22 พ.ค. 2569
ผบช.น.ถกเข้มจุดตัดรถไฟทั่วกรุง จ่อฟันคนขับเสพยาบ้า ขู่เอาผิดชาวบ้านฝ่าเครื่องกั้น
ผบช.น.เรียกถกเข้ม สั่งสำรวจ 19 จุดเสี่ยงจุดตัดรถไฟทั่วกรุง ขู่เอาผิดชาวบ้านไร้วินัยฝ่าเครื่องกั้น จ่อฟันข้อหาคนขับรถไฟเสพยาบ้า ชี้ไม่มีกฎหมายเอาผิด “ขับเสพ”
วันนี้ (22 พ.ค.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลังเกิดเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง โดยมีหน่วยงานด้านคมนาคมและการขนส่งเข้าร่วมประชุม ทั้งกระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ, สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, กรมการขนส่งทางบก, กรมการขนส่งทางราง, สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร รวมถึงสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ที่มีจุดตัดทางรถไฟรวม 28 สน. ครอบคลุม 58 จุดตัดทั่วกรุงเทพมหานคร
โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก การรถไฟฯ ขสมก. และ กทม. เพื่อหารือมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ หลังเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยระยะเร่งด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งเข้มบังคับใช้กฎหมายบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วพื้นที่ พร้อมจัดกำลังตำรวจประจำจุด ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง รวมถึงร่วมบริหารจัดการจราจรในพื้นที่เสี่ยง
ส่วนมาตรการระยะสั้น จะเร่งสำรวจและปรับปรุงสัญลักษณ์จราจรบริเวณทางตัดรถไฟ ทั้งเส้นหยุดรถ ป้ายเตือน สัญญาณไฟ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน ขณะที่ระยะกลางและระยะยาว จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟและทางร่วมทางแยก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต
พล.ต.ท.สยาม ยังยอมรับว่า ปัญหาสำคัญขณะนี้คือประชาชนบางส่วนยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้จะมีการส่งใบสั่งถึงบ้านหรือคดีเข้าสู่ชั้นศาลแล้วก็ตาม โดยตำรวจเตรียมเสนอพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมหารือกับทั้ง สส. สว. และกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำต่อไป
นายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงถึงมาตรการด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ หลังถูกตั้งคำถามถึงความแข็งแรงของไม้กั้นและแผงกั้นว่า ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้ดำเนินมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจุดตัดทางรถไฟทั้งหมด 71 จุด และมีจุดเสี่ยงอีก 19 จุด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
นายอุดม ระบุว่า มาตรการเร่งด่วนขณะนี้ ผู้ว่าการรถไฟฯ ได้สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดกั้นรถไฟเพิ่มอีก 1 คน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดับต้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายเครื่องกล และผู้ตรวจบนรถจักร ลงพื้นที่ตรวจตราและควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถอย่างใกล้ชิด
ส่วนระบบเครื่องกั้นถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ยังคงใช้ระบบไฟฟ้าที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุม เนื่องจากการจราจรมีความหนาแน่นสูง หากใช้ระบบอัตโนมัติอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ ขณะที่พื้นที่ชานเมืองหรือโซนนอกจะใช้เครื่องกั้นอัตโนมัติแทน โดยยืนยันว่าเครื่องกั้นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังเหมาะสมกับสภาพการจราจรของกรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัจจุบันเครื่องกั้นหลายจุดยังปิดได้เพียงครึ่งทาง ทำให้มีข้อเสนอให้ติดตั้งเครื่องกั้นให้ครบทั้ง 4 ด้าน ซึ่งการรถไฟฯ กำลังหาแนวทางดำเนินการในระยะยาว โดยปกติหากจุดใดมีสถิติอุบัติเหตุหรือมีความเสี่ยงสูง ก็จะได้รับการพิจารณาติดตั้งเครื่องกั้นเต็มรูปแบบ ส่วนกรณีที่มีภาพเครื่องกั้นจุดตัดพญาไทชำรุด เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน นายอุดม ระบุว่า เหตุล่าสุดบริเวณพญาไทคาดว่าเกิดจากการถูกชนจากประชาชนจนเครื่องกั้นเสียหาย ไม่ได้เกิดจากการชำรุด พร้อมยืนยันว่าเครื่องกั้นระบบไฟฟ้าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าดูแลทันทีเมื่อเกิดการชำรุด โดยขณะนี้มีทีมบำรุงรักษาสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยถึงการตรวจสอบจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า จากทั้งหมด 71 จุด ขณะนี้พบว่ามีจุดเสี่ยงอยู่ 19 จุด โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้สำรวจและจัดระดับความเสี่ยงเป็นสีแดง เหลือง และเขียว เพื่อประเมินว่าจุดใดมีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากสภาพกายภาพของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ซึ่งหลังจากนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ร่วมกัน เพื่อตรวจสอบว่าจุดใดมีข้อบกพร่องหรือยังขาดมาตรการด้านความปลอดภัย รวมถึงพิจารณาปรับปรุงสภาพกายภาพให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
เมื่อถูกถามว่า ก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยทำงานร่วมกันอย่างจริงจังหรือไม่ พล.ต.ท.สยาม ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีการประสานงานกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ทางร่วมทางแยก มีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากนัก ซึ่งหลังจากนี้จะมีการบูรณาการความร่วมมือมากขึ้น
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐอาจละเลยหรือ “พลั้งเผลอ” ในอดีตนั้น พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ต่อจากนี้จะมีการนำข้อมูลตารางเวลาเดินรถที่ทราบล่วงหน้ามาใช้ในการบริหารจัดการร่วมกันมากขึ้น พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีการประสานข้อมูลกันอยู่แล้ว แต่บางส่วนอาจยังไม่ครบถ้วน จึงต้องมีการประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการและป้องกันอุบัติเหตุในอนาคตให้รัดกุมยิ่งขึ้น
พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์ว่า ขณะนี้สอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มแล้ว 14 ราย จากทั้งหมด 32 ราย รวมถึงสอบเจ้าหน้าที่รถไฟเพิ่มอีก 1 ราย และนัดสอบเพิ่มเติมอีก 2 ราย โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาความรับผิดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าในวันเกิดเหตุ การรถไฟได้ประสานให้ตำรวจเข้ามาช่วยจัดการจราจรบริเวณดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า ปกติมีช่องทางในการประสานงาน ในการปฏิบัติการเพื่ออำนวยความสะดวกอยู่แล้ว แต่ในวันเกิดเหตุไม่มีการรับแจ้งประสานเข้ามา โดยปกติการประสานงานระหว่างหน่วยงานเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ใช่ข้อบังคับ และในวันเกิดเหตุไม่มีการแจ้งประสานมายังตำรวจ
พล.ต.ต.วรศักดิ์ ระบุว่า จะตรวจสอบอย่างรอบด้านว่าทั้งผู้ขับรถเมล์ ผู้ขับรถไฟ เจ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าการพิจารณาดำเนินคดีกับประชาชนที่ฝ่าฝืนขับรถคร่อมราง จะยึดหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและข้อเท็จจริงเป็นหลัก โดยยืนยันว่าไม่กลัวประชาชนวิจารณ์ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ใครผิดต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนกรณีคนขับรถไฟตรวจพบสารเสพติด 2 ชนิด พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการเดินรถไฟอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งตรงนี้ในส่วนของ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง และ พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ครอบคลุม “ขับเสพ” รถไฟ ดังนั้นตำรวจจะพิจารณาแจ้งข้อหาเสพสารเสพติด เนื่องจากมียาบ้า ส่วนกัญชากฎหมายไม่ได้ระบุเป็นสารเสพติด ส่วนกรณีข้อหาเสพยาบ้า กฎหมายระบุว่า หากไม่พบของกลางจะเป็นแค่เพียงผู้ป่วย จึงต้องพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง
ส่วนกรณีที่รถชาวบ้านไปคร่อมรางจะพิจารณาในเจตนาว่าตั้งใจจะเข้าไปหรือเกิดเหตุขัดข้องอย่างอื่นเช่นการจราจรติดขัด เนื่องจากจะมีผลผูกพันกับการประกันภัย ดังนั้นก็ยืนยันก็จะดำเนินการอย่างรอบครอบ แต่เบื้องต้นตอนนี้ทางการรถไฟฯยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชนที่ขับรถคร่อมรางในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด มีเพียงแจ้งแค่เคสคนขับไรเดอร์ที่เข้าไปปัสสาวะแล้วถูกรถไฟเฉี่ยวชนเท่านั้น
ทั้งนี้ สำหรับการตรวจหาสารเสพติดในพนักงานการรถไฟ นายอุดม ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตรวจเพียงแอลกอฮอล์เพียงเท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีการตรวจหาสารเสพติดในพนักงานการรถไฟทั้งหมด หลังจากเกิดเหตุ เบื้องต้นพบปัสสาวะม่วงในร่างกายของคนขับรถไฟอีก 2 ราย
22 พ.ค. 2569
45 views
EP อื่นๆ
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569
22 พ.ค. 2569