23 เม.ย. 2569
"ศิริกัญญา" ทุบแผนกู้ 5 แสนล้าน ซัดรัฐบาล "ปากแข็ง" ปฏิเสธขยายเพดานหนี้ ทั้งที่ตัวเลขฟ้องกู้จริงทะลุ 70%
เมื่อเวลา 22.42 น. วันที่ 22 เม.ย. 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "ยังไม่ขยายเพดานหนี้ตอนนี้ แต่พอจะกู้ก็ต้องขยายอยู่ดี" โดยระบุว่า วันนี้ รองนายกฯเอกนิติ ออกมายอมรับเองจากปากแล้วว่าจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ หลังจากคนในรัฐบาลสลับกันออกมาพูดกันคนละทิศ คนละทาง แต่ยังปากแข็งเรื่องขยายเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ว่า “ยังไม่ขยาย” แต่พอดูตัวเลขแล้วก็ต้องบอกว่าตอนนี้อาจจะยัง… แต่อีกไม่นาน ถ้าจะกู้จริงๆ ก็ต้องขยายเพดานในที่สุด
คุณเอกนิติ ยังบอกอีกว่า ถ้ากู้ไม่ถึง 800,000 ล้าน ก็ยังไม่เกิน ซึ่งก็เป็นความจริง (ครึ่งเดียว) ตัวเลขล่าสุดของยอดหนี้สาธารณะ ณ ก.พ. 69 อยู่ที่ 66% ก็จริง แต่รัฐบาลยังมีแผนจะกู้เพื่อชดเชยขาดดุลอีกเกือบ 500,000 ล้าน เพื่อปิดหีบงบปี 69 ในอีก 5 เดือนข้างหน้า หนี้ต่อจีดีพี จะขึ้นไปอยู่ที่ 67% และถ้ากู้เพิ่มอีก 500,000 ล้านผ่านการออก พ.ร.ก. ก็จะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปเกิน 70%ของจีดีพี ทันที
เท่ากับว่าก่อนที่ครม. จะมีมติ คุณเอกนิติ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังแห่งรัฐ ต้องออกประกาศขยายเพดานหนี้สาธารณะของประเทศนี้อีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม
ราคาที่ต้องจ่ายของการก่อหนี้เพิ่มอีก 500,000 ล้าน
แม้จะเข้าใจสถานการณ์การคลังตอนนี้แค่ไหน ก็ยังอดห่วงกับการกู้ครั้งนี้ไม่ได้ เพราะเดิมพันนั้นสูงมาก หากล้มเหลวที่จะกอบกู้เศรษฐกิจเหมือนตอนโควิดอีกครั้ง เราอาจจะต้องอยู่กับภาวะหนี้สูง-โตต่ำไปอีกนาน
ตัวยอดหนี้เทียบกับจีดีพีอาจจะไม่ได้บอกอะไรเรามากนัก 70% อาจจะยังไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่การกู้มีราคาที่ต้องจ่ายนั่นก็คือ ดอกเบี้ย และดอกเบี้ยนี่เองที่จะมีผลโดยตรงต่องบประมาณ และเศรษฐกิจ แถมยังเป็นตัวชี้วัดอย่างดีว่า “หนี้สาธารณะของประเทศนี้มีปัญหาหรือยัง?”
ลำพังการออกงบประมาณในแต่ละปี ๆ ตามปกติ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ก็สูงขึ้นมากมาโดยตลอด ปี 69 อยู่ที่ 270,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้จัดเก็บได้แล้วอยู่ราวๆ 9% และกำลังจะเพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 12% ในปีงบ 70 (ตามแผนการคลังระยะปานกลาง 70-73) ในขณะที่หนึ่งในเกณฑ์สำหรับการเป็นพันธบัตรระดับ investment grade บอกว่าสัดส่วนดอกเบี้ยต่อรายได้ไม่ควรเกิน 10%
ถ้ากู้เพิ่ม 500,000 ล้าน จะมีดอกต้องจ่ายเพิ่มอีกราว 10,000 ล้านบาท ในงบปีหน้า รัฐบาลต้องเตรียมงบชำระหนี้ ทัังต้นทั้งดอกรวม 520,000 ล้านบาทแล้ว จากงบ 3.78 ล้านล้านบาท เหลือใช้ได้จริงๆไม่ถึง 3.3 ล้านล้าน และเงินชำระหนี้นี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึง 640,000 ล้านในปี 73 ยิ่งกัดกินงบประมาณให้เหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ
เราจึงต้องมั่นใจว่ากู้แล้วต้องทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้จริงๆ ทั้งทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเต็มศักยภาพ และขยายศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้โตได้ดีกว่าเดิมด้วย เพราะจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ดอกเบี้ยจะไม่มาฉุดรั้งงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากจะจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มอัตโนมัติจากเศรษฐกิจขยายตัว และเมื่อเศรษฐกิจดี ท่านรองนายก “อาจจะ” เก็บภาษีตัวใหม่ๆ ได้ด้วย
โครงการปฏิกิริยา (reactive) vs. โครงการสร้างอนาคต (visionary)
โครงการเยียวยาประคับประคองเฉพาะหน้าจะเลือกแจกให้ตรงจุดตรงเป้าอย่างไร ขึ้นอยู่กับการออกแบบ แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าจะแจกแบบสุ่มอย่างคนละครึ่งก็อาจจะไม่ได้ตรงเป้ามากนัก
แต่โครงการฟื้นฟูที่อยากเห็น ต้องไปไกลกว่าการ “react” ต่อเหตุการณ์วิกฤตพลังงาน แต่ต้อง “มองไกล” ต่อยอดให้เห็นอนาคต และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้จริง
แทนที่จะเอาเงินไปอุดหนุนโซลาร์ฟาร์ม เราอยากเห็นรัฐบาลเอาเงินไปลงทุนพัฒนาสายส่งให้เป็น smart grid เพื่อรองรับการเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากภาคประชาชน และเอกชน
แทนที่จะเอาเงินไปอุดหนุน “รถเก่าแลกรถใหม่” เราอยากเห็นรัฐบาลอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขเพื่อสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเงื่อนไขสำคัญคือมูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ต้องเกิดขึ้นในประเทศ ไม่ใช่แค่การนำเข้าทุกอย่างมาประกอบ ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการในประเทศจริง ไม่ใช่แค่มาเปิดหลักสูตรสอนในมหาวิทยาลัย
นี่อาจจะเป็น “การกู้นอกงบประมาณครั้งสุดท้าย” ที่เราจะสามารถทำได้ก่อนที่การคลังประเทศจะไม่เปิดโอกาสแบบนี้อีก ได้โปรดใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด
23 เม.ย. 2569
101 views
EP อื่นๆ
23 เม.ย. 2569
23 เม.ย. 2569
23 เม.ย. 2569
23 เม.ย. 2569
คลิปเต็มรายการเรื่องเล่าเช้านี้ 23 เมษายน 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
กัมพูชาประท้วงไทย เรียกร้องยุติกิจกรรมปราสาทตาควาย
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569
22 เม.ย. 2569