31 พ.ค. 2569
“ชัยวัฒน์” แฉวัดดังเมืองเลย ต้องสงสัยเป็นที่กบดานแก๊งสแกมเมอร์-แอบลักไฟขุดบิตคอยน์ จี้ ตร.สอบ
วันที่ 9 มิ.ย. 69 “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” หนุนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ลงพื้นที่ทวงคืนป่า 755 ไร่จากวัดดัง จ.เลย หลังเบี้ยวคำพิพากษาศาลฎีกาปี 60 พร้อมเปิดข้อมูลลึกสุดช็อก ฝากตำรวจขยายผลจับตา 3 ประเด็นใหญ่ “แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ-ลักไฟหลวงขุดบิตคอยน์-ส.ป.ก.ออกทับซ้อนเอื้อทุน” แฉภูมิหลังเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่พากันเงียบกริบ เหตุรับบริจาคของจากวัดเพียบ
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เตรียมนำกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ป่าไม้จากวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ซึ่งไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อปี 2560 โดยระบุว่า ตนพอจะทราบข่าวนี้แล้ว แต่ยังไม่รู้วันเวลาปฏิบัติการที่แน่ชัด
อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ ได้ฝากประเด็นสำคัญให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพบความผิดปกติในวัดดังกล่าวหลายด้าน
1. สงสัยเป็นแหล่งกบดาน "แก๊งสแกมเมอร์" และพระต่างชาติลึกลับ โดยนายชัยวัฒน์ระบุว่า ได้รับข้อมูลเชิงลึกมา จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าบุคคลต่างด้าวที่พำนักอยู่ในวัดแห่งนี้ มีส่วนพัวพันกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่ เนื่องจากวัดนี้มีพระชาวต่างชาติ ทั้งเกาหลี เวียดนาม และจีน อยู่ร่วม 170-180 รูป รวมถึงแม่ชี มัคนายก และลูกวัด รวม ๆ แล้วมีคนเวียนเข้าออกนับพันคน แต่พระเหล่านี้กลับไม่มีการออกบิณฑบาต ไม่รับเงินบริจาคใด ๆ และบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้เลย
2. ค่าไฟต่ำผิดปกติ หวั่นแอบลักไฟ "ขุดเหมืองบิตคอยน์" จากการสังเกตการณ์พบว่า ในพื้นที่มีการปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายบ้านพักอยู่เป็นพันหลัง มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กลับมีตัวเลขค่าไฟฟ้าของวัดเพียงเดือนละ 5 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำผิดปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและสิ่งปลูกสร้าง (เทียบกับบ้านพักของตนเองยังจ่ายค่าไฟสูงถึงเดือนละ 3 หมื่นกว่าบาท) จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้า ว่ามีการแอบลักกระแสไฟฟ้าไปใช้ในกิจการอื่น เช่น การตั้งแท่นขุดเหมืองบิตคอยน์ หรือไม่
3. เปิดปม ส.ป.ก. ออกมิชอบทับซ้อนที่ดินป่าไม้ 755 ไร่ สำหรับปัญหาที่ดิน นายชัยวัฒน์ อธิบายว่า พื้นที่ทั้งหมด 755 ไร่ ถูกแบ่งออกเป็น 2 แปลง ซึ่งหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสินเด็ดขาดให้กลุ่มบุคคลออกจากพื้นที่ไปแล้วเมื่อปี 2560 แต่ปรากฏว่าในปี 2561 เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. กลับมีการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. ทับซ้อนที่เดิม โดยพบพฤติการณ์แบ่งกลุ่มดำเนินการ คือ
-กลุ่มแรก 4 คน ให้ลูกหลานไปขอออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. จำนวน 271 ไร่
-กลุ่มที่สอง 6 คน ซึ่งเป็นลูกหลานของชุดแรก เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ก็ยังไปออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนที่เดิมให้อีก โดยมีเจตนาจะนำที่ดินไปสร้างวัดทับวัดอีกแห่ง เพื่อย้ายวัดดังแห่งนี้เข้ามาแทนที่
"ปัจจุบันศาลได้มีคำตัดสินเด็ดขาดแล้วว่า เอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. ดังกล่าวออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และสั่งให้ยกเลิกทั้งหมด ส่วนผู้ต้องหา 6 คนล่าสุด ศาลก็สั่งแล้วว่าไม่มีสิทธิ์มาโต้แย้ง นอกเหนือจาก 4 คนแรกที่ต้องออกจากพื้นที่" นายชัยวัฒน์ กล่าว
แฉเหตุผลทำไมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น "เงียบกริบ" นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายโดยท้าทายให้สื่อมวลชนลงพื้นที่ไปตรวจสอบความจริงที่ที่ว่าการอำเภอ และสถานีตำรวจในท้องที่ที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ แล้วจะเข้าใจว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ถึงพากันนิ่งเฉยต่อการบุกรุกป่าครั้งนี้
"อยากให้สื่อฯ ลองแวะไปดูที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจ จะเห็นว่าสิ่งของ ทรัพย์สิน หรืออุปกรณ์ต่างๆ บนที่ว่าการอำเภอและโรงพัก ได้รับบริจาคมาจากวัดดังแห่งนี้แทบทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ถึงได้เงียบกันหมด" นายชัยวัฒน์ กล่าวสรุป
9 มิ.ย. 2569
995 views
EP อื่นๆ
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
31 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569
30 พ.ค. 2569