20 เม.ย. 2569
“ภัทรพงษ์” ชี้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศฯ เหลือเวลา 23 วัน “อนุทิน” ลงพื้นที่เชียงใหม่ อย่า “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง”
“ภัทรพงษ์” สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ชี้ “อนุทิน” ยกคณะไปเชียงใหม่ หวังได้สูดฝุ่นพิษ PM 2.5 จะได้รู้ว่านี่คือสิ่งที่ปชช.เจอทุกวัน พร้อมเสนอ 5 ข้อเร่งด่วน เผย ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด เหลือเวลาอีกเพียง 23 วันเท่านั้น จี้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ซัดทิ้งท้าย อย่าให้รัฐบาลเป็นเหมือนสุภาษิตคำเหนือที่ว่า “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง” ที่แปลว่า กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมนำคณะลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อดูปัญหาไฟป่าและฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยเจ้าตัวระบุว่า คุณอนุทิน พร้อมคณะรัฐมนตรีมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ผมหวังว่าคุณอนุทินจะได้เห็นความรุนแรงของปัญหานี้ ได้สูดอากาศหายใจที่ผมเชื่อว่าคณะร่วมเดินทางหลายคนอาจจะเกิดอาการแสบตา เจ็บคอ หรือปวดไมเกรน ผมขอให้คุณอนุทินรับรู้ว่านั่นแหละ คือสิ่งที่ประชาชนเจอกันทุกวัน และเป็นสิ่งที่รัฐบาลของคุณอนุทินเองที่ละเลยจนทำให้ปัญหารุนแรงขนาดนี้
5 ข้อเสนอเร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องดำเนินการทันทีกับปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 หลังจากที่ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ต้องเจอกับปัญหา PM 2.5 อย่างรุนแรงมากว่าหนึ่งเดือน โดยที่รัฐบาลไม่มีมาตรการที่ชัดเจนใดๆ ออกมาจัดการกับปัญหานี้เลย แม้ว่าผมและพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนในประเด็นนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปยังคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 เมษายน และอภิปรายในการแถลงนโยบายวันที่ 10 เมษายนแล้ว
ข้อเสนอ 5 ข้อหลัก “ในระยะเร่งด่วน” ที่ต้องจัดการในช่วงท้ายของปัญหาแบบนี้ แม้มีไม่มาก แต่ต้องเร่งทำทันที กับการจัดการ ไฟในพื้นที่ป่า, ไฟในพื้นที่เกษตร, การรับมือด้านสุขภาพกับกลุ่มเปราะบาง, การจัดการมลพิษอากาศข้ามแดน, และร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด
ไฟในพื้นที่ป่า
(1) เร่งทำแผนที่เสี่ยงไฟป่า ณ ปัจจุบันโดยทันที เริ่มจากการใช้ ข้อมูล แผนที่ป่า จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว) มารวมเข้ากับ ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในปีนี้ ของ GISTDA และอุทยานที่อัพเดตล่าสุด(ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว) จากตรงนี้ เราจะได้พื้นที่ป่าที่ยังไม่เกิดการเผาไหม้ขึ้น นั่นแหละคือพื้นที่ที่เราต้องจัดการอย่างเข้มข้น ในส่วนของระบบ ไม่ต้องทำใหม่ ใช้จากที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำขึ้นมาในปีนี้นั่นคือ warroom.pro แต่รัฐต้องนำข้อมูลของภาครัฐที่อัพเดตที่สุดเข้าสู่ระบบนี้
(2) จัดทำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ แบ่งตามกลุ่มพื้นที่เสี่ยงนั้นๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลทีมทั้งหมดในพื้นที่นั้นๆ ทีมอุทยาน ทีมท้องที่/ท้องถิ่น ทีมอาสาภาคประชาชน หรือทีมประชาชนในหมู่บ้านนั้นๆ จำนวนคนต่อทีม จำนวนอุปกรณ์(ที่ดีและที่เสีย) จำนวนโดรนตรวจจับความร้อน มอเตอร์ไซค์วิบาก และข้อมูลพื้นฐานของป่าที่เฝ้าระวัง ตรงไหนเป็นป่าไผ่ หญ้าแห้ง หรือพื้นที่ผาที่ไม่สามารถเข้าดับได้ เพื่อเตรียมประเมินอุปกรณ์ที่ยังขาด และเส้นทางเข้า-ออกป่ากรณีที่เกิดไฟป่า
(3) ข้อนี้สำคัญมาก ไม่มีใครรู้จักป่า ได้ดีเท่ากับ คนในพื้นที่ เพราะฉะนั้น ใช้เงินทดรองราชการจากการประกาศเขตภัยพิบัติในการจ้างแรงงาน (ตีความคำว่า “แบกหาม” ให้เข้ากับการลาดตระเวณเฝ้าระวังไฟป่า หรือ ให้กระทรวงการคลังอนุมัติใช้เงินนอกหลักเกณฑ์โดยด่วน โดยให้มีค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำ)
*นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด คือการให้คนที่อยู่ในพื้นที่ป่า รู้จักป่าดีที่สุด มีงบประมาณ มีอุปกรณ์ในการดูแลป่าของพวกเขาอย่างเต็มที่ และรัฐเสริมในส่วนของข้อมูล การบัญชาการ ทีมไหนเข้าจุดไหน ดับด้วยวิธีอะไร อุปกรณ์มากน้อยขนาดไหน อะไรเสียและต้องส่งซ่อม ต้องซ่อมที่ไหน ในพื้นที่มีวิทยาลัยเทคนิคฯหรือร้านซ่อมอะไหล่ยนต์จุดไหนบ้าง ต้องมีทั้งทีเผชิญเหตุ และทีมบัญชาการ ให้ทีมทำงานได้เต็มที่ ไม่เกิดอาการล้าสะสม สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ทีมเผชิญเหตุมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์มากที่สุด เพราะตอนนี้ปัญหาหลักคือ ทีมดับไฟล้ามาก ทำงาน 6 วันพัก 1 วัน บางคนไม่ได้พักเลย ร่างกายไม่มีทางไหวครับ
ไฟในพื้นที่เกษตร
(1) ในพื้นที่ราบ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการการสนับสนุนให้เกษตรกรไม่เผาเพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้นทุนเครื่องจักรก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพื่อป้องกันการเผาในพื้นที่เกษตรมาเพิ่มเติมปัญหาฝุ่นที่หนักมากอยู่แล้วในปัจจุบัน รัฐบาลต้องเร่งอัดงบประมาณในส่วนนี้ทันที
(2) ในพื้นที่สูง ในระยะเร่งด่วนส่วนนี้ ดำเนินการร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟในพื้นที่ป่า ปีนี้ต้องรอให้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปัจจุบันคลี่คลายก่อน ส่วนปีหน้าวางแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงกับพื้นที่เกษตรบนที่สูง ให้เป็นระบบต่อไป
การรับมือด้านสุขภาพกับกลุ่มเปราะบาง
(1) เร่งจัดทำมุ้งสู้ฝุ่น ที่ตามหลักเกณฑ์การประกาศเขตภัยพิบัติรัฐสามารถจัดซื้อได้เลย หากมีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว เพราะฉะนั้นเลิกประกาศเขตภัยพิบัติเป็นรายตำบล เพราะตอนนี้สูดฝุ่นกันทั้งภูมิภาค
(2) ห้องปลอดฝุ่นชุมชน นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก แม้ว่าต้นทุนต่ำและได้ผลลัพธ์ดีมาก พรรคประชาชนทำได้ในต้นทุน 2,000 บาทต่อห้อง 30 ตร.ม. (ความสูงห้อง 3 เมตร Air change rate ที่ประมาณ 4.5) หรือแม้แต่ของ NARIT ที่ทำได้ 3,600 บาทต่อห้องผมเข้าใจว่าประมาณ 60 ตร.ม.(ไม่รวมค่าแรง) แต่ปัญหาตอนนี้คืออุปกรณ์ขาดตลาด โดยเฉพาะตัวพัดลมดูดอากาศขนาด 6 นิ้วที่มีกำลัง >500 m3/h ที่ประชาชนทั่วไปตอนนี้พลิกแผ่นดินยังหายาก รัฐบาลมีอำนาจและกำลังล้นมือ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งจัดหาอุปกรณ์ หากจริงจังกับเรื่องนี้จริงๆ
(3) เก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมแผนประเมิน การตรวจมะเร็งปอด Low dose CT scan ที่ทางสาธารณสุขเขตภาคเหนือ เคยมีโปรเจ็คทดลองแล้วเมื่อปี 2567 กับกลุ่มตัวอย่าง 3,600 คน สานต่อส่วนนั้น ปรับหลักเกณฑ์การกรองผู้ที่จะได้รับการตรวจให้เข้ากับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบปัจจุบัน
การจัดการมลพิษอากาศข้ามแดน
(1) ตรวจสอบย้อนกลับพื้นที่พิกัดแปลงเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการนำเข้าอย่างเข้มงวด พร้อมออกมาตรการการประกาศรายชื่อผู้กระทำผิด หรือลักลอบนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผิดกฎหมาย
(2) ยกระดับการทูต ขอให้ประเทศเพื่อนบ้านจริงจังในการจัดการปัญหาการเผามากขึ้นในช่วงสามสัปดาห์ถัดจากนี้ (ส่วนนี้ทำอะไรจริงจังไม่ทันครับ เนื่องจากต้องเตรียมการกันล่วงหน้า)
สุดท้าย ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ตอนนี้ ไม่มีใครมีอำนาจหยิบร่างกฎหมายนี้กลับมาพิจารณาได้ นอกจาก คณะรัฐมนตรีเท่านั้น และตามรัฐธรรมนูญเราจะเหลือเวลาอีกเพียง 23 วันเท่านั้น ก่อนที่ร่างกฎหมายนี้จะตกไปโดยไม่สามารถหยิบขึ้นมาได้อีก
ผมขอให้รัฐบาลโดยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความชัดเจนกับประชาชนคนไทย ในการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ ว่ารัฐบาลชุดนี้ จะเอาอย่างไรกับร่างกฎหมายอากาศสะอาด ที่คลอดออกมาจากการทำงานร่วมกัน ของภาคประชาชน ข้าราชการ และทุกพรรคการเมือง
สุดท้ายนี้กับปัญหานี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องจัดการก่อนที่ปัญหาจะเกิด ผมหวังว่ารัฐบาลจะไม่ละเลยต่อปัญหานี้ และเร่งจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างกันจริงๆ จังๆ สักที อย่ารอให้ปัญหาเกิดหนักแล้วจึงค่อยออกข้อสั่งการแบบที่ผ่านมา เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ผมขอให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหานี้ อย่าให้รัฐบาลเป็นเหมือนสุภาษิตคำเหนือที่ว่า “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง” ที่แปลว่า กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
20 เม.ย. 2569
103 views
EP อื่นๆ
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569
20 เม.ย. 2569