิ่มขึ้นมากกว่า 1.10 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 110 basis points ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้รัฐบาลต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่แพงกว่าเดิม โดย IMF คาดการณ์ว่า ต้นทุนการจัดหาเงินทุนภาครัฐโดยเฉลี่ยที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.7% ภายในปี 2031 จากระดับ 2.3% ในปี 2021
สำหรับสหรัฐฯ คาดว่าภาระดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3% ของ GDP จากระดับ 2.8% ของ GDP ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โดยสัดส่วนดังกล่าวใกล้เคียงกับรายจ่ายที่สหรัฐฯ คาดว่าจะใช้สำหรับโครงการประกันสังคม (Social Security)
สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลในประเทศรายได้ต่ำ ซึ่งปัจจุบันต้องนำรายได้จากภาษีมากกว่า 15% ไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะ เทียบกับค่าเฉลี่ยประมาณ 9% ในช่วงปี 2011-2019
IMF ระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วกำลังทยอยชำระคืนและกู้ยืมใหม่เพื่อทดแทนหนี้เดิม หรือรีไฟแนนซ์หนี้ โดยมีสัดส่วนการกู้ยืมที่ครบกำหนดชำระในระยะสั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผ่านมายังต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลได้รวดเร็วกว่าเดิม
สำหรับประเทศ G7 และสเปน สัดส่วนหนี้สาธารณะที่จะครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีกำลังเข้าใกล้ 30% ของหนี้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายและราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความต้องการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านกลาโหม ความมั่นคงทางพลังงาน และการดูแลประชากรสูงวัย ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญโจทย์ยากในการจัดสรรงบประมาณระหว่างความจำเป็นในการใช้จ่ายกับการควบคุมหนี้สาธารณะ
IMF ยังเตือนว่า ในหลายประเทศ อัตราดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน หรือการเติบโตของ GDP ที่รวมผลของเงินเฟ้อแล้ว ซึ่งจะทำให้การรักษาระดับหนี้สาธารณะไม่ให้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจทำได้ยากยิ่งขึ้น
14 ต.ค. 2569
134 views
EP อื่นๆ
15 ต.ค. 2569
15 ต.ค. 2569
15 ต.ค. 2569
15 ต.ค. 2569
15 ต.ค. 2569
15 ต.ค. 2569
15 ต.ค. 2569
คลิปเต็มรายการเรื่องเล่าเช้านี้ 15 ตุลาคม 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569
14 ต.ค. 2569