3 มิ.ย. 2569
"พิจารณ์" น้อมรับเสียงวิจารณ์ดึง "สุรพล นิติไกรพจน์" ช่วยงาน "ดร.โจ" ยันไม่ใช่ฟอกขาว
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ชัยชนะทางการเมืองที่แท้จริง คือการเปลี่ยนคนที่เคยเห็นต่าง ให้มาเดินร่วมทางกับเรา”
โดย นายพิจารณ์ ระบุว่า ตลอดช่วงวันที่ผ่านมา ผมและพรรคประชาชนได้รับฟังทุกเสียงสะท้อน ทุกความกังวล และทุกคำวิจารณ์ กรณีการทาบทาม ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ มาร่วมเป็นประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของ โจ ชัยวัฒน์ ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่มีต่อประวัติศาสตร์การเมืองในช่วงเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา บาดแผลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนไม่เคยลืม ซึ่งตัวผมเองก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่าทุกท่าน และผมต้องขอน้อมรับความโกรธเคืองที่เกิดขึ้นของทุกท่านในวันนี้ด้วยความเคารพและเข้าใจครับ แต่ผมอยากชวนทุกท่านมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น สิ่งหนึ่งที่เราตั้งใจทำมาตลอดตั้งแต่ตอนสร้างพรรคอนาคตใหม่ คือความเชื่อที่ว่า "การเปลี่ยนคนที่เห็นต่างมาเห็นตรงกับเรา การเปลี่ยนคนที่เคยอยู่ตรงข้ามกับเรา และตรงข้ามกับระบอบฝ่ายประชาธิปไตยที่พวกเรายึดถือ คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ชัยชนะทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้อย่างแท้จริง"
นายพิจารณ์ ย้ำว่า เราต้องยอมรับความจริงว่า ตราบใดที่ฐานเสียงหลักของเรายังอยู่ที่ร้อยละ 30-35 เราไม่มีทางที่จะชนะอย่างเด็ดขาดและเข้าไปเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศนี้ได้ หากเราไม่แสวงหาแนวร่วมที่กว้างขวางขึ้น การผสมผสานระหว่าง "คนใน" ที่มีอุดมการณ์มั่นคง กับ "คนนอก" ที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมจะเดินร่วมทางกับเรา คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ในการสร้างขบวนการที่เข้มแข็ง
เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่า อ.สุรพล เคยดำรงตำแหน่งสนช.หลังการรัฐประหาร แต่วันนี้กาลเวลาแลสถานการณ์ได้พิสูจน์แล้ว อาจารย์ได้ตระหนักถึงผลพวงอันเลวร้ายของการรัฐประหารและกลุ่มขั้วอำนาจที่อ.มีส่วนร่วมสนับสนุนที่ทำลายประเทศ และได้เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนจุดยืนเดิม หันมาสนับสนุนการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่และขบวนการประชาธิปไตยมานานหลายปี ร่วมกับผู้อาวุโสทางการเมืองอีกหลายท่านและขอมีส่วนร่วมเข้ามาแก้ไขผลพวงที่เกิดขึ้น อย่างในช่วงเวลาที่พรรคก้าวไกลเผชิญกับคดียุบพรรค ซึ่งเป็นช่วงที่มืดมิดที่สุดทางการเมือง อ.สุรพล คือหนึ่งในนักกฎหมายไม่กี่ท่าน ที่กล้าก้าวออกมาทำบันทึกความเห็นทางกฎหมายเพื่อปกป้องพรรค โดยยืนยันหลักการอย่างหนักแน่นว่าการกระทำของพรรคไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง เพราะอาจารย์อยากมีส่วนแสดงจุดยืนให้กลุ่มที่เคยเห็นแบบอาจารย์เข้าใจว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้นมันไม่ใช่แนวทางแห่งประชาธิปไตย
ดังนั้น การที่อาจารย์ตัดสินใจรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาให้กับทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนในวันนี้ จึงไม่ใช่การรับดอกไม้ ไม่ใช่รับตำแหน่ง ไม่ใช่รับคำสรรเสริญ แต่คือ "การตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ” ว่า อาจารย์ได้เปลี่ยนความเชื่อเดิม และขอเลือกทางเดินทีถูกต้องด้วยการมาสนับสนุนและยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายก้าวหน้าและฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคประชาชน
ในฐานะพรรคการเมือง ผมเชื่อในการเปิดโอกาส และโอบรับผู้ที่เคยเห็นต่าง และผมอยากย้ำว่านี่ไม่ใช่การฟอกขาว แต่นี้คือการลดจำนวนผู้เห็นต่างและเพิ่มจำนวนแนวร่วม เพิ่มคนที่เคยผ่านประวัติศาสตร์มามากมาย พรรคการเมืองที่ดีต้องสามารถโน้มน้าวคนให้เห็นด้วยกับเราได้ และต้องพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยเห็นต่างได้กลับมาแสดงจุดยืนให้คนอื่นๆที่เคยร่วมเดินทางกับเขาว่า เส้นทางที่พวกเขาได้พาประเทศไปก่อนหน้านั้นมันไม่ใช่ทางออกของประเทศ ซึ่ง ณ วันนี้ การที่อาจารย์เปิดตัวกับพรรคประชาชน นอกเหนือจากครั้งที่แล้วที่อาจารย์เคยได้ทำบันทึกความเห็นทางกฎหมายเพื่อปกป้องพรรคไปแล้วนั้น จะเป็นการส่งสัญญาณอีกครั้งให้คนที่เคยเดินร่วมทางกับอาจารย์รู้ว่า ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วครับ และในอนาคตผมเชื่อว่า เราจะมีอีกหลากหลายคนที่เคยอยู่ตรงข้ามกับเราหันมาสนับสนุนพวกเรา ซึ่งคนเหล่านั้นต่างมีบาดแผล ต่างเคยพลาดพลั้งได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ สังคมพร้อมเปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัวหรือไม่
ในเชิงยุทธศาสตร์การทำงาน การจะเข้าไปเปลี่ยน กทม. ให้โปร่งใส เราต้องเผชิญหน้ากับกำแพงกฎหมาย ข้าราชการ และการผูกขาดที่สลับซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่หมักหมมอยู่ใน "บริษัท กรุงเทพธนาคม" และข้อพิพาทสัญญาสัมปทานต่างๆ เราจำเป็นต้องมี "มือกฎหมายมหาชน" ที่เข้าใจกลไกและเคยเห็นไส้ในของระบบนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพื่อมาเป็นเกราะกำบังและเป็นดาบให้เราต่อสู้กับเครือข่ายผลประโยชน์ได้อย่างรู้เท่าทัน
ทั้งนี้หากจะมีข้อบกพร่องในการทำงานครั้งนี้ ผมขอยอมรับว่าความผิดพลาดของกระบวนการทำงานของพรรค เพราะพวกเราอาจจะทำงานทางความคิดเรื่อง "การสร้างแนวร่วม" กับผู้สนับสนุนพรรคน้อยเกินไป และการที่เราไม่ได้ชี้แจงยุทธศาสตร์นี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เรื่องการทาบทามบุคคลที่เคยมีจุดยืนที่แตกต่างมาร่วมงาน นี่คือบทเรียนที่พรรคและผมต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข และกำหนดเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไปในอนาคต
“ผมขอยืนยันกับทุกท่านครับว่า พรรคประชาชน และโจ ชัยวัฒน์ ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทาง อุดมการณ์ และนโยบายของทีมกทม. ทั้งหมด การเปิดรับผู้ที่เคยเห็นต่างในอดีต แต่กลับใจและพร้อมที่จะต่อสู้ในฝั่งประชาธิปไตยเข้ามาร่วมงาน คือการตอกย้ำว่าอุดมการณ์ของเรากำลังขยายตัวและได้รับการยอมรับมากขึ้น เราจะไม่ยอมประนีประนอมกับอุดมการณ์หลักของพรรค แต่เราพร้อมที่จะใช้ทุกสรรพกำลัง เพื่อรื้อโครงสร้างที่เน่าเฟะของกรุงเทพมหานคร และของประเทศนี้เพื่อสร้างชัยชนะที่เป็นของประชาชนให้เกิดขึ้นจริงครับ ด้วยความเคารพและศรัทธาต่อทุกเสียงของประชาชน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ” นายพิจารณ์ ระบุ
3 มิ.ย. 2569
46 views
EP อื่นๆ
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569
3 มิ.ย. 2569