28 ส.ค. 2569
“อ.จตุรงค์” ดักรอ “ป้าดา” แนะชาวขอนแก่นใช้ยาแรงคว่ำบาตรทายาท
“อ.จตุรงค์” ลงพื้นที่ให้กำลังใจตำรวจ ดักรอ “ป้าดา” แต่ไม่พบ ส่ายหัวถาม “หลักฐานเด็ด” เด็ดไหมล่ะ! กี่ครั้งแล้วที่โดนหลอก เสนอชาวขอนแก่นใช้ยาแรง คว่ำบาตรทางสังคมต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทายาทที่ติดการพนันนำไปสู่การอยากได้ที่คนอื่น
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 ส.ค. 2569 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น อ.จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา เดินทางลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมติดตามความคืบหน้าคดีของ “ป้าดา” ซึ่งในวันเดียวกันครบกำหนด 15 วันตามหมายเรียกครั้งที่ 1 ขณะนั้นเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนครบกำหนดตามหมายเรียก หากป้าดาไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเวลาที่ อ.จตุรงค์เดินทางมาถึง ยังไม่พบว่าป้าดาหรือทนายความติดต่อขอเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
อ.จตุรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองติดตามการนำเสนอ “หลักฐานเด็ด” ของป้าดามาแล้วหลายครั้ง โดยทุกครั้งมีการระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญระดับ “สะท้านปฐพี โลกจะสะเทือน” แต่เมื่อตนใช้เวลาตรวจดูหลักฐานประมาณชั่วโมงเศษ กลับไม่พบสิ่งที่เห็นว่าเป็นหลักฐานเด็ดตามที่ประกาศไว้ ผมมานั่งรอดูทุกรอบ ดูเสร็จประมาณชั่วโมงเศษก็ได้แต่ส่ายหัวว่า นี่หรือหลักฐานเด็ด ตอนที่นำหลักฐานมาแสดงต่อสื่อ ผมก็อยากถามสื่อมวลชนจากใจว่า พวกคุณเห็นว่าเด็ดหรือไม่
อ.จตุรงค์ยังกล่าวถึง “วรเดช” ที่ปรึกษากฎหมายของป้าดาซึ่งมีการเปิดตัวในการแถลงข่าวเดินทางมาร่วมกับฝ่ายป้าดา โดยระบุว่า เป็นอดีตผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนา และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราดและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมอ้างว่า สมเด็จพระราชาคณะสายพระนครศรีอยุธยาหลายรูปที่รู้จักกับตนฝากให้เตือนว่า “เบาได้เบา” ท่านวรเดชควรพิจารณาดูคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาประกอบด้วย ไม่ควรนำเครดิตจากการเคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการหรือผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมาใช้สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในลักษณะดังกล่าว เพราะอาจกระทบต่อการทำงานของคณะสงฆ์
“ฝากพี่วรเดชด้วยความเคารพว่า เบาได้เบา ควรดูคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาด้วย การนำเครดิตความเป็นอดีตผู้ตรวจการหรืออดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมาใช้แบบนี้ ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง และขอยืนยันว่าสมเด็จฝ่ายอยุธยาไม่ปลื้มกับพฤติกรรมครั้งนี้” อ.จตุรงค์กล่าว
สำหรับการเดินทางมาที่ สภ.เมืองขอนแก่นครั้งนี้ อ.จตุรงค์กล่าวว่า นอกจากต้องการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังตั้งใจมารอดูว่าป้าดาจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ป้าดาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และไม่ควรกล่าวหาภายหลังว่าถูกตำรวจหรือหน่วยงานใด “อุ้ม” หรือ “หิ้ว” ขณะนี้ป้าดายังมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงออกหมายเรียกให้เข้ามาให้ปากคำตามกระบวนการ พร้อมจัดสถานที่สอบสวนและดูแลตามสมควร ทั้งห้องปรับอากาศ น้ำดื่ม และอาหาร จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายเรียก วันนี้เขามองคุณเป็นผู้ถูกกล่าวหา เขายังเชิญคุณมาด้วยดีและดูแลคุณอย่างดี เห็นพูดอยู่เสมอว่าอยากให้สอบปากคำ แต่เมื่อออกหมายเรียกแล้วกลับเพิกเฉย หมายเรียกครั้งแรกไม่มา หากหมายเรียกครั้งที่ 2 ยังไม่มา ต่อไปก็คงเป็นหมายศาล ซึ่งก็คือหมายจับ ในฐานะที่ตนเคยถูกตำรวจควบคุมตัวมาก่อน จึงอยากเตือนในฐานะรุ่นพี่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาควรให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากยังไม่พร้อมเข้าพบด้วยตนเอง อย่างน้อยควรส่งทนายความมาประสานกับพนักงานสอบสวนหรือร้อยเวร ไม่ควรไม่รับสายหรือปล่อยให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตาม
อ.จตุรงค์กล่าวต่อว่า ตนเองเคยให้ความเห็นผ่านหลายรายการและหลายสถานีว่า ป้าดาควรส่งทนายมาพูดคุยกับพนักงานสอบสวน หรือเข้ามาให้ปากคำด้วยตนเอง หากยังคงเพิกเฉย ก็ไม่ควรกล่าวหาว่าสถานีตำรวจหรือหน่วยงานต่าง ๆ พยายาม “อุ้ม” เดดไลน์คือวันนี้ ขณะนี้เหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะ 4 โมงเย็นแล้ว ยังไม่เห็นว่าจะเข้ามารายงานตัวหรือแสดงความเคารพต่อกระบวนการของพนักงานสอบสวน ผมอยากให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่า ควรขอศาลออกหมายจับหรือไม่ สำหรับคนที่เลือกเพิกเฉยต่อกระบวนการยุติธรรม ส่วนท่าทีที่ป้าดาเคยแสดงต่อนักข่าวในลักษณะว่า “ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ฆ่าใครตาย จึงไม่ไป” โดยเห็นว่า ท่าทีดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเร็วขึ้น และใตส่วนกรณีที่ป้าดาระบุว่าจะเดินทางไปร้องเรียนกองบังคับการปราบปราม รัฐบาล หรือหน่วยงานระดับสูง อ.จตุรงค์กล่าวว่า ไม่ได้ดูถูกสิทธิในการร้องเรียน แต่ต้องการเตือนว่า หากเลือกใช้วิธีดึงเช็งหรือยืดเวลา ฝ่ายวัดก็อาจใช้แนวทางเดียวกันได้ หากฝ่ายวัดเลือกดึงเช็งต่อไป ทายาทอาจไม่ได้รับที่ดินแม้แต่ผืนเดียว แม้เวลาจะผ่านไปอีก 3 รุ่น หรือมีการเปลี่ยนเจ้าอาวาสอีก 3 รุ่น พร้อมตั้งคำถามว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องการให้เรื่องดำเนินไปในลักษณะดังกล่าวหรือไม่ และวันนี้ขอเสนอให้ใช้ “มาตรการคว่ำบาตร” ซึ่งคำดังกล่าวเป็นคำโบราณที่มีรากจากภาษาบาลี ไม่ได้ใช้เฉพาะกับข่าวต่างประเทศ แต่สามารถใช้กับเหตุการณ์ภายในประเทศได้เช่นกัน โดยการไม่ให้บุคคลในกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมวงพนันที่เคยเล่น ไม่จำหน่ายสินค้าให้ตามร้านของชำ ตลอดจนเสนอให้พระสงฆ์ไม่ประกอบพิธีฌาปนกิจแก่บุคคลในกลุ่มหรือนามสกุลดังกล่าว โดยเรียกแนวทางนี้ว่าเป็นการคว่ำบาตรจริง และมองว่าเป็นการต่อสู้ของชาวขอนแก่นและคณะสงฆ์ด้วยแนวทางสันติวิธีแบบดั้งเดิม ส่วนตัวผมเคยเตือนในหลายรายการว่า อย่าให้ชาวพุทธอย่างพวกผมปล่อยวางกันจนถึงที่สุด เพราะการปล่อยวางของชาวพุทธคือการวางทิ้ง ซึ่งสร้างความเจ็บปวดได้มากที่สุด ยกตัวอย่างว่า หากกลุ่มที่เกี่ยวข้องเคยเล่นไฮโล ป๊อกแปด หรือป๊อกเก้า ก็ไม่ควรให้เข้าร่วม หากเคยซื้อไข่ เครื่องดื่มเอ็ม-150 หรือรับประทานซอยจุ๊ที่ร้านใด ก็เสนอให้ร้านเหล่านั้นไม่จำหน่ายสินค้าให้ และไม่สังฆกรรมกับคุณ เพื่อให้เกิดสำนึก ผู้ที่คอยยุยงพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบกลับเป็นทายาทตัวจริงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ในประเด็นสิทธิในที่ดิน อ.จตุรงค์ตั้งคำถามว่า ฝ่ายป้าดามีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือรับรองการเป็นบุตรบุญธรรมคนที่ 9 หรือไม่ รวมถึงมีพินัยกรรมของ “ตาเฮียง” มาแสดงหรือไม่ โดยระบุว่ายังไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายวัด มีโฉนดที่ดิน ถ้อยคำแสดงเจตนาถวายที่ดิน ราชกิจจานุเบกษา ประกาศตั้งวัด ประกาศแต่งตั้งเจ้าอาวาส และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นพระครูสัญญาบัตร จึงตั้งคำถามว่า ฝ่ายป้าดามีหลักฐานใดมาหักล้าง ดั่งสุภาษิตโบราณว่า “เงินสดใส่หญ้า หญ้าตาย เงินตกใส่ควาย ควายก็กลายเป็นลาบ”
อ.จตุรงค์ พร้อมระบุว่า หลังมีการโฆษณาและโหมโรงต่อเนื่อง 2–3 วันว่าจะเปิด “หลักฐานสะเทือนโลก สะเทือนวัด” สิ่งที่ปรากฏกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย ตนเดินทางมาอยู่ในจังหวัดขอนแก่นเกือบ 10 วันแล้ว โดยนักข่าวที่สนิทกันทราบเรื่องนี้ แต่ตนพยายามไม่เปิดเผยตัว พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลตามบ้านทุกหลังบริเวณหลังวัด ตั้งแต่ทาวน์เฮาส์ไปจนถึงอพาร์ตเมนต์ขนาด 30 ห้อง พยายามตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มนายทุนที่ถูกกล่าวหาว่ากว้านซื้อทาวน์เฮาส์และอพาร์ตเมนต์ ก่อนทุบอาคารหรือไล่ผู้พักอาศัยออก รวมถึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องการได้ที่ดินของวัด นอกจากสอบถามชาวบ้านแล้ว ยังได้เข้าพบนักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ตลอดจนอาจารย์ที่เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสอบถามข้อมูลย้อนหลัง รวมทั้งสอบถามพระผู้ใหญ่ พระผู้น้อย และวัดในนิกายอื่น เพื่อให้ได้รับข้อมูลรอบด้าน หากสอบถามเฉพาะเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อาจถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างวัด จึงต้องไปสอบถามบุคคลและวัดอื่นประกอบ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าให้ความเป็นธรรมเพียงฝ่ายเดียว โดยนักข่าวทุกคนเป็นพยานได้ว่าผมมาอยู่ที่นี่เกือบ 10 วัน ผมสอดแนมข้อมูลทุกวัน อาศัยรถตู้เข้าออกบริเวณวัดโดยไม่มีใครรู้ แม้วันที่พวกคุณนั่งกินส้มตำ ผมก็เห็นและอยากลงไปนั่งกินด้วย แต่ไม่ลงไป เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ จากการลงพื้นที่ได้รับข้อมูลจากคนใกล้บ้านและคนใกล้วัดว่า ทายาทมีหลายคน และไม่ได้หมายความว่าทายาททุกคนจะเห็นด้วยกับทายาทกลุ่มที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยทายาทหลายคนที่สื่อแต่ละช่องเคยสุ่มสัมภาษณ์ต่างให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าว ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการพนัน ขอไม่ระบุชื่อทายาทคนใด แต่มีบุคคลที่เป็นรุ่นน้อง อายุ 65 ปี และอาศัยอยู่ในละแวกบ้าน ซึ่งสามารถชี้ได้ว่าใครมีพฤติกรรมติดการพนันจนนำไปสู่เรื่องราวในปัจจุบัน และขณะเดียวกันหากไม่มีสื่อมวลชนติดตามทำข่าว เจ้าอาวาสอาจถูกปิดล้อมอยู่ภายในกุฏิไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้คณะสงฆ์และชาวขอนแก่นร่วมกันใช้มาตรการคว่ำบาตรและจัดการปัญหานี้ให้เสร็จสิ้น ตนมีแหล่งข่าวที่เป็นนักการพนันและได้รับข้อมูลว่า มีทายาทบางคนเล่นการพนันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.ศ.5 จึงเห็นว่าตนเองได้รับฟังข้อมูลมาจากหลายฝ่ายแล้ว
และจากข้อมูลดังกล่าว อ.จตุรงค์แสดงความเห็นว่า “ลูกทิพย์” น่าจะมีอยู่จริง แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร และเชื่อว่าข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เล่นการพนันจนหมดเนื้อหมดตัว ก่อนต้องการได้ที่ดินของผู้อื่น ก็น่าจะมีมูล เนื้อหาที่สื่อมวลชนนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้เกินไปกว่าข้อมูลที่มีการบอกเล่ากันในพื้นที่ เพราะระหว่างที่ตนลงพื้นที่เกือบ 10 วัน มีชาวบ้านหลายคนให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกัน หากต้องการฟ้องผมก็ฟ้องมา ผมจะเชิญพยานเหล่านั้นไปเบิกความในศาล และจะถามว่าท่านกล้าพูดหรือกล้ายอมรับหรือไม่ แต่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ผมเพียงบอกว่าเป็นหนึ่งในทายาท 8–9 คน หากต้องการทราบว่าเป็นทายาทคนใด ให้ตรวจสอบบุคคลที่ในอดีตเคยมีน้ำใจ เขียนจดหมายเชิญบุคคลต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ด้วย เปิดบ้านต้อนรับผู้ที่เดินทางมาสอบในจังหวัดขอนแก่น ก่อนชักชวนไปเล่นไฮโลและกิจกรรมอื่น ๆ โดยระบุว่ามีพยานรู้เห็น และบุคคลที่ได้รับเชิญในเวลานั้นสอบเสร็จ ก่อนใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่ต่อจนเกษียณ
27 ส.ค. 2569
231 views
EP อื่นๆ
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569
27 ส.ค. 2569