14 พ.ค. 2569
อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ ปัดเมาขับ-ชนแล้วหนี รับไปผิดโรงพักเพราะเป็นพื้นที่รอยต่อ 3 โรงพัก
อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ ปฏิเสธเมาแล้วขับ-ชนแล้วหนี ยอมรับจับแขนคู่กรณีเพราะกลัวถูกทำร้ายก่อน ย้ำถูกสาวหมัดใส่ก่อนจนบาดเจ็บฟกช้ำที่ศีรษะ ยอมรับไปผิดโรงพักเพราะเป็นพื้นที่รอยต่อ 3 โรงพัก ชี้ลาออกจากบริษัทใหญ่นานมา 3 ปีแล้ว
เวลา 15.44 น. คู่กรณีที่เป็นอดีตผู้บริหารค่ายมือถือและไปขับรถชนแล้วหนี ได้เดินทางออกจาก สน.ลาดพร้าว หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน
เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยืนยันว่าวันนั้นตนถูกฝ่ายคนถูกชนสาวหมัดใส่ก่อน โดนบริเวณหลังศีรษะและหลายจุดตามร่างกาย แต่ยอมรับว่าในวันที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มกราคม เป็นเหตุการณ์ทะเลาะชุลมุนต่อเนื่องหลังจากที่มีการขับรถชนกัน ยอมรับว่าวันนั้นตนเองก็พูดจาไม่เหมาะสมและมีการท้าทายกัน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็พร้อมรับผิดชอบในความเสียหาย แต่อะไรที่เกินกว่าเหตุ ตนก็ขอใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย
หลังจากที่ตนถูกชกแล้ว ตนก็มีอาการมึนตามที่ปรากฏในคลิป ยืนยันว่าตนไม่ได้ดื่มสุราขณะขับขี่รถ ตนไม่ได้เมา แต่ที่ตนมีท่าทีไปจับแขนของฝ่ายที่ถูกชนนั้น เป็นเพราะตนไม่รู้ว่าฝั่งนู้นจะหยิบอะไรมาบ้าง เนื่องจากอยู่ในระยะประชิดตัว เลยต้องระมัดระวังแค่นั้น
ทั้งนี้ ฝ่ายคนชนเปิดเผยอีกว่า จริง ๆ แล้วคดีนี้เป็นคดีที่เล็กนิดเดียว เพียงแต่ว่าสื่อให้ความสนใจเพราะตนเคยอยู่บริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง แต่ตนได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวมา 3 ปีแล้ว จึงไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับบริษัทดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตนเอง
พร้อมทั้งยืนยันว่า ตนเองไม่รู้จักกับตำรวจ สน.ลาดพร้าว เป็นการส่วนตัวแม้แต่นายเดียว ก็เพิ่งมารู้จักหลังจากที่เป็นคดี ซึ่งในคดีจราจรที่ตนถูกแจ้งข้อหานั้น ก็ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ แต่ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุ ตนอยู่ในที่เกิดเหตุนานกว่า 20 นาที ซึ่งตนก็รอจนกระทั่งแฟนของคนถูกชนมา แต่ที่ตนขับออกมาก่อน เพราะมองว่าเริ่มมีคนเยอะขึ้น จึงกังวลในเรื่องของความปลอดภัย รวมทั้งมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ให้ประกันดำเนินการเคลียร์ได้
ย้ำว่าตนเองไม่มีเจตนาชนแล้วหนี ไม่รู้ว่าตนจะหนีไปทำไม ซึ่งตนก็ได้ให้การหลังจากที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปตามความเป็นจริง ที่เหลือก็ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นที่มีการไปผิดสถานีตำรวจนั้น ยอมรับว่าไปผิดจริงเพราะเนื่องจากที่เกิดเหตุนั้นเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง 3 สถานีตำรวจ ได้แก่ สน.โคกคราม สน.ลาดพร้าว และ สน.คันนายาว ซึ่งได้ไปที่ สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 8 มกราคม แต่พอทางตำรวจแจ้งว่าไปผิดสถานีตำรวจ วันที่ 9 มกราคมถึงได้มาที่ สน.ลาดพร้าว
คู่กรณีฝ่ายชนยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้มีประเด็นบาดหมางอะไรกับฝ่ายคนที่ถูกชน แต่เรื่องของค่าเสียหายหรือการเรียกร้องใด ๆ ก็เป็นเรื่องของการเจรจากัน ในทางคดีอาญาก็คงจะยอมความไม่ได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมความเช่นกัน แต่ถ้าเรื่องใดที่พอคุยกันได้ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอน ขึ้นอยู่กับทางตำรวจเป็นผู้นัดหมายให้มาพูดคุย
ผู้สื่อข่าวถึงได้ถามทิ้งท้ายว่า ถ้าฝ่ายคู่กรณีที่ถูกชนติดต่อมาพูดคุย จะพูดคุยหรือไม่ ฝ่ายคนชนกล่าวว่า ที่จริงแล้วคู่กรณีฝ่ายที่ถูกชนมีเบอร์ตน แต่ไม่เคยโทรมาเลย อย่างไรก็ตามมองว่า หลังจากนี้คงจะมีทางออกที่ดี
พร้อมกันนี้ ฝ่ายคู่กรณีที่ชนได้โชว์ใบรับรองแพทย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีอาการบาดแผลฟกช้ำที่บริเวณศีรษะด้านหลังร่วมกับบาดแผลฉีกยาวประมาณ 0.6 เซนติเมตร รวมทั้งฟกช้ำที่โหนกแก้มซ้าย ศอกทั้งสองข้าง อกขวา สะโพกขวา และมีแผลถลอกขนาดเล็ก
13 พ.ค. 2569
238 views
EP อื่นๆ
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
14 พ.ค. 2569
คลิปเต็มรายการเรื่องเล่าเช้านี้ 14 พฤษภาคม 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569