28 พ.ค. 2569
“ศุภณัฐ” บี้ “รัฐบาล” ถนนยุบกลางกรุงฯ ผ่านมา 8 เดือนยังไม่คืบ ส่อเอื้อผู้รับเหมา
“ศุภณัฐ” สส.พรรคประชาชน บี้ “นายกฯ” การจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ เหตุถนนสามเสนยุบกลางกรุงเทพฯ ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่คืบ ซัดรัฐบาลส่อเอื้อ “ผู้รับเหมา” ด้าน “สิริพงศ์” แจง ก.คมนาคม ยังไม่ได้รับรายงานแต่จะติดตามให้ ย้ำยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ผิดคือผิด
ที่ประชุมรัฐสภาวันนี้ (28 พ.ค. 69) นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องแนวทางการจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ว่า จากกรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ผ่านไป 4 เดือนมีการแถลงข้อเท็จจริงว่ามีความล้มเหลวเชิงระบบ ทั้งที่บริษัทก่อสร้างและบริษัทที่ปรึกษาทำผิดสัญญาชัดเจน และมีเหตุชัดเจนสามารถยกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยได้ และนายกฯก็เคยมีการสั่งให้ยกเลิกสัญญา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นการยกเลิกสัญญาใดๆทั้งสิ้น
จึงขอถามว่า ทางรัฐบาลจะดำเนินการ สั่งหน่วยงานในกำกับให้บอกยกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยและเสนอชื่อบริษัทอิตาเลียนไทยขึ้นแบล็คลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานเพื่อให้ไม่สามารถที่จะกลับเข้ามาประมูลโครงการของภาครัฐได้อีกหรือไม่ และถ้าจะสั่งยกเลิกจะดำเนินการให้เสร็จเมื่อไหร่ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ ถ้าวันนี้ไม่ยกเลิกสัญญา หมายความว่าสิ่งที่นายกฯสั่งก่อนหน้านี้จะกลายเป็นตัวตลกของสังคมได้
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงแทนนายกฯว่า หลังจากที่มีกรณีเหตุเครนถล่มในช่วงที่ผ่านมาทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้มีความนิ่งนอนใจ จากคำสั่งการของนายกฯเป็นแนวทางในการปฏิบัติการจะปฏิบัติอย่างไรให้ครบถ้วนก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทางรฟท.ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน ล่าสุด มีการส่งหนังสือไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อที่จะขอทราบแนวทางอำนาจหน้าที่เพื่อความรอบคอบซึ่งมีหนังสือตอบกลับมาจาก ออส.เมื่อวันที่ 21 พ.ค.69 โดยทาง อสส. มีความเห็นเกี่ยวกับระเบียบต่างๆ ว่าการใช้ดุลพินิจของ รฟท.ในการบอกเลิกสัญญา ทางปกครองควรคำนึงถึงผลดีผลเสีย ประโยชน์สาธารณะรวมทั้งหลักความได้สัดส่วนและหลักพอสมควรแก่เหตุตลอดจนผลกระทบของการบอกเลิกสัญญาประกอบด้วย ซึ่งความตั้งใจของรฟท. คือต้อง บอกเลิกสัญญาและต้องขึ้นแบล็คลิสต์รายนี้
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะตามมาหากบอกเลิกสัญญาคือซับหน้างานผู้รับจ้างได้มีการ เนินการไปก่อนหน้านี้และยังไม่ได้มีการส่งมอบงานซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องของการฟ้องร้องต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นบริหารสัญญามา 99.5 % เหลืออยู่ 22 ช่วง ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ก็จะแล้วเสร็จตามสัญญา แต่หากมีการยกเลิกสัญญาในช่วงนี้คาดว่ากระบวนการทั้งสิ้นจากห้าเดือนจะขยับออกไปเป็น 2 ปี ทั้งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
“สิ่งที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการยกเลิกสัญญา แต่เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมชี้ให้เห็นว่าเราคำนึงถึง ในทุกมิติแน่นอนว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนย่อมมาอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นมาจากความละหลวมในการดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง กระทรวงคมนาคมออกมาแถลงการณ์เราไม่ได้ปฏิเสธความผิดพลาดที่เกิดจากความบกพร่องของการดำเนินการและสิ่งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องนำมาสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการควบคุมงานก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน”
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า การที่ รมช.คมนาคม บอกว่า ไม่ใช่ว่ากระทรวงฯ จะไม่ยกเลิกสัญญา แต่สรุปว่าไม่ยกเลิกอยู่ดี และไปอ้างในส่วนของ อสส. ซึ่งต้องฝากรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นตัวแทนนายกฯ ว่าวันหลังถ้านายกฯ จะสั่งอะไรขอให้ปรึกษา อสส.ก่อนดีกว่าหรือไม่ ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ และสุดท้ายทำไม่ได้ ถ้าจะสั่งก็สั่งโดยไม่ต้องออกข่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจและคาดหวังกับนายกฯว่านายกฯจะสั่งยกเลิกและเอาจริงเอาจังแต่สุดท้ายทำไม่ได้ ดังนั้นขอแนะนำว่าหากติดขัดเรื่องทรัพย์สินก็ให้เขาทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยยกเลิกสัญญาก็ได้และมีเหตุของตึก สตง.อยู่แล้ว ก็สามารถใช้เหตุนี้ในการยกเลิกสัญญาบริษัทอิตาเลียนไทยและขึ้นแบล็คลิสต์ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการ รวมถึงสมุดพกที่กรมบัญชีกลางทำ ก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ แต่จนถึงวันนี้สมุดพกยังใช้ไม่ได้ ทั้งที่นายกฯบอกว่าจะทำให้เสร็จเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จึงอยากถามว่าสมุดพกจะดำเนินการเสร็จเมื่อไหร่และปัจจุบันดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
นายสิริพงศ์ ยืนยันว่าไม่มีเจตจำนงใดของกระทรวงคมนาคมที่จะไม่ยกเลิกสัญญาบริษัทอิตาเลียนไทย แต่ต้องพิจารณาในทุกมิติให้ครบถ้วน แนวทางที่นายกฯให้เราต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกฎหมาย ส่วนในเรื่องสมุดพกได้มีการติดตามสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่เพราะตนไม่ใช่คนออกสมุดพก เพราะคนที่ออกสมุดพกคือกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้กรมบัญชีกลางให้คำตอบมาว่าเขาให้ความสำคัญกับทีโออาร์เป็นอันดับแรก และสมุดพกเป็นการหักแต้มหลังจากเกิดเหตุแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการบริหารสัญญาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยที่เข้มข้นเพื่อเป็นการป้องปรามเหตุให้ได้ก่อน และยืนยันว่าในเรื่องของสมุดพกจะมีการดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่ตนไม่สามารถตอบได้ว่ากรมบัญชีกลางจะดำเนินการให้ได้เมื่อใด
นายศุภณัฐ ถามอีกว่า มาตรฐานการทำงานและการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อผู้รับเหมาขึ้นอยู่กับว่าผู้รับเหมานั้นเป็นใคร ทำไมผลสอบตึก สตง.ถล่ม เครนถล่ม ใช้เวลา 3-4 เดือนแถลงผลได้ ส่วนถนนยุบที่ถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่มีบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ช.การช่าง เป็นผู้รับเหมา โดยผลการตรวจสอบพบว่า กรณีตึก สตง. ใช้เวลาสอบแถลงภายใน 3 เดือน พบว่าผู้รับเหมา คนออกแบบ และที่ปรึกษา ผิด กรณีเครนถล่มทับรถไฟ ใช้เวลาตรวจสอบ 4 เดือน และแถลงผลสอบผู้รับเหมา และที่ปรึกษาผิด ส่วนถนนยุบ เมื่อเดือน ก.ย. 68 ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่มีผลสอบสวน ทั้งที่คณะกรรมการตรวจสอบกระทรวงคมนาคมเป็นผู้แต่งตั้งขึ้นเป็นเพราะว่าผู้รับเหมาเป็นบริษัทชิโนไทยหรือไม่และจะแถลงผลสอบสวนเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามการตั้งคณะกรรมการสอบถนนยุบ พบว่ามีคนนอก ประมาณ 20% ซึ่งต่างจาก คณะกรรมการสอบตึก สตง.ที่มีคนนอก 40%
นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า การสอบสวนแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับปัจจัยหนึ่งในการสอบสวนความรวดเร็วในแต่ละเรื่องที่มีความแตกต่างกันหน่วยงานที่ตรวจสอบในแต่ละเคสก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งกรณีผลสอบสวนถนนยุบทางกระทรวงคมนาคมก็ยังไม่ได้รับรายงานตนก็จะไปติดตามให้ ไม่ทราบว่าข้อมูลวงในนายศุภณัฐได้มาได้อย่างไรเพราะตนอยู่กระทรวงคมนาคมยังไม่ทราบเลย ท่านก็มีสิทธิ์ตั้งข้อกล่าวหา แต่อยากให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงด้วย และแนวทางของนายกฯ ที่ให้มากับทุกกระทรวง โดยใช้วิธีการปิดชื่อดูเพียงพฤติกรรมไม่ได้สนใจว่าจะเป็นบริษัทไหนแซงกินไข่ดำเนินการอย่างไรผิดก็คือผิดถูกก็คือถูกแต่การจะอ้างเหตุของการกระทำหนึ่งหรือเหตุการณ์หนึ่งแล้วมาดำเนินการกับอีกเครื่องนึงอาจจะไม่มีความครบถ้วนทางด้านกฎหมายเพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้เราทำได้
“ยกตัวอย่างเช่นตอนที่พวกเราลงสมัคร สส. พฤติกรรมบางพฤติกรรมที่ยังไม่ได้ถูกชี้มูลหรือยังไม่ได้ถูกตัดสินแต่ต้นเป็นพฤติกรรมที่อาจจะออกเทาเทาเราก็ยังรับรองให้เค้าลงสมัครได้เลยเพราะกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเขาเป็นคนผิด หรือการกระทำอย่างหนึ่งอาจจะไม่ใช่เป็นเหตุผลในการดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตามทางกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบกฎหมายอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาที่สุด”
ทั้งนี้นายศุภณัฐ ฝากทิ้งท้ายว่า รายงานดังกล่าวอยู่ในกระบวนการที่เสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือเสนอไปแล้ว จากข้อมูลที่ตนได้รับ คณะกรรมการลงความเห็นแล้ว แต่ถูกดองอยู่ ส่วนข่าวหลุดที่ออกมา คือ หลุดทั้งหมด โทษทุกอย่าง ยกเว้นผู้รับเหมา ขอฝาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าให้สร้างบรรทัดฐานที่ดี ปิดชื่อ ถือพฤติกรรมทำจริงหรือไม่
28 พ.ค. 2569
87 views
EP อื่นๆ
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569