18 ก.ค. 2569
“บิ๊กจ๋อ” นำทีมทลาย “ผับลับอัพยา” ย่านห้วยขวางอำพรางเป็นร้านเกม รวบ 26 นักท่องเที่ยว
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับผิดชอบงานด้านยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดศูนย์ปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับฝ่ายสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ประสานกำลังกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร (ป.ป.ส.กทม.) ได้ปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและทลาย “ผับลับอัพยา” ภายในประชาอุทิศ ซอย 1 ซึ่งลักลอบเปิดเป็นสถานบันเทิงเถื่อน โดยอำพรางด้านหน้าเป็นร้านเกม เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
จากการสืบสวนพบว่าภายในสถานที่ดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับผู้มาใช้บริการ โดยจากการสังเกตพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา ด้านหน้าร้านไม่มีอะไรเป็นข้อสังเกต ไม่มีการติดป้ายใด ๆ ทั้งสิ้น พบว่าประตูร้านเป็นกระจกทึบสีดำสนิท ไม่สามารถมองเข้าไปด้านในได้
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ พบว่าชั้นล่างเปิดเป็นสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ มีแสง สี เสียง และพนักงานคอยให้บริการลูกค้า และผลตรวจสารเสพติดในร่างกายหลายรายเป็นบวก ชั้น 2 ใช้เป็นที่พักอาศัยของเจ้าของร้านและแฟนสาว โดยภายในห้องพักพบยาเสพติดหลายชนิด รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า ซุกซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง ชั้นลอย เปิดเป็นห้อง VIP ใช้เป็นจุดมั่วสุมและเสพยาเสพติด
โดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการเข้าจับกุม ภายในสถานที่ดังกล่าว มีการอำพรางหน้าร้านเป็นร้านเกม แต่ข้างหลังเปิดเป็นผับอัพยา โดยเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ภายในร้านจะมีการเสิร์ฟยาเสพติดทุกชนิดโดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลาง ได้แก่ ยาอี (MDMA) 224 เม็ด, ยาไอซ์ 51.16 กรัม, โคเคน 3.83 กรัม, คีตามีน 326.24 กรัม, หัวพ็อตเค 19 หัว, บุหรี่ไฟฟ้า 38 ตัว, เงินสด 91,000 บาท, แหวน 2 วง, พระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง 1 องค์ รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 300,000 บาท
โดยเจ้าหน้าที่ได้มาเฝ้าสถานที่แห่งนี้เป็นระยะเวลา 7 วัน แต่เข้าทำการจับกุมได้ยาก เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงแค่ทางเดียว ร้านไม่มีทางหนีไฟ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปลอมตัวเข้าไปได้ รวมถึงไม่มีสิ่งเป็นที่สังเกต เวลาจะเข้าไปด้านในจะต้องมีรหัสเคาะประตู การเข้าตรวจค้นจึงเปรียบเสมือนการปิดประตูตีแมว
โดยจากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของร้านเป็นชาวไทยใหญ่ บัตรประชาชนเป็นคนจังหวัดเชียงราย ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของร้าน และเจ้าของยาเสพติด แต่ให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีไว้เพื่อจำหน่าย อ้างว่าซื้อมาเพื่อเสพเอง และให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ส่วนเจ้าของอาคารจะต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำความผิดหรือไม่
โดยคนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่ทำงานกลางคืน เช่น เด็กเอ็น เด็กบาร์โฮสต์ และส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และส่วนใหญ่เป็นคนไทย อย่างไรก็ตาม จากการเข้าตรวจค้นเมื่อเช้าพบชาวต่างชาติทั้งคนเกาหลีและคนจีน โดยร้านดังกล่าวเปิดมา 1-2 ปี รับลูกค้าเฉพาะ โดยลูกค้าจะรู้กันปากต่อปากเป็นวงจำกัด โดยการใช้บริการจะมีรหัส ในการเคาะประตูเพื่อเข้าไป
เมื่อถามว่ายาเสพติดจะลำเลียงมาจากจังหวัดชายแดนหรือประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่นั้น เป็นประเด็นที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตไว้และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขยายผลต่อไป แต่จะมีการยึดทรัพย์เพื่อเป็นการขยายผลเรื่องนี้
จากการเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบนักท่องเที่ยวทั้งหมด 26 คน ทั้งนี้จากการตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวพบว่ามีนักท่องเที่ยวที่เป็นปัสสาวะสีม่วง 10 คน 1 ในนั้น มีการครอบครองเคตามีน และบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้หากใครที่ไม่พบสารเสพติดในร่างกายจะมีการทำประวัติและปล่อยตัวไป ส่วนหากพบว่ามีสารเสพติดในร่างกายจะถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนเจ้าของร้านในขณะนี้ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 และ ประเภท 2 / เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
18 ก.ค. 2569
152 views
EP อื่นๆ
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
18 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569